เศรษฐกิจโลก 100 ปี ตอนที่ 3 ทศวรรษแห่งความตกต่ำ

เศรษฐกิจโลก 100 ปี ตอนที่ 3 ทศวรรษแห่งความตกต่ำ

เศรษฐกิจโลก 100 ปี ตอนที่ 3 ทศวรรษแห่งความตกต่ำ (ค.ศ.1930 – ค.ศ.1939) / โดย ลงทุนแมน

ในทศวรรษนี้..
หากเราเดินไปตามท้องถนนในสหรัฐอเมริกา
ทุกๆ 3 คนที่เราพบเจอ จะมี 1 คนที่ตกงาน

ปัจจัยหนึ่งเกิดจากวิกฤติการล่มของตลาดหุ้นในปี 1929
ที่ลุกลามจนนำมาสู่การปิดกิจการของบริษัท ห้างร้าน
สำหรับคนที่กู้ธนาคารมา ก็ไม่มีเงินใช้หนี้ จนธนาคารต้องแบกรับภาระหนี้เสียมากมาย

เมื่อประชาชนคนฝากเงินรู้เรื่องนี้ ก็รีบแห่กันไปถอนเงินจากธนาคาร
ผลคือธนาคารขาดเงิน และนำมาสู่การล้มละลายนับพันแห่งในช่วงปี 1932-1933

เมื่อกิจการห้างร้านปิด ธนาคารล้ม ผู้คนจึงตกงาน ยิ่งซ้ำเติมให้การบริโภคลดลง
การตกงานจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนท้ายที่สุด
สหรัฐอเมริกาได้ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าและส่งออก
เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
และเรื่องนี้นำมาสู่การขึ้นภาษีของประเทศในยุโรปเช่นเดียวกัน

การค้าของโลกจึงหดตัวลงทันทีถึง 1 ใน 3

เมื่อแต่ละประเทศต้องรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ
จึงนำมาสู่การปฏิวัติทางระบบการเงิน
คือการยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard)

ระบบมาตรฐานทองคำ ริเริ่มโดยจักรวรรดิอังกฤษในศตวรรษที่ 19
ตามมาตรฐานทองคำนั้น เงินจะถูกพิมพ์ออกมาโดยเลื่อนลอยไม่ได้
หากแต่ต้องมีทองคำเป็นตัวหนุนหลังในฐานะ “ใบแทนทองคำ”

แต่ในยามวิกฤติ แต่ละประเทศต่างต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภายใน
ลดปัญหาคนว่างงาน และเพิ่มสวัสดิการให้แก่ประชาชน
ซึ่งหากทำเช่นนี้
ต้องใช้เงินในระบบมหาศาลซึ่งจะมากเกินกว่าปริมาณทองคำที่มี

แล้วรัฐบาลแต่ละประเทศแก้ปัญหาการมีทองคำไม่พออย่างไร?

คำตอบง่ายๆ ก็คือ ยกเลิกการผูกติดสกุลเงินกับทองคำ
แล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว กล่าวคือสกุลเงินของแต่ละประเทศนั้นจะเคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาดอย่างอิสระ

แม้ตอนนั้นสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดมาแล้วระยะหนึ่ง
แต่ในแง่การเงิน เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงมีบทบาทระหว่างประเทศน้อยกว่าเงินปอนด์ของอังกฤษ

แต่การเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของโลกในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักของโลก

ส่วนในเยอรมนี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ หัวหน้าพรรคนาซี
ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเผด็จการเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียวในปี 1934
และได้ริเริ่มแผนการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน
หนึ่งในนั้นคือการขยายกองกำลังทางทหาร และการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขนานใหญ่

ฝั่งทวีปเอเชีย ภายใต้หลักการ “ประเทศมั่งคั่ง การทหารเข้มแข็ง”
ในยุคนี้อุตสาหกรรมมากมายเกิดขึ้นในญี่ปุ่น รวมถึงแสนยานุภาพทางการทหารก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลก
จักรวรรดิญี่ปุ่นซึ่งยึดครองคาบสมุทรเกาหลีอยู่แล้ว ได้บุกยึดแมนจูเรีย และเมืองใหญ่อื่นๆ ของจีน ทั้งกรุงปักกิ่ง เทียนจิน และนานกิง ได้ในปี 1937

บริษัทระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นมาในช่วงทศวรรษนี้
ส่วนใหญ่จึงเป็นบริษัทอุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่นและเยอรมัน

Porsche ก่อตั้งในปี 1931
จากนักประดิษฐ์ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนามอเตอร์และเครื่องยนต์

Nissan ก่อตั้งในปี 1933
ถือกำเนิดจากบริษัทที่ผลิตรถบรรทุก เครื่องบิน และเครื่องยนต์ให้แก่กองทัพญี่ปุ่น

Volkswagen ก่อตั้งในปี 1937
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำแห่งเยอรมนี ต้องการให้ผลิตรถที่ทนทานในราคาย่อมเยาสำหรับชาวเยอรมัน ให้สมกับความหมายของชื่อ ที่แปลว่า “รถของประชาชน”

Toyota ก่อตั้งในปี 1937
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ถูกก่อตั้งขึ้นโดยเป็นการแตกออกมาจากบริษัทแม่ คือ โตโยต้า อินดรัสทรีส์ เพื่อผลิตรถยนต์โดยเฉพาะ

Samsung ก่อตั้งในปี 1938
ในขณะที่คาบสมุทรเกาหลียังถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น
บริษัทซัมซุงถูกก่อตั้ง โดยเริ่มต้นจากธุรกิจการส่งออกปลาแห้ง

แม้จะเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ แต่จำนวนประชากรโลกก็ยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

โดยในปี 1939 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ
สาธารณรัฐจีน 516.0 ล้านคน
อินเดีย 381.4 ล้านคน
สหภาพโซเวียต 192.4 ล้านคน
สหรัฐอเมริกา 131.5 ล้านคน
จักรวรรดิญี่ปุ่น 72.4 ล้านคน

เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ที่ทรุดตัวลงในช่วงต้นทศวรรษ
ได้รับการแก้ไขโดยโครงการนิวดีล (New Deal)
ของประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์แห่งสหรัฐอเมริกา
โดยการเพิ่มสวัสดิการ ขยายการจ้างงาน ด้วยโครงการก่อสร้างของรัฐ
ทั้งถนน โรงเรียน และเขื่อน
จึงทำให้ในช่วงปลายทศวรรษ เศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้นมาบ้าง

ประเทศที่มี GDP มากที่สุด 5 อันดับแรก ในปี 1939 เทียบเป็นมูลค่าในปี 2018
สหรัฐอเมริกา 52.2 ล้านล้านบาท
สหภาพโซเวียต 26.0 ล้านล้านบาท
เยอรมนี 22.7 ล้านล้านบาท
สหราชอาณาจักร 18.2 ล้านล้านบาท
สาธารณรัฐจีน 17.5 ล้านล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังคงสะสมอยู่ การค้าระหว่างประเทศที่ลดลง และความวุ่นวายของการกีดกันทางการค้า
รวมกับปัญหาสนธิสัญญาสันติภาพที่ “ไม่ยุติธรรม” ซึ่งถูกทิ้งไว้หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เยอรมนีภายใต้การนำของฮิตเลอร์ ซึ่งได้ขยายแสนยานุภาพทางการทหารจนยิ่งใหญ่
เริ่มเรียกร้องความยุติธรรมที่ตัวเองสูญเสียไปด้วยการก่อสงคราม
โดยเริ่มการเคลื่อนพลเข้าสู่โปแลนด์ในปี 1939

และสิ่งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของมหาสงคราม
ที่มีผลทำลายล้างอย่างเป็นวงกว้างมากที่สุด
ตั้งแต่มนุษย์เคยพบเจอ

สงครามโลกครั้งที่ 2..
———————-
ทบทวนเรื่องราวตอนที่แล้ว “ทศวรรษแห่งการฟื้นฟู” ได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5c94c4ae9c7fe64860b80006

ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ http://www.blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html

Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
———————-

References
-https://www.history.com/topics/great-depression/great-depression-history
-http://digi.library.tu.ac.th/thesis/po/0750/08CHAPTER_3.pdf
-https://www.porsche.com/international/aboutporsche/principleporsche/
-https://www.nissan-global.com/EN/COMPANY/PROFILE/HERITAGE/HISTORY/
-https://www.volkswagen.com
-https://en.wikipedia.org/wiki/Toyota
-http://www.ggdc.net/maddison/historical_statistics/horizontal-file_03-2007.xls
-http://www.in2013dollars.com/1990-dollars-in-2018?amount=288653