3 ไอเดียหามูลค่าหุ้น ฉบับคุณวิบูลย์ ปรมาจารย์ VI ของเมืองไทย

3 ไอเดียหามูลค่าหุ้น ฉบับคุณวิบูลย์ ปรมาจารย์ VI ของเมืองไทย

3 ไอเดียหามูลค่าหุ้น ฉบับคุณวิบูลย์ ปรมาจารย์ VI ของเมืองไทย /โดย ลงทุนแมน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1988 ถ้ามีเงิน 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วนำไปตั้งบริษัทแข่งกับ Coca-Cola
เราจะทำหรือไม่ ?
คำตอบของคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ คือ “ไม่”
โดยเขาเชื่อว่า “มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะแข่งกับบริษัทนี้”
เพราะต้องสร้างโรงงาน คิดสูตร สร้างเครือข่ายจัดจำหน่าย และสำคัญที่สุดคือ ต้องสร้าง “แบรนด์” ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งต่อให้มีเงิน 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ไม่พอ
แปลง่าย ๆ ก็คือ เขาคิดว่าหุ้นโค้ก ควรมีมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจซื้อหุ้นโค้กในปี 1988 แทน
และนั่นก็เป็นการสร้างชื่อเสียงและผลตอบแทนให้เขาอย่างมหาศาล อีกด้วย
โดยไอเดียการลงทุนนี้ ที่คุณบัฟเฟตต์ใช้เป็นไอเดียส่วนหนึ่ง ในการประยุกต์ใช้กับการลงทุนหุ้นโค้ก เรียกว่า การหามูลค่าหุ้นแบบ Reproduction Cost of Asset
หนึ่งในไอเดียการประเมินมูลค่าหุ้นแบบง่าย ๆ ที่ทางคุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ นักลงทุนมากประสบการณ์เกือบ 30 ปี เคยเผยแพร่ความรู้ไว้ เมื่อหลายสิบปีก่อน ช่วงเวลาที่การลงทุนแบบเน้นคุณค่าเป็นเรื่องใหม่ในวงการลงทุนไทย..
เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในผู้จุดประกายการลงทุนแบบเน้นคุณค่าในไทย ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจนถึงวันนี้
แล้วไอเดียการประเมินมูลค่าหุ้นจากคุณวิบูลย์ มีอะไรอีกบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
โดยจะมี 3 วิธีหลัก ๆ
1. Reproduction Cost of Asset
สำหรับคอนเซปต์นี้คือ จะหามูลค่าแท้จริงของหุ้นที่เราสนใจลงทุน จากต้นทุนที่ต้องใช้ในการสร้างสินทรัพย์ใหม่
ให้มีแบบเดียวกันกับสินทรัพย์ของบริษัทที่เราสนใจลงทุน
วิธีนี้จะเน้นการประเมินมูลค่าของบริษัทจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible Assets) เป็นหลัก
โดยไอเดียนี้เหมาะสำหรับ บริษัทที่มีทรัพย์สินมาก เช่น เหมืองแร่ โรงพยาบาล โรงแรม เป็นต้น
แต่ทั้งนี้ บางครั้งก็นำมุมมองนี้มาประยุกต์หามูลค่าหุ้นของบริษัท ที่มีมูลค่าส่วนใหญ่อยู่ในรูปสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) เช่น แบรนด์, เทคโนโลยี หรือสิทธิบัตร ได้เช่นกัน อย่างเคสการซื้อหุ้นโค้กของคุณบัฟเฟตต์นั่นเอง
เพื่อให้เข้าใจไอเดียนี้มากขึ้น
สมมติว่า เราสนใจจะลงทุนหุ้น Boeing
โดยการที่ตั้งบริษัทแข่งกับ Boeing เพื่อผลิตเครื่องบิน
นั่นคือ เราต้องมีทรัพย์สินหลัก ๆ เช่น โรงงานผลิตเครื่องบิน ศูนย์วิจัยและพัฒนา ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
รวมถึงมูลค่าแบรนด์ เราก็จะหามูลค่าหุ้นของ Boeing ได้คร่าว ๆ
ซึ่งข้อดีของวิธีนี้ก็คือ ทรัพย์สินมักมีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับกำไร ที่มีความผันผวนมากกว่า
ส่วนข้อเสียของวิธีนี้คือ อาจไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพการทำกำไร และการเติบโตของธุรกิจ
รวมถึงควรมีความเข้าใจในทรัพย์สินค่อนข้างมาก
เช่น ที่ดิน อาคาร โรงงาน เครื่องจักร และมูลค่าสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้
2. Earnings Power Value
ไอเดียจะตั้งต้นจากการหามูลค่าของบริษัท
โดยอิงจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในปัจจุบัน
มาพิจารณาร่วมกับผลตอบแทนการลงทุน ที่เราสามารถหาโอกาสจากทางเลือกต่าง ๆ ได้
ซึ่งเสมือนว่าตรงนี้คือต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินก้อนนี้ของเรา
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติเรามีเงินสดอยู่ก้อนหนึ่ง ซึ่งตัวเราสามารถหาผลตอบแทนได้ 8% ต่อปี
ซึ่งหุ้นของบริษัทที่เราสนใจมีกำไร 100 ล้านบาท
ดังนั้น การหามูลค่าที่แท้จริงแบบคร่าว ๆ ของหุ้นตัวนี้
จะได้ว่า 100 ล้านบาท / 8% = 1,250 ล้านบาท
จะเห็นว่า เปอร์เซ็นต์ของผลตอบแทนนี้
มันก็คือส่วนกลับของค่า P/E ซึ่งกรณีนี้แปลว่าเรายอมรับได้ที่ P/E 12.5 เท่า นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ต้องหมายเหตุไว้ว่า วิธีนี้อาจเหมาะสำหรับบริษัทที่มีกำไรค่อนข้างมั่นคง เพราะวิธีนี้ยังไม่ได้คำนึงถึงการเติบโตของบริษัท
3. Discounted Cash Flow Model (DCF)
สำหรับวิธีสุดท้ายคือ การนำกระแสเงินสดที่บริษัทสามารถสร้างได้ตลอดอายุกิจการของมัน มาคิดลดด้วยอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่เหมาะสม
เพื่อคำนวณหามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งวิธีนี้ตรงตามหลักการของคุณบัฟเฟตต์ที่มักพูดถึงบ่อย ๆ
ข้อดีคือ สามารถคิดการเติบโตของบริษัท ได้หลายช่วง ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงในโลกธุรกิจได้มากที่สุด
แต่ข้อเสียคือ คาดการณ์ระยะยาวของธุรกิจได้ยาก ซึ่งต้องมีความเข้าใจธุรกิจเป็นอย่างดี
และจำเป็นต้องใช้หลายตัวแปรที่ซับซ้อน เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น อัตราคิดลด กระแสเงินสดอิสระ โครงสร้างเงินทุนของบริษัท เป็นต้น
จึงจะสามารถหามูลค่าของบริษัทได้ใกล้เคียงความจริงได้
และทั้งหมดนี้ ก็คือไอเดียการหามูลค่าหุ้น จากคุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ นักลงทุนเน้นคุณค่ารุ่นใหญ่ ที่น่าจะช่วยให้เราเห็นภาพ และรู้จักเครื่องมือการลงทุนมากขึ้นไม่มากก็น้อย
สำหรับคนที่อยากฟังแนวคิดการลงทุนจากคุณวิบูลย์ ที่ตกผลึกจากประสบการณ์เกือบ 3 ทศวรรษ แบบเอกซ์คลูซิฟสุด ๆ
พบกันได้ที่งาน “BEAT THE MARKET ตามล่าหาโอกาส ผลตอบแทนเหนือตลาด” งานสัมมนาใหญ่แห่งปีของลงทุนแมน จองได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/BEAT-THE-MARKET-2025
งานที่รวบรวมนักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในประเทศไทย มาแชร์แก่นแนวคิด วิธีพิชิตผลตอบแทนเหนือตลาด โดย Sessions ในงาน จะครอบคลุมตั้งแต่
-Alpha Stock Screening
กลยุทธ์ตามล่ากลุ่มหุ้น ผลตอบแทนเหนือตลาด
-10X Mastery
หลักการลงทุน พิชิตหุ้น 10 เด้ง
-The Master of Risk Management
ศาสตร์แห่งการบริหารความเสี่ยง
-Independent Mind
คิดอย่างไร ให้ชนะตลาด
- “MAGNIFICENT 7 vs TERRIFIC 10”
วิเคราะห์ กลุ่มหุ้นผู้ชนะของโลก 7 นางฟ้า vs ทศเทพ
นอกจากนั้น ในงานก็จะมีการหยิบหุ้น Top Picks มาพูดคุย และปิดท้ายด้วยตะกอนความคิด จากนักลงทุนรุ่นใหญ่
ตัวอย่างรายชื่อวิทยากรในงาน BEAT THE MARKET
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณทิวา ชินธาดาพงศ์, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณเฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณมานะชัย ตันติกาญจนากุล, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณวีระพงษ์ ธัม, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณยศพนธ์ สุธารัตนชัยพร, CFA, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณชนาเมธ เฟื่องวรรธนะ, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณเมธพนธ์ อมรธีรสรรค์, นักลงทุนเน้นคุณค่า
คุณศุภอรรถ ตปนียากร, ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทั่วโลก
คุณประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์, ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน, บลจ. ทาลิส
คุณพสุวุฒิ วิไลนิรันดร์, CFA, รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนส่วนบุคคล บล. InnovestX
คุณสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บล. InnovestX
งาน BEAT THE MARKET เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน ที่กำลังมองหาแนวคิดการลงทุน และหาโอกาสสร้างผลตอบแทนชนะตลาด
เวลา: วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 10:30 - 18:00 น.
สถานที่: IMAX, Paragon Cineplex (Siam Paragon)
ใครไม่อยากพลาดไอเดียการลงทุน จากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ บัตรมีจำนวนจำกัด เปิดให้จองพร้อมกันที่ https://www.zipeventapp.com/e/BEAT-THE-MARKET-2025
© 2025 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon