หรือว่าจีนจะกลับไปมีจักรพรรดิ?

หรือว่าจีนจะกลับไปมีจักรพรรดิ?

หรือว่าจีนจะกลับไปมีจักรพรรดิ? / โดย ลงทุนแมน
ช่วงนี้ข่าวใหญ่จากต่างประเทศ
คงหนีไม่พ้นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญของจีน
ที่จะทำให้ประธานาธิบดี
อยู่ในตำแหน่งได้ตลอดชีวิต..

ที่ผ่านมา จีนมีผู้นำมาแล้วหลายคน โดยผู้นำคนแรกในระบบคอมมิวนิสต์คือ เหมา เจ๋อตง ซึ่งดำรงตำแหน่งช่วงปี 1949-1959

และ คนล่าสุดคือ สี จิ้นผิง ดำรงแหน่งมาตั้งแต่ปี 2013

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักชื่อนี้ แต่จำชื่อนี้ไว้ให้ดี
คนนี้อาจไม่เหมือนคนก่อนๆ

เพราะเขาอาจจะมีโอกาสได้อยู่เป็นประธานาธิบดีไปชั่วชีวิต

เรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อไม่กี่วันก่อน สภาของจีนได้อนุมัติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จากเดิม ประธานาธิบดีของจีนจะดำรงตำแหน่งได้สูงสุด 2 วาระ วาระละ 5 ปี

แก้ใหม่เป็น ไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง

หรือพูดง่ายๆ เลยคือ แทนที่จะต้องลงจากตำแหน่งในปี 2023
สี จิ้นผิง จะเป็นประธานาธิบดีต่อไปอีกนานแค่ไหนก็ได้..

จริงๆ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มีสัญญาณมาก่อนแล้ว

เพราะในการประชุมสภาเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ที่ปกติประธานาธิบดีจะมีการเสนอชื่อว่าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งของตัวเอง

แต่ สี จิ้นผิง ไม่ได้เสนอชื่อใคร

นอกจากนี้ ยังมีการบันทึก “แนวคิด” ของ สี จิ้นผิง ลงเป็นหลักการสำคัญของพรรค

เรื่องนี้แปลกตรงไหน?

การยกย่องแนวความคิดหรือทฤษฎีของผู้นำประเทศลงในหลักการของพรรค คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ผ่านมาก็มีอยู่แล้ว

เพียงแต่จะไม่มีการ ระบุชื่อ

ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์มา เคยมีคนแค่ 2 คนที่ได้รับการยกย่องด้วยการระบุชื่อ
คือ เหมา เจ๋อตง ผู้ก่อตั้งพรรค และ เติ้ง เสี่ยวผิง

เท่ากับว่า การระบุชื่อของ สี จิ้นผิง เมื่อปีที่แล้ว กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเหมือนกับยกย่องให้เป็นผู้นำสูงสุดในระดับเดียวกับ เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง

หลายคนก็มองว่า เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า สี จิ้นผิง กำลังกุมอำนาจและมีอิทธิพลต่อพรรคอย่างมาก และน่าจะมีแผนที่จะยืดวาระการเป็นประธานาธิบดีของตัวเองออกไปอีก

ซึ่งก็เกิดขึ้นแล้ว

และนอกเหนือจากเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ก็ยังมีการจัดตั้งและควบรวบ หน่วยงานอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งก็อาจจะทำให้มีการรวมอำนาจเข้ามาที่ศูนย์กลางมากขึ้นไปอีก

และ สีจิ้นผิง น่าจะเป็นประธานาธิบดีที่อยู่ในยุครุ่งเรืองที่สุดตั้งแต่ประเทศจีนมีมาในโลกนี้

รุ่งเรืองขนาดไหน ลองมาดูรายได้ต่อหัว (GDP per Capita) ของคนไทยเมื่อเทียบกับจีน

ปี 2000
ไทย 62,837 บาทต่อปี
จีน 30,028 บาทต่อปี

ปี 2005
ไทย 90,571 บาทต่อปี
จีน 54,882 บาทต่อปี

ปี 2010
ไทย 158,857 บาทต่อปี
จีน 142,744 บาทต่อปี

ปี 2015
ไทย 182,005 บาทต่อปี
จีน 252,566 บาทต่อปี

รายได้ต่อหัวจีนแซงไทยไปเรียบร้อยแล้ว

คงต้องคอยติดตามว่า สี จิ้นผิง มีแผนจะทำอะไรให้ประเทศจีนก้าวหน้าต่อไปอีก

เดิมในฐานะผู้นำของจีน ก็แทบจะมีอำนาจล้นฟ้าอยู่แล้ว

ตอนนี้ยังจะสามารถอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ตลอดไปอีก

ก็แอบคิดเหมือนกันว่า

หรือว่าจีนจะกลับไปมีจักรพรรดิ..
———————-
<ad> หนังสือลงทุนแมน 2.0 วางแผงแล้ว
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
———————-

Reference
-http://www.bbc.com/news/world-asia-china-43361276
-http://www.bbc.com/thai/international-41536897
-http://www.bbc.com/thai/international-41732433
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-03-13/china-unveils-revolutionary-plan-to-ensure-party-holds-power
-https://www.thairath.co.th/content/1225372
-https://en.wikipedia.org/wiki/President_of_the_People%27s_Republic_of_China#Timeline
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.CD?locations=TH-CN
[4745].

Comments

comments