<ผู้สนับสนุน> MICHELIN ยางรถยนต์ สำคัญกว่าที่เราคิด

<ผู้สนับสนุน> MICHELIN ยางรถยนต์ สำคัญกว่าที่เราคิด

<ผู้สนับสนุน>
MICHELIN ยางรถยนต์ สำคัญกว่าที่เราคิด / โดย ลงทุนแมน

ถ้าเราพูดถึงเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์
ส่วนประกอบไหนสำคัญที่สุด?
หนึ่งในคำตอบนั้นก็คือ ยางรถยนต์
และ ชื่อของ MICHELIN ก็เป็นผู้นำในเรื่องนี้

เรื่องนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เราคิดว่ายางรถยนต์สำคัญขนาดไหน?

เมื่อพูดถึงความปลอดภัยในการขับรถแล้ว สิ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลยก็คือ ยางรถยนต์

เพราะว่า ยางรถยนต์ส่งผลต่อการขับขี่ และ ที่สำคัญคือระยะทางในการเบรกรถของเรานั่นเอง

ซึ่งถ้าเรามองในมุมของการลงทุน

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเปรียบเทียบได้กับความเสี่ยง ที่อาจสร้างความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ เราจึงไม่ควรละเลยเรื่องความปลอดภัย

และถ้าเราลงทุนในล้อรถยนต์ที่มีคุณภาพ และสามารถช่วยในเรื่องของความปลอดภัยได้ ความเสี่ยงนั้นก็จะลดลงได้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

สมมติว่า ระหว่างที่เราขับรถอยู่ เกิดต้องเบรกฉุกเฉิน แล้วรถของเราไถลไปเป็นระยะไกลชนกับต้นไม้

อย่างน้อยๆ เหตุการณ์นี้ก็น่าจะทำให้เราต้องเสียค่ารักษาพยาบาลและซ่อมรถเป็นจำนวนไม่น้อย

แต่ถ้าเราลงทุนซื้อยางรถยนต์มีประสิทธิภาพในการเบรก อุบัติเหตุในครั้งนี้ ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

นั่นหมายความว่า การลงทุนในยางที่ช่วยในเรื่องการขับขี่ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น อาจจะลดความเสี่ยงในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุลงได้

พอเป็นแบบนี้แล้ว จะดีกว่าไหมถ้าเราซื้อยางจากบริษัทชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจอย่าง MICHELIN

MICHELIN เป็นบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำของโลกจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีโรงงานผลิตอยู่ทั้งหมด 68 แห่งใน 17 ประเทศ โลโก้บริษัทเป็นรูปมนุษย์ยางสีขาวที่หลายๆ คนน่าจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี

และ MICHELIN ยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยเกี่ยวกับยางรถยนต์ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับโลก

เมื่อเร็วๆ นี้เอง MICHELIN ได้เปิดตัว “ยางมิชลินไพรมาซี่4” (MICHELIN Primacy 4) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของบริษัท

ยางมิชลินไพรมาซี่4 มีอะไรน่าสนใจ?

ยางมิชลินไพรมาซี่4 นอกจากเป็นยางที่ให้การขับขี่นุ่มสบายอย่างแท้จริงแล้ว ยังเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน”

ซึ่งเป็นการแสดงถึงคุณสมบัติของยาง ในการตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยหลังจากยางถูกใช้เป็นระยะเวลานาน

ยางใหม่กับยางเก่ามีข้อแตกต่างกันตรงไหน?

ถ้าเราลองนึกภาพยางรถยนต์ เราจะเห็นดอกยางเล็กๆเกาะอยู่ตรงล้อ

ซึ่งเมื่อเวลาเราใช้ไปนานๆ ดอกยางเหล่านี้จะค่อยๆเสื่อมสภาพไป

ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเบรกและการเกาะถนนลดลง

เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราจึงควรหมั่นตรวจสอบยางรถยนต์อยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยขณะขับรถ

นอกจากการตรวจสอบยางแล้ว

เรายังสามารถเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกได้ด้วยยางมิชลินไพรมาซี่4

ทำไม ยางมิชลินไพรมาซี่4 ถึงช่วยเพิ่มความมั่นใจสำหรับยางที่ถูกใช้เป็นระยะเวลานานได้?

เรามาลองดูผลการทดสอบระยะเบรกของยางมิชลินไพรมาซี่4 บนถนนเปียกเปรียบเทียบกับยางชั้นนำแบรนด์อื่นๆ ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก (สำหรับวิธีการทดสอบสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ท้ายบทความ)

ในกลุ่มยางใหม่
ยางมิชลินไพรมาซี่4 มีระยะเบรกสั้นกว่าค่าเฉลี่ยของยางแบรนด์อื่นๆ 2.5 เมตร

ในกลุ่มยางใกล้หมดดอก
ยางมิชลินไพรมาซี่4 มีระยะเบรกสั้นกว่าค่าเฉลี่ยของยางแบรนด์อื่นๆ 5.1 เมตร

เรื่องที่น่าสนใจต่อไปคือ

ผลการทดสอบ ยางมิชลินไพรมาซี่4 ที่ใกล้หมดดอก มีระยะเบรกสั้นกว่าค่าเฉลี่ยยางใหม่ของแบรนด์อื่นๆ ถึง 1.8 เมตร

เรื่องนี้แปลว่า แม้ยางมิชลินไพรมาซี่4 จะใกล้หมดดอกก็ยังคงประสิทธิภาพที่เหนือกว่ายางใหม่แบรนด์อื่นๆอยู่นั่นเอง

โดยปกติแล้วสำหรับผู้ใช้แล้ว ความปลอดภัยน่าจะต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

แต่ปัจจัยรองลงมาก็คงไม่พ้นเรื่องของความสบายขณะขับรถ

ซึ่งยางมิชลินไพรมาซี่4 เองก็สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ด้วยให้การขับขี่ที่นุ่มสบายอย่างแท้จริง และ เงียบ จากการลดเสียงที่เกิดจากยางรถยนต์รวมถึงการดูดซับแรงกระแทกขณะขับรถ

สำหรับใครที่ตอนนี้กำลังเห็นว่ายางรถยนต์ของตัวเองใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้วยังไม่ได้ตรวจดูว่าถึงกำหนดอายุการใช้งานแล้วหรือยัง ก็อย่าลืมนำไปตรวจเช็ค เพื่อที่เราจะได้ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลงไปได้

แต่ความเสี่ยงนั้นน่าจะสามารถลดลงได้อีก ถ้าเราเลือกลงทุนในยางที่มีคุณภาพดี

ถ้าผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้ คือความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ซึ่งยางมิชลินไพรมาซี่4 ก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว..

ข้อมูลเพิ่มเติม:

ยางมิชลินไพรมาซี่4 มีจำหน่ายตั้งแต่ขอบ 15”-19” เหมาะกับรถยนต์นั่งขนาดกลาง-ใหญ่ เช่น

โตโยต้า อัลติส (Toyota Altis), ฮอนด้า ซีวิค (Honda Civic)
โตโยต้า แคมรี่ (Toyota Camry), ฮอนด้า แอคคอร์ด (Honda Accord) บีเอ็มดับบลิว ซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 5 (BMW 3 and 5 Series), เมอร์เซเดส อี-คลาส และ ซี-คลาส (Mercedes E and C Classes)

กระบวนการทดสอบเปรียบเทียบยางรถยนต์
– ผลการทดสอบระยะเบรกทดสอบในสวนนงนุช จังหวัดชลบุรี บนพื้นถนนเปียกและแห้งที่อุณหภูมิ 27-32 °C เมื่อเดือนมกราคมและพฤษภาคม 2561 โดยติดตั้ง ยางมิชลินไพรมาซี่ 4 ขนาด 255/50R17 สี่เส้นใหม่บนรถทดสอบยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแอ็คคอร์ดซึ่งขับขี่ด้วยความเร็ว 0 – 80 กม/ชม เปรียบเทียบกับยางมิชลินไพรมาซี่ 4 รุ่นเดียวกันที่ใกล้หมดดอก
– “ใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึง ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2 มิลลิเมตร
– จากผลการทดสอบระยะเบรกตามเงื่อนไขในข้อแรกเปรียบเทียบระหว่างยางใหม่ของมิชลินไพรมาซี่4 และยางใหม่ของคู่แข่งชั้นนำ
– จากผลการทดสอบระยะเบรกตามเงื่อนไขในข้อแรกเปรียบเทียบระหว่างยางมิชลินไพรมาซี่4 ใกล้หมดดอกกับยางของคู่แข่งชั้นนำในสภาพเดียวกัน
– ผลการทดสอบเสียงภายในห้องโดยสารรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 50 – 70 กม/ชม และผลการประเมินความนุ่มสบายที่ความเร็ว 30-50 กม/ชม ดําเนินการทดสอบโดย บริษัททียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จากัด (TUV Rheinland Thailand) ตามคำขอของมิชลิน

Comments

comments