กองทุนระดับโลกที่เน้นด้าน Financial Service กองแรกและกองเดียวของประเทศไทย

กองทุนระดับโลกที่เน้นด้าน Financial Service  กองแรกและกองเดียวของประเทศไทย

กองทุนระดับโลกที่เน้นด้าน Financial Service

กองแรกและกองเดียวของประเทศไทย

/ โดย KTAM

 

ถ้าถามว่าภาคธุรกิจอะไรมีบทบาทมากที่สุดของโลกมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นธุรกิจภาคการเงิน ซึ่งเป็นเหมือนฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจต่าง ๆ ของทุกประเทศ และเป็นพื้นฐานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก

 

รู้ไหมว่าธนาคารเป็นธุรกิจที่เริ่มมีตั้งแต่สมัย 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ตั้งแต่นั้นมาธุรกิจนี้ก็จำเป็นกับสังคมมนุษย์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และก็น่าจะมีอยู่ตราบเท่าที่ยังมีมนุษย์อยู่บนโลกนี้ “ธนาคารและธุรกิจ เป็นของคู่กัน เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่านั่นเอง”

 

ธนาคารไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นที่อาจจะเสื่อมถอยไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ธนาคารและภาคการเงินมีลักษณะพิเศษ เป็นตัวกลางเชื่อมโยงทุกธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่งธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของหุ้นในกลุ่มการเงิน

 

หุ้นในกลุ่มการเงินมีธุรกิจอะไรบ้าง?

ไล่ตั้งแต่ ธนาคาร ประกันภัย ตลาดทุน สินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ขาดไม่ได้ และเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทุกประเทศทั้งในอดีต… ปัจจุบัน… และในอนาคต…

 

แล้วอุตสาหกรรมนี้น่าลงทุนตรงไหน?

หลังจากเกิดวิกฤตการเงินที่อเมริกาในปี 2008 เราก็อยู่ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมาตลอด ซึ่งดอกเบี้ยที่ต่ำนี้ส่งผลให้กำไรของบริษัทด้านการเงินต่ำกว่าในช่วงก่อนหน้านั้น ปกติแล้วรายได้หลักของธนาคารจะมาจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับ และ ต้นทุนดอกเบี้ย หรือ เรียกว่า Net Interest Margin (NIM)

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคาร US (Net Interest Margin) อยู่ในระดับต่ำในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา (ที่มา FRED Economic Data ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ค.60)

 

3 Megatrend ของหุ้นกลุ่มการเงินในอนาคต

หุ้นกลุ่มการเงินกำลังมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้ใน 3 จุดหลัก

  1. การกำกับดูแลที่ดีขึ้น – ตั้งแต่วิกฤตการเงินที่อเมริกาในปี 2008 หลายประเทศได้เข้ามากำกับดูแลภาคธนาคารกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเหมือนการปฏิรูปภาคธนาคารโดยรวม ทำให้ธนาคารต่าง ๆ ทำธุรกิจโดยเน้นความแข็งแรงและความยั่งยืนมากขึ้น
  2. ดอกเบี้ยขาขึ้น – อัตราดอกเบี้ยโลกกำลังเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ทำให้ภาคธนาคารได้ประโยชน์จาก NIM ที่สูงขึ้น และนำมาซึ่งกำไรของธนาคารต่าง ๆ ที่เยอะขึ้นในอนาคต
  3. Fintech – การเข้ามาของ Fintech นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยทั่วไปแล้วยังเป็นประโยชน์ต่อหลายธนาคารที่มีการปรับตัวได้ทันเวลา และทำให้ธนาคารต่าง ๆ มีนวัตกรรมในการให้บริการมากขึ้น

 

ต่อจากนี้เรื่องราวของโลกการเงินกำลังเริ่มเปลี่ยนไป

ปลายปีที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐมีนโยบายปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น

 

เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จะทำให้ NIM สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจกลุ่มธนาคาร โดยจะสามารถทำกำไรได้มากขึ้นนั่นเอง

 

เศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของโลกในอนาคตจะปรับตัวสูงขึ้น

เศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะทำให้การขยายตัวของสินเชื่อดีขึ้น และมีการทำธุรกรรม มากขึ้น

ธุรกรรมทางการเงินที่มากขึ้นจะส่งผลให้ธนาคารได้ค่าธรรมเนียมจากวอลุ่มในตลาดเงิน ตลาดทุนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆในกลุ่ม Start Up ที่ช่วยการเติบโตอีกทางให้กับกลุ่ม Fintech ด้วย

 

นอกจากกลุ่มธนาคารแล้ว กลุ่มบริษัทประกันจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น

เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จะทำให้ผลตอบแทนจากพันธบัตร และหุ้นกู้ ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของกลุ่มบริษัทประกันดีขึ้น

ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

แน่นอนว่าธุรกิจด้านการเงินในอนาคตก็อาจมีผลกระทบจากเทคโนโลยี ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจการเงิน จะเรียกกันว่า FinTech

 

การบริการทางการเงินในรูปแบบเดิมๆอาจจะค่อยๆเปลี่ยนไป แต่ Financial Services ระดับโลก ก็ไม่ได้หยุดนิ่งที่จะเร่งตอบโจทย์ให้กับอนาคตที่จะเกิดขึ้น

 

และที่สำคัญ ราคาของหุ้นกลุ่ม Fintech ทั่วโลกได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา… ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่… บางครั้งของแพงก็เป็นของดี

 

เพราะฉะนั้น “ราคา” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการลงทุนหุ้นกลุ่ม Fintech

 

“ควรเลือกลงทุน กับคนที่ไว้ใจ”

กองทุน KTAM World Financial Service Fund เป็นกองทุนรวมที่ลงในกองทุนในต่างประเทศอีกที ที่เรียกกันว่า Feeder Fund

 

โดยจะลงทุนในกองทุน Fidelity Funds – Global Financial Services (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบลจ.ระดับโลกที่มีประวัติอันยาวนานและผ่านความผันผวนมาหลายวงจรเศรษฐกิจอย่าง Fidelity

 

ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายกว้าง ๆ คือการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการเงิน

 

ธุรกิจอะไรที่กองทุนนี้จะนำเงินไปลงทุนบ้าง?

-ธนาคาร

-ประกัน

-ตลาดทุน

-บริษัทการเงิน

-อสังหาริมทรัพย์

-สินเชื่อผู้บริโภค

-FinTech

 

ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนหลักนี้ได้ลงทุน ได้แก่

JPMorganChase เป็น 1 ใน 4 ธนาคารใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เกิดจากการควบรวมกิจการของ 2 สถาบันการเงินใหญ่ J.P. Morgan & Co. และ Chase Manhattan Corporation เมื่อปี 2000 ดำเนินธุรกิจให้บริการทางการเงินต่างๆ โดยในปัจจุบัน เป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา (Relbanks ธ.ค. 2016) และยังเป็นธนาคารที่มีมูลค่าตามราคาตลาดมากที่สุดในโลกอีกด้วย (Relbanks ม.ค. 2017) โดยในปี 2016 บริษัทมีรายได้รวม 95,668 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกำไร 24,733 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา JPMorgan Chase Annual Report 2016

 

Citigroup INC อีก 1 ใน 4 ธนาคารใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยมีสินทรัพย์มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของธนาคารในอเมริกา และมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ในอันดับที่ 8 ของธนาคารทั่วโลก ให้บริการด้านการเงินสำหรับบุคคลทั่วไป องค์กรและหน่วยงานรัฐต่างๆ และเป็น 1 ในผู้นำด้านการให้บริการบัตรเครดิตที่มีผู้ถือบัตรมากกว่า 55 ล้านบัญชี ในปี 2016 มีรายได้รวม 69,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกำไร 14,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: Citigroup Annual Report 2016

 

Allianz SE บริษัทสัญชาติเยอรมัน ที่มีธุรกิจหลักๆ คือ การบริการด้านประกันภัยชนิดต่างๆ ให้ทั้งสำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร รวมไปถึงการให้บริการด้านการบริหารสินทรัพย์ ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 86.3 ล้านราย จากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เป็นบริษัทประกันที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 จากการจัดอันดับของ Forbes (2017 Global 2000) มีรายได้รวมในปี 2016 อยู่ที่ 122,416 ล้านยูโร เป็นกำไร 7,250 ล้านยูโร

ที่มา:  Allianz Group Annual Report 2016

 

AIA Group LTD เป็นบริษัทประกันชีวิต เป็นบริษัทมหาชนในกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ไม่นับญี่ปุ่น) ดำเนินธุรกิจประกันมายาวนานกว่า 98 ปี โดยได้แยกตัวออกจาก AIG บริษัทประกันที่มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกันในปี 2009 ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกง มีสาขาและบริษัทย่อยใน 18 ประเทศ ให้บริการด้านประกันชีวิต อุบัติเหตุ และสุขภาพ ปี 2016 มีรายได้รวม 28,196 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกำไร 4,212 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: AIA Group Annual Report 2016

 

Berkshire Hathaway 1 ในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอาณาจักรบริษัทของ วอเร็น บัฟเฟตต์ ที่เป็นเจ้าของและถือหุ้นในธุรกิจมากมาย หลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไล่ตั้งแต่ การลงทุน ธุรกิจประกัน พลังงาน ผู้ผลิตสินค้า ไปจนถึงระบบทางรถไฟ หุ้นคลาส A ของบริษัทนี้ยังเป็นเจ้าของสถิติหุ้นที่แพงที่สุดโลก (BRK/A) ด้วยราคาสูงสุด 270,000 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น รายได้รวมในปี 2016 อยู่ที่ 223,604 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกำไร 24,427 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: Berkshire Hathaway Annual Report 2016

ชื่อตัวอย่างบริษัทที่กล่าวมา ทุกคนน่าจะรู้จัก และเคยได้ยินมาบ้าง และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีความมั่นคง และน่าจะเป็นส่วนสำคัญในเศรษฐกิจของโลกไปอีกนาน

 

ประเทศที่กองทุนนี้ได้ลงทุนแบ่งเป็นสัดส่วนดังนี้

ที่มา: Fidelity Funds ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60

 

สรุปสั้น ๆ ว่าทำไม KT-FINANCE ถึงน่าลงทุน

  • เป็นกองแรกและกองเดียวที่ focus การลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงินโดยเฉพาะ
  • ภาคธนาคารกำลังเติบโตในอนาคตจากการปฏิรูปธนาคาร ดอกเบี้ยที่ค่อยๆสูงขึ้น และ Fintech
  • เป็นเพียงไม่กี่กองทุนในประเทศไทยที่เปิดโอกาสการลงทุนในบริษัทที่เติบโตเร็วอย่าง Fintech
  • เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัว กลุ่มการเงินได้ประโยชน์เต็มๆ
  • กองทุนหลัก Fidelity Funds – Global Financial Services Fund บริหารจัดการโดยบลจ.ระดับโลกอย่าง Fidelity
  • ลงทุนแบบ focus portfolio ในหุ้นเพียง 50-60 ตัว จาก 1000 กว่าบริษัททั่วโลก
  • ทีมงานที่แข็งแกร่งช่วยกันเก็บหุ้นที่มีราคาเหมาะสมเข้าพอร์ตลงทุน
  • ค่าธรรมเนียมพอ ๆ กองทุนต่างประเทศทั่วไป

 

สรุปแล้วกองทุนนี้น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากลงทุนในธุรกิจภาคการเงินที่น่าจะได้ประโยชน์จากการปฏิรูประบบการเงิน การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต และเราจะได้มีส่วนร่วมในการลงทุนในบริษัทที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง FinTech ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการเงินของโลก ซึ่งกองทุนนี้เป็นอีกกองหนึ่งที่น่าจะมีติดพอร์ตไว้ในช่วงนี้

 

อย่างไรก็ตามกองทุนนี้ก็มีความเสี่ยงเหมือนๆกับกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศทั่วไป เช่น ความเสี่ยงเรื่องการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่มธุรกิจ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงอื่นๆของกองทุนหุ้นต่างประเทศ

 

ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนหรือติดต่อ บลจ.กรุงไทย ได้ที่ 0-2686-6100

—————————————————————————————————————————–

กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ฟันด์ : KT-FINANCE (ความเสี่ยงระดับ 7)

นโยบายการลงทุน: ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity Funds – Global Financial Services Fund (กองทุนรวมหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (ในรูปสกุลเงินบาท): ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้รับประกันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

<Advertorial Article>

Comments

comments