เจาะธุรกิจพลังงาน ของ Tesla ที่โตแรงกว่า ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า

เจาะธุรกิจพลังงาน ของ Tesla ที่โตแรงกว่า ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า

เจาะธุรกิจพลังงาน ของ Tesla ที่โตแรงกว่า ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า /โดย ลงทุนแมน
หลายคนอาจไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้ว Tesla ไม่ได้ขายแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังทำธุรกิจพลังงานอีกด้วย
ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้ธุรกิจพลังงานเติบโตเฉลี่ยปีละ 50%
ขณะที่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเดียวกัน
รายได้เติบโตเฉลี่ยแค่ปีละ 30%
และในช่วงหลัง ๆ มานี้ก็แทบจะไม่โตแล้ว
ส่วนตอนนี้ ธุรกิจพลังงานของ Tesla ก็ยังโตแรงอยู่
แม้ตอนนี้รายได้จะน้อยกว่าธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 7 เท่าก็ตาม
ธุรกิจพลังงานของ Tesla คืออะไร และน่าสนใจแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปัจจุบัน รายได้ของ Tesla มาจาก 2 ธุรกิจหลัก
นั่นคือ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน
ซึ่งปีที่แล้ว Tesla มีรายได้จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าราว
2,600,000 ล้านบาท และมีรายได้จากธุรกิจพลังงานราว 340,000 ล้านบาท
โดยธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 79% ของรายได้รวม ส่วนธุรกิจพลังงานมีสัดส่วนราว 10% ของรายได้ที่ Tesla ทำได้ในปีที่แล้ว
ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าบริการ
ดูแค่นี้ ธุรกิจพลังงานคงไม่น่าสนใจเท่าไร
เพราะมีรายได้น้อยกว่ารถยนต์ไฟฟ้า 7 เท่า แถมยังทำเงินให้ Tesla แค่ 10% เท่านั้น
แต่ธุรกิจพลังงานของ Tesla กลับมีอะไรที่มากกว่านั้น..
ถ้าเราไปดูการเติบโตของรายได้ธุรกิจพลังงาน 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า
- ปี 2020 รายได้ 67,226 ล้านบาท
- ปี 2021 รายได้ 94,029 ล้านบาท
- ปี 2022 รายได้ 131,789 ล้านบาท
- ปี 2023 รายได้ 203,467 ล้านบาท
- ปี 2024 รายได้ 340,044 ล้านบาท
เห็นได้ว่า รายได้ธุรกิจพลังงานโตกว่า 5 เท่า
คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยปีละ 50% เลยทีเดียว
ส่วนปีที่แล้ว ก็โตถึง 67% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และเมื่อหันไปดูการเติบโตของรายได้ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเดียวกัน
- ปี 2020 รายได้ 918,248 ล้านบาท
- ปี 2021 รายได้ 1,592,403 ล้านบาท
- ปี 2022 รายได้ 2,409,305 ล้านบาท
- ปี 2023 รายได้ 2,778,715 ล้านบาท
- ปี 2024 รายได้ 2,598,376 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า Tesla มีรายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นราว 3 เท่า
ในช่วง 5 ปีเดียวกัน คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยปีละ 30%
แถมในปีล่าสุด ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ยังหดตัวลง 6% จากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถ EV
พอเทียบกันแล้ว ธุรกิจพลังงานของ Tesla มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่าธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
แถมอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจพลังงาน หลังหักต้นทุนขายแล้วอยู่ที่ 26% สูงกว่าธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 16% อีกด้วย
แล้ว Tesla ไปทำธุรกิจพลังงานอะไร ถึงโตแรงได้ขนาดนี้ ?
โดยธุรกิจพลังงานของ Tesla ก็คือ การขายโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ตั้งแต่ผลิต กักเก็บ ไปจนถึงขายพลังงานไฟฟ้า
เริ่มจากระบบผลิตพลังงาน
Tesla ขายโซลาร์เซลล์แบบธรรมดาที่ติดตั้งทั่วโลก
และโซลาร์เซลล์ของตัวเองที่เรียกว่า Solar Roof ที่เป็นเหมือนหลังคาโซลาร์เซลล์ไปในตัว
พูดให้เห็นภาพคือ Solar Roof ของ Tesla ไม่ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านของเรา แต่ติดตั้งหลังคาใหม่ ที่เป็นทั้งหลังคาและโซลาร์เซลล์ในแผ่นเดียวกัน
ซึ่งหลังคาแบบใหม่นี้ ถูกออกแบบให้รองรับแรงกระแทกจากพายุได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องรื้อหลังคาบ้านเก่าของตัวเองออกแทน
ทำให้บ้านที่จะคุ้มค่าในการใช้โซลาร์เซลล์แบบนี้ ก็ต้องเป็นบ้านที่กำลังสร้างใหม่ หรือมีแผนที่จะเปลี่ยนหลังคาของตัวเองอยู่แล้ว
นอกจากระบบผลิตพลังงานแล้ว Tesla ยังขายอุปกรณ์กักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตออกมาอีกด้วย
ปัจจุบัน Tesla มี Powerwall ที่ให้ลูกค้าทั่วไปใช้กักเก็บพลังงานที่ผลิตออกมาใช้ในบ้านของตัวเอง
ส่วนลูกค้าองค์กร Tesla ก็จะมีอีกสินค้าหนึ่งที่เรียกว่า Megapack ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ไว้ใช้เก็บพลังงานที่ผลิตออกมาจำนวนมากได้
เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ของพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้ไม่แน่นอนในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี จึงลดความเสี่ยงของปริมาณไฟฟ้าที่อาจไม่พอใช้ตามมา
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า Tesla ก็ไม่ได้มีรายได้จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานแค่ครั้งเดียว แต่ยังมีรายได้จากค่าเช่าและซ่อมบำรุง เข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วย
โดยให้บริการกับลูกค้าที่อยากเช่าใช้งาน มากกว่าซื้อติดตั้ง ด้วยการลงทุนก้อนใหญ่ครั้งเดียวไปเลยทันที
และอีกธุรกิจพลังงานของ Tesla ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือ Tesla รับซื้อไฟและขายไฟต่อ
ถ้าพูดให้เห็นภาพ Tesla ทำตัวเหมือนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวงในไทย ที่รับซื้อไฟมาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วขายต่อให้กับคนทั่วไปในพื้นที่
Tesla กำลังทำแบบนี้ในรัฐเท็กซัส โดยให้บ้านที่ติดตั้ง
โซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน Powerwall อยู่แล้ว
สามารถขายไฟคืนให้กับระบบ Tesla Electric ได้
เพราะในรัฐเท็กซัสปัจจุบันเป็นระบบตลาดไฟฟ้าเสรี
ที่เปิดให้เราซื้อไฟฟ้าจากใครก็ได้ ทำให้ Tesla กระโดดเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ซื้อและขายไฟฟ้าในรัฐนี้
และเพื่อจูงใจบ้านเหล่านี้ ให้เข้าร่วมการขายไฟคืน
Tesla จึงยอมจ่ายเงินให้ปีละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,500 บาท ต่อ 1 Powerwall ที่บ้านนั้นมี
พร้อมให้สิทธิพิเศษกับลูกค้า ในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไม่จำกัด เพียงลูกค้าเหมาจ่ายเงินราว 500-800 บาทต่อเดือน
เมื่อบ้านเหล่านี้ยอมขายไฟให้แล้ว Tesla ก็จะเอาไฟฟ้าตรงนี้ไปขายต่อกับลูกค้าคนอื่น ที่ทำให้ได้ส่วนต่างกำไรในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงนั่นเอง
ถึงตรงนี้ ก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมธุรกิจพลังงานของ Tesla ถึงกำลังโตแรง
เพราะให้บริการพลังงานโซลาร์เซลล์ครบวงจรตั้งแต่ผลิต กักเก็บ ไปจนถึงขายไฟฟ้า และสามารถเจาะได้ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป และองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการใช้ระบบกักเก็บพลังงานมหาศาล แถมมียอดใช้จ่ายสูงอีกด้วย
ซึ่งหลังจากนี้ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ธุรกิจพลังงานของ Tesla จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตแรง ๆ แบบนี้ต่อไปได้หรือไม่
แต่ถ้าเติบโตระดับนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
ไม่แน่ว่าในอนาคต ธุรกิจพลังงานของ Tesla ก็อาจเป็นอีกธุรกิจที่สำคัญพอ ๆ กับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเลยก็ได้..
╔═══════════╗
ก้าวข้ามทุกความผันผวน พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนอย่างตรงเป้าหมาย กับกองทุน Eastspring Ultimate Global Allocation Series กองทุนที่เน้นกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายคุณภาพทั่วโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ (ระดับความเสี่ยงกองทุน 5) ลงทุนง่ายไม่มีขั้นต่ำ
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.ttbbank.com/link/fb/es-ultimate-ga
?? สนใจลงทุน คลิก https://www.ttbbank.com//ttb/touch/mf
? สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ttb investment line 1428 กด #4 ทุกวัน จ.–ศ. เวลา 9:00–17:30 น. เวลา 9:00–17:30 น. (ยกเว้นวันหยุดธนาคาร)
การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
╚═══════════╝

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2025 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon