CIVILIZATION 2024 AD สองจุดในจักรวาล

CIVILIZATION 2024 AD สองจุดในจักรวาล

CIVILIZATION 2024 AD สองจุดในจักรวาล / โดย ลงทุนแมน
ทุกคนน่าจะเคยตั้งคำถามว่าโลกมีประชากรกี่คนในตอนนี้
แต่น้อยคนที่จะตั้งคำถามว่า
ตั้งแต่มีสายพันธุ์ Homo Sapiens เกิดขึ้นมา
มีมนุษย์เกิดขึ้นบนโลกนี้มาแล้วกี่คน
เราเป็น Homo Sapiens ลำดับที่เท่าไรที่เกิดมาบนโลกใบนี้?
มีคนเกิดก่อนหน้าเรามาแล้วกี่คน

แล้ว อดัม กับ อีฟ หรือ มนุษย์คู่แรก นั้นมีอยู่จริงหรือไม่?

ถ้ามีจริง อดัม กับ อีฟ ให้กำเนิดทายาทมาแล้วกี่คน?

ขอต้อนรับสู่บทความซีรีส์ CIVILIZATION ตอนพิเศษ: 2024 AD สองจุดในจักรวาล..

ถ้าจะบอกว่าพระเจ้าไม่ได้สร้าง อดัม กับ อีฟ ขึ้นมา คนเคร่งศาสนาหลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย

แต่จริงๆแล้วเราต้องยอมรับว่าสายพันธุ์ Homo Sapiens หรือมนุษย์ยุคปัจจุบัน มีต้นกำเนิดมาจากการกลายพันธุ์ โดยมีต้นสายพันธุ์คือ Homo Erectus

Homo Sapiens มีสมองที่ใหญ่ขึ้น และ มีรูปร่างลักษณะที่เปลี่ยนไป และแยกสายพันธุ์มาในที่สุด

จริงๆแล้วจุดเริ่มของการกลายพันธุ์ ไม่ได้มีแค่ 2 คน คือ อดัม กับ อีฟ

การกลายพันธุ์ไม่ได้เกิดขึ้นในรุ่นเดียว แต่การกลายพันธุ์มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป

ถ้าให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนกับถามว่า คนเอเชีย กับคนฝรั่ง หน้าตาต่างกันตั้งแต่วันแรกเลยหรือไม่

คำตอบที่ได้เราอาจจะตกใจ

ในยุคแรกไม่มี Homo Sapiens อาศัยอยู่ในทวีปเอเชีย และ ทวีปยุโรปเลย

Homo Sapiens มีต้นกำเนิดที่ทวีปแอฟริกา

หลังจากนั้น Homo Sapiens จึงเริ่มออกเดินทางไปที่ต่างๆ

และหน้าตาของ Homo Sapiens ก็เริ่มที่จะแตกต่างกัน แบบค่อยเป็นค่อยไป

และในระหว่างนั้นแผ่นดินก็เคลื่อนที่ไปด้วย จนในที่สุดบางทวีปก็แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง

เคยสงสัยไหมว่าทำไมชนเผ่าอินเดียนแดงที่อยู่ในทวีปอเมริกาถึงมีหน้าตาเหมือนคนเอเชีย

ก็เพราะว่าเมื่อก่อน ทวีปอเมริกาเคยเชื่อมกับทวีปเอเชีย เดินทางไปมาหากันได้

ตอนนั้น Homo Sapiens ยังไม่ฉลาดพอที่จะรู้ความเชื่อมโยงของมนุษย์แต่ละชนเผ่าในโลกนี้ว่าแต่ละชุมชนอยู่ที่ไหนในโลกนี้บ้าง

จริงๆแล้ว Homo Sapiens ยังไม่ฉลาดพอมานานถึง 200,000 ปี จนกระทั่ง อเมริโก เวสปุชชี และ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกา เมื่อ 500 ปีที่แล้ว

500 ปีที่ Homo Sapiens เริ่มฉลาด เทียบไม่ได้เลยกับ 200,000 ปีที่ Homo Sapeins เคยโง่เขลา..

แปลว่าเราโชคดีมากที่อยู่ในยุคที่พิเศษสุดๆนี้

ถ้าถามต่อว่าที่ผ่านมา 200,000 ปี Homo Sapiens เกิดขึ้นมาทั้งหมดจำนวนกี่คน?

จะได้คำตอบว่าเผ่าพันธุ์ Homo Sapiens ให้กำเนิดลูกหลานมาแล้วมากถึง 107,602 ล้านคน

ในบรรดา Homo Sapiens 107,602 ล้านคน เราจะเป็นกลุ่มคนพิเศษที่จะได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นต่อจากนี้

มีอะไรน่าตื่นเต้นในเร็วๆนี้?

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ Homo Sapiens จะกล้าหาญมากพอที่จะย้ายไปอยู่อีกดาวดวงหนึ่งที่ไม่ใช่ดาวดวงเดิม

Homo Sapiens คนนั้นชื่อ Elon Musk

จริงแล้วๆโลกเป็นแค่ดาวดวงหนึ่งในหลายล้านล้านดวงในจักรวาลแห่งนี้

ถ้าถามว่ามีโอกาสมากแค่ไหน ที่โลกนี้จะหายไป

คงต้องบอกว่ามีโอกาสมากกว่าที่เราคิด

ตั้งแต่เริ่มมีสิ่งมีชีวิต เมื่อ 600 ล้านปีก่อนบนโลกใบนี้

มีเหตุการณ์หลายครั้งที่อากาศของโลกกลายสภาพเป็นขั้นวิกฤต

สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไปหลายสายพันธุ์ รวมทั้งไดโนเสาร์ที่เคยครองโลก

สมมติมีถนนเส้นหนึ่งที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน เดือนหนึ่งจะมีรถผ่านมาสักคันหนึ่ง

ถ้าถามว่าให้เราไปหลับตานอนกลางถนนเส้นนั้นสัก 1 ชั่วโมง เราจะกล้านอนไหม?

ถ้าเราไม่กล้า

นั่นก็หมายความว่า Homo Sapiens ต้องไม่กล้าพอที่จะพึ่งพาโลกใบนี้เพียงใบเดียวเช่นกัน

เพราะโอกาสที่จะเกิดขึ้นมีคล้ายกัน

เราอาจจะถึงจุดที่ต้องเลือกแล้วว่า เราจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่บนดาวดวงเดียว หรือ หลายดวง

ถ้า Homo Sapiens ยังเลือกที่จะอยู่บนโลกดวงเดียว ก็คงต้องยอมรับว่า CIVIZATION ทั้งหมดของ Homo Sapiens ที่สะสมมา 200,000 ปี มีโอกาสที่จะหายไป

หายไป เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น..

500 ปีที่ Homo Sapiens อุตส่าห์ฉลาดขึ้นมาได้ จะไม่มีค่าอะไรเลย

นี่เป็นบทดสอบที่สำคัญจุดหนึ่งของเผ่าพันธุ์ Homo Sapiens ว่าจะยอมแพ้ต่อดวงชะตาหรือไม่ หรือ Homo Sapiens ต้องทำใจยอมรับที่จะดับไป ในวันหน้า สักวันหนึ่ง

แต่ Homo Sapiens ชื่อ Elon Musk ไม่ได้คิดแบบนั้น..

เขาเชื่อว่าตอนนี้เทคโนโลยีทุกอย่างของ Homo Sapiens พร้อมแล้วที่จะทำให้ไม่เป็นเผ่าพันธุ์ที่มี CIVILIZATION อยู่บนโลกเดียวอีกต่อไป

SpaceX ของ Elon Musk จะส่งจรวดบรรทุกสินค้าที่ไม่มีลูกเรือ จำนวน 2 ลำไปที่ดาวอังคาร ในปี 2022 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้านี้เอง

และถ้าการส่งจรวดครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เขาก็จะส่งจรวดบรรทุกสินค้าเพิ่มไปอีก 2 ลำ พร้อมกับจรวดที่จะมีลูกเรือไปด้วยอีก 2 ลำ ในปี 2024 หรือ 2 ปีหลังจากการส่งครั้งแรก

ซึ่งภารกิจหลักของการส่งไปในครั้งนี้คือ การสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจรวดที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ บนดาวอังคาร

เพราะแผนงานของ Elon Musk ไม่ใช่แค่การเดินทางไปสำรวจดาวอังคาร

แต่ Elon Musk ต้องการสร้าง “เมือง” ที่ดาวอังคาร และจำเป็นต้องมีเชื้อเพลิงที่จะใช้เพื่อเดินทาง “ไปมา” ได้ระหว่างโลกและดาวอังคาร

การสร้างเมืองที่ดาวอังคารเป็นการการันตี ว่า Homo Sapeins จะเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่ได้บนดาว 2 ดวง

เราจะเป็นสองจุดในจักรวาล..

ถ้ามีจุดหนึ่งถูกลบไป ก็อาจจะยังเหลืออีกจุดหนึ่งไว้อยู่

สิ่งนี้น่าจะเป็นการก้าวที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์ Homo Sapiens ที่ในอดีต Homo Sapiens ได้แต่เดินต้วมเตี้ยมบนดาวดวงเดียวมาตลอด 200,000 ปีที่ผ่านมา

500 ปีที่แล้ว Homo Sapiens เพิ่งรู้จักทวีปอเมริกา และ เพิ่งรู้ว่าโลกกลม

แต่ในอีก 6 ปีข้างหน้า อาจจะไม่ใช่แบบนั้น

เราคงเป็นเผ่าพันธุ์ Homo Sapiens รุ่นที่โชคดีที่สุดในประวัติศาสตร์ที่จะได้เห็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนี้เกิดขึ้นในช่วงชีวิตเรา

ไม่รู้ว่าแผนการเพ้อฝันของ Homo Sapiens บ้าๆคนนี้จะสำเร็จหรือไม่

Homo Sapiens ที่เป็นแค่ผู้ติดตามอย่างเราก็คงได้แต่คอยเอาใจช่วยท่าน Elon Musk

ซึ่งความคิดในหัวของ Elon Musk ในตอนนี้ ก็คงจะมีแต่คำว่า

ดาวอังคาร.. อีก 6 ปี เจอกัน

“You want to wake up in the morning and think the future is going to be great –
and that’s what being a spacefaring civilization is all about.

It’s about believing in the future and thinking that the future will be better than the past.

And I can’t think of anything more exciting than going out there and being among the stars.”

– Elon Musk

พวกเราทุกคนตื่นขึ้นมา ทุกคนคิดว่าอนาคตจะต้องดีขึ้น
และ นี่แหละคือสิ่งที่วงการอวกาศเป็น
มันคือการเชื่อในอนาคต และคิดว่าอนาคตจะต้องดีกว่าในอดีต
และสิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดสำหรับเรา ก็คงจะเป็นการได้เดินทางไปตามดวงดาวต่างๆในจักรวาลนี้
– อีลอน มัสค์

———————-
<ad> หนังสือลงทุนแมน 1.0 วางแผงแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
———————-
[4266].

Comments

comments



10 thoughts on “CIVILIZATION 2024 AD สองจุดในจักรวาล”

  • ตั้งแต่เด็กๆผมชอบมองท้องฟ้า มองดูดาว แล้วเหม่อคิดนู่นนี่คนเดียวคล้ายๆกับเนื้อหาในซีรี่ส์นี้ และก็คิดแบบเดียวกับ Elon musk ที่ว่า ” I can’t think of anything more exciting than going out there and being among the stars.” จนตอนนี้ ทุกครั้งที่ผมอ่านเรื่องของชายคนนี้ ผมมองเห็นความหวังและความฝันของตนเอง ผมเริ่มตั้งเป้าหมาย
    ผมจะเก็บเงินให้มากพอที่จะได้ไปดาวอังคารในชาตินี้
    แต่อย่างไรก็ตามผมจะไม่กลายเป็น”พลเมืองดาวอังคาร”ที่ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน
    เป็นกำลังใจให้ Elon Musk และเป็นกำลังใจให้ลงทุนแมน
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ แม่เรียกกินยาแล้ว…

  • อ่านแล้วก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ Elon Musk
    แต่อ่านแล้วก็นึกถึง คุณเจริญ วรรธนะสิน ที่เคยออกหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ “นอสตราดามุส” แล้วบอกและยืนยันว่า โลกนี้ เพิ่งมีมนุษย์เมื่อ 30,000 ปีที่แล้วนี่เอง ยุค อาดัม และ อีวา เริ่มต้นจากยุคนี้ นั่นคือ พระเจ้าเพิ่งโผล่มาสร้างโลกเมื่อ 30,000 ปีที่ผ่านมานี้เอง แล้ว อาดัม กับ อีวา ผิวขาวหน้าตาดี ก็แตกลูกออกหลานออกไป หลาย ๆ คนก็เริ่มผิวพรรณเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ผมอ่านแล้วก็ข้องใจ (ตอนนั้น ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต) แล้วใครสร้างงูวะ ? แล้วใครสร้างซาตานวะ ? ทำไมพระเจ้าทรงอิทธิฤทธิ์ขนาดนั้น ทำไมไม่สามารถควบคุมดูแล อีวา และ ลูกหลานให้เป็นคนดีได้วะ ทำไมต้องออกมาล้างโลกด้วยไฟ ทำไมต้องมีเรือโนอาห์ยุคน้ำท่วมโลกวะ ? หรือ พอบริหาร พอดูแลอะไร ๆ ไม่ได้ดั่งใจ ก็ “ล้มโต๊ะ” เหรอวะ ?

    ยุคนี้ ตอนนี้ ไม่สงสัยเรื่องพวกนั้นแล้วนะครับ
    เข้าใจโลกได้ดีมากขึ้นแล้ว

    แต่ก็อยากให้ คุณเจริญ ได้กรุณามีเวลาแวะเวียนมาอ่านอะไร ๆ ของ ลงทุนแมน บ้างจัง !