NETFLIX กับ DISNEY ธุรกิจไหนน่าลงทุนกว่ากัน?

NETFLIX กับ DISNEY ธุรกิจไหนน่าลงทุนกว่ากัน?

NETFLIX กับ DISNEY ธุรกิจไหนน่าลงทุนกว่ากัน? / โดย ลงทุนแมน

ถ้าถามว่า..
บริษัทไหนมาแรงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ชื่อของบริษัท Netflix จะเป็นหนึ่งในนั้น

บริษัท Netflix เป็นธุรกิจวิดีโอสตรีมมิง ก่อตั้งธุรกิจมาเพียง 22 ปี
ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 5.0 ล้านล้านบาท

ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งบริษัทที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจภาพยนตร์
คงหนีไม่พ้น Disney ก่อตั้งมาแล้วกว่า 96 ปี ปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่า 6.6 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจคิดว่า Disney มีธุรกิจหลักคือ ภาพยนตร์
แต่รู้หรือไม่ว่า รายได้ส่วนภาพยนตร์ไม่ใช่รายได้หลัก ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 6 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

แล้วการแข่งขันของ Netflix กับ Disney น่าสนใจอย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Netflix แอปวิดีโอ โตระเบิด..
คงเป็นคำนิยามที่เหมาะสมกับบริษัทวิดีโอสตรีมมิงแห่งนี้

จำนวนยอดสมาชิก Netflix
ปี 2016 จำนวน 93.8 ล้านคน
ปี 2017 จำนวน 117.6 ล้านคน
ปี 2018 จำนวน 139.0 ล้านคน

ผลประกอบการ Netflix
ปี 2016 รายได้ 2.8 แสนล้านบาท กำไร 0.6 หมื่นล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 3.7 แสนล้านบาท กำไร 1.8 หมื่นล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 5.0 แสนล้านบาท กำไร 3.9 หมื่นล้านบาท

ปี 2017 รายได้เพิ่มขึ้น 32% กำไรเพิ่มขึ้น 202%

ปี 2018 รายได้เพิ่มขึ้น 34% กำไรเพิ่มขึ้น 119%

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ และกำไรอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้จุดขายหลักๆ ของ Netflix อยู่ที่ Original Content ที่เราไม่สามารถหาดูที่ไหนได้อีก

เม็ดเงินลงทุนสร้างหนังของ Netflix
ปี 2017 มูลค่า 2.8 แสนล้านบาท
ปี 2018 มูลค่า 3.8 แสนล้านบาท

จากตัวเลขการลงทุนในปี 2018
การลงทุนใน Original Content ของ Netflix
คิดเป็นสัดส่วนกว่า 85% ของเม็ดเงินลงทุน..

พอเรื่องเป็นแบบนี้ เราอาจสรุปได้ว่าจุดแข็งของแพลตฟอร์ม Netflix ก็แลกมาด้วยเม็ดเงินจำนวนมากเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หาก Netflix สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกรายเดือนได้มาก
รายได้และกำไร Netflix ก็สามารถเติบโตมากขึ้นได้อีก

อีกฟากหนึ่งคือ Disney บริษัททำธุรกิจสื่อบันเทิงมายาวนานกว่า 96 ปี
และถือเป็นอีกบริษัทที่ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมานับครั้งไม่ถ้วน

ผลประกอบการบริษัท The Walt Disney Company
ปี 2016 รายได้ 1.77 ล้านล้านบาท กำไร 3.0 แสนล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 1.76 ล้านล้านบาท กำไร 2.8 แสนล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 1.89 ล้านล้านบาท กำไร 4.0 แสนล้านบาท

จากผลประกอบการปีล่าสุด รายได้ของบริษัท Disney ทุกๆ 100 บาท
เป็นกำไรประมาณ 21 บาท

ที่น่าสนใจคือ รายได้ของบริษัทไม่ได้มาจากภาพยนตร์เป็นหลัก แต่ประกอบด้วย

เคเบิลทีวี 41%
สวนสนุกและโรงแรม 34%
ภาพยนตร์ 17%
ของเล่นและสื่ออื่นๆ 8%

มาถึงตรงนี้ เราอาจมองว่า Disney สามารถกระจายรายได้ได้ดีกว่า Netflix
ที่พึ่งพารายได้จากสมาชิกรายเดือนเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักอย่างเคเบิลทีวีของ Disney กำลังโดน DISRUPT จากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้ามาแย่งเวลาของเราไม่ว่าจะเป็น YouTube หรือ Netflix

จำนวนสมาชิก
ปี 2017 ESPN 234 ล้านคน Disney Channel 313 ล้านคน
ปี 2018 ESPN 243 ล้านคน Disney Channel 314 ล้านคน

แสดงให้เห็นว่า ภาพรวมของธุรกิจเคเบิลอยู่ในจุดอิ่มตัว
อีกทั้งต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกีฬามีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งหมดนี้เราอาจสรุปได้ว่า ธุรกิจหลักของ Disney อาจดูไม่สดใสเหมือนทางฝั่ง Netflix

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวทางธุรกิจของ Disney ที่กำลังพัฒนา ESPN+ และ Disney+ ที่เป็นการให้บริการสตรีมมิงคล้ายๆ กับ Netflix ค่อนข้างน่าจับตามอง

นอกจากนี้ การลงทุนของ Disney ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ปี 1995 เข้าซื้อ ESPN
ปี 2001 เข้าซื้อ Fox Family
ปี 2006 เข้าซื้อ Pixar
ปี 2009 เข้าซื้อ Marvel
ปี 2012 เข้าซื้อ Star Wars
และอีกหลายๆ เม็ดเงินลงทุนที่เน้นไปที่การเพิ่มแบรนด์ในมือ

โดยล่าสุด Disney ตัดสินใจเข้าซื้อ 21st Century Fox เจ้าของลิขสิทธิ์ Avatar, Fantastic 4 และ X-Men

ทั้งหมดนี้ก็อาจเป็นส่วนเติมเต็มสำคัญที่ทำให้ Disney สามารถนำแบรนด์เหล่านี้กลับมาเติมเต็มอย่างที่บริษัทอื่นๆ ไม่มีวันทำได้..

ยกตัวอย่างเช่น แฟรนไชส์ Marvel Cinematic Universe ซึ่งเป็นที่นิยม ดำเนินเรื่องราวให้เราติดตามกันมาแล้วกว่า 11 ปี

สมมติเล่นๆ ว่า ภาพยนตร์ Avengers: Endgame มีฉากจบโดยปิด End Credit ด้วยตัวละครใหม่จาก X-Men อย่าง Wolverines เพียงแค่นี้ ก็น่าจะทำให้มีภาคต่อไปได้อีกหลายปี..

มาถึงตรงนี้ เราก็คงสรุปได้ยากว่าธุรกิจไหนน่าลงทุนกว่ากัน

ซึ่งทั้ง 2 บริษัทต่างก็มีจุดแข็ง และโมเดลทางธุรกิจที่ต่างกันพอสมควร..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

รู้หรือไม่ว่าเม็ดเงินการลงทุนที่ Disney เข้าซื้อลิขสิทธิ์ Marvel และ Star Wars รวมกันมีมูลค่า 255,000 ล้านบาท น้อยกว่าที่ Netflix ลงทุนใน Original Content ในปี 2018 ปีเดียวเสียอีก..
———————-
ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ http://www.blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html

Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
———————-

References
-The Walt Disney Company, Annual Report 2018
-Netflix, Annual Report 2018
-https://variety.com/2019/digital/news/netflix-content-spending-2019-15-billion-1203112090/
-https://disneynews.us/important-disney-acquisitions-time-disney-history/

Comments

comments