
กรณีศึกษา ท๊อป จิรายุส มีทรัพย์สิน 8,000 ล้าน จาก Bitkub
กรณีศึกษา ท๊อป จิรายุส มีทรัพย์สิน 8,000 ล้าน จาก Bitkub /โดย ลงทุนแมน
เด็กหนุ่มอายุ 31 ปี ที่เรามองไปทางไหนก็เจอแต่หน้าเขา
ถ้าฝรั่งมาเห็นอาจจะคิดว่า คนนี้คือดารา
เขาไม่ใช่ดารา แต่เขาเป็นพีอาร์ให้บริษัทตัวเองที่เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด
และในวันนี้น่าจะเป็นวันที่ต้องจดจำวันหนึ่งในช่วงชีวิตของเขา
เพราะธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่งประกาศว่าจะซื้อกิจการที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
ที่ถูกประเมินมูลค่าทั้งบริษัทสูงถึง 35,000 ล้านบาท
กิจการนี้มีชื่อว่า Bitkub
และชื่อของเขาคือ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ถ้าฝรั่งมาเห็นอาจจะคิดว่า คนนี้คือดารา
เขาไม่ใช่ดารา แต่เขาเป็นพีอาร์ให้บริษัทตัวเองที่เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด
และในวันนี้น่าจะเป็นวันที่ต้องจดจำวันหนึ่งในช่วงชีวิตของเขา
เพราะธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่งประกาศว่าจะซื้อกิจการที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
ที่ถูกประเมินมูลค่าทั้งบริษัทสูงถึง 35,000 ล้านบาท
กิจการนี้มีชื่อว่า Bitkub
และชื่อของเขาคือ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
เขาถือหุ้นอยู่ 23.87% ในบริษัทที่ SCB ซื้อ
ที่ชื่อว่า บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์
แปลว่าเขาจะมีมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท 8,354 ล้านบาท (คุณจิรายุสเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด และที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ อีกหลายสิบคน)
ที่ชื่อว่า บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์
แปลว่าเขาจะมีมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท 8,354 ล้านบาท (คุณจิรายุสเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด และที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ อีกหลายสิบคน)
SCB ประกาศซื้อหุ้น 51% ของบริษัท
แปลว่า เขาจะได้เงินสดจาก SCB ทันที 4,260 ล้านบาท
ส่วนหุ้นที่เหลือที่ยังไม่ได้ขาย ก็น่าจะทำให้เขามีบทบาทในบริษัทต่อไป
ซึ่งเราก็น่าจะเห็นหน้าเขาบนช่องทางต่าง ๆ ต่อไป (ถ้า SCB ยังเห็นว่าเขายังเป็นพรีเซนเตอร์ที่ดี)
แปลว่า เขาจะได้เงินสดจาก SCB ทันที 4,260 ล้านบาท
ส่วนหุ้นที่เหลือที่ยังไม่ได้ขาย ก็น่าจะทำให้เขามีบทบาทในบริษัทต่อไป
ซึ่งเราก็น่าจะเห็นหน้าเขาบนช่องทางต่าง ๆ ต่อไป (ถ้า SCB ยังเห็นว่าเขายังเป็นพรีเซนเตอร์ที่ดี)
นอกจากนั้น ในวันนี้จะถือว่า Bitkub ได้เป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของประเทศไทย อย่างเป็นทางการ
และคุณ จิรายุส จะเป็นตัวอย่างที่พูดถึงให้คนรุ่นใหม่ของประเทศไทย
ว่าการเริ่มสร้างกิจการบางอย่างด้วยตัวเอง
มันก็สามารถสำเร็จได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่ปี
และคุณ จิรายุส จะเป็นตัวอย่างที่พูดถึงให้คนรุ่นใหม่ของประเทศไทย
ว่าการเริ่มสร้างกิจการบางอย่างด้วยตัวเอง
มันก็สามารถสำเร็จได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่ปี
ในปีนี้ ปีที่ทุกคนเจอสถานการณ์โควิด
ยังไม่จบปี บริษัทนี้สามารถทำกำไรได้ 1,533 ล้านบาท ในเวลา 9 เดือน
ถ้าคิดแบบง่าย ๆ คูณแบบโปรเรตเต็มปี ก็คือ 2,044 ล้านบาท
ยังไม่จบปี บริษัทนี้สามารถทำกำไรได้ 1,533 ล้านบาท ในเวลา 9 เดือน
ถ้าคิดแบบง่าย ๆ คูณแบบโปรเรตเต็มปี ก็คือ 2,044 ล้านบาท
SCB ซื้อในราคา 35,000 ล้านบาท ก็น่าจะให้ P/E Ratio หรือราคาต่อกำไรประมาณ 17 เท่า
ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับหุ้นเติบโตสูงหลายตัวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้
ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับหุ้นเติบโตสูงหลายตัวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้
รู้ไหมว่า วันนี้ตอนบ่ายที่มีข่าวลือ ทีมลงทุนแมนยังพูดคุยกันเล่น ๆ ในทีมกันอยู่เลยว่า
Bitkub สามารถมีมูลค่าบริษัท 100,000 ล้านบาทได้ ถ้าเทียบกับตัวอื่นที่คล้าย ๆ กันในตลาดหลักทรัพย์
Bitkub สามารถมีมูลค่าบริษัท 100,000 ล้านบาทได้ ถ้าเทียบกับตัวอื่นที่คล้าย ๆ กันในตลาดหลักทรัพย์
เช่น บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มี P/E 50 เท่า มีมูลค่าบริษัท 64,815 ล้านบาท
ด้วยการเติบโตของ Bitkub การจะได้ P/E 50 เท่า ก็ไม่แปลก
เมื่อคูณกำไรทั้งปี กับ P/E 50 เท่าก็คือ 100,000 ล้านบาท..
เมื่อคูณกำไรทั้งปี กับ P/E 50 เท่าก็คือ 100,000 ล้านบาท..
แต่ไม่เป็นไร ในเคสนี้ถ้ามองในมุมมองคุณจิรายุส
การได้เงินสดมาไว้ในมือก่อน 4,260 ล้านบาท ก็ไม่แย่
การได้เงินสดมาไว้ในมือก่อน 4,260 ล้านบาท ก็ไม่แย่
และการได้ SCB มาเป็นพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยทำอะไรให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
อะไรที่เคยติดขัด ก็อาจจะผ่านคล่องสบายบรื๋อเพราะมี SCB คอยผลักดัน
ถึงส่วนแบ่งในเค้กจะน้อยลง แต่มูลค่าสุดท้ายก็อาจเป็นเค้กก้อนใหญ่กว่าเดิมมาก
อะไรที่เคยติดขัด ก็อาจจะผ่านคล่องสบายบรื๋อเพราะมี SCB คอยผลักดัน
ถึงส่วนแบ่งในเค้กจะน้อยลง แต่มูลค่าสุดท้ายก็อาจเป็นเค้กก้อนใหญ่กว่าเดิมมาก
สำหรับในมุม SCB ก็น่าสนใจ..
เพราะในวันนี้เป็นวันที่ SCB ออกตัวอย่างเป็นทางการ และชัดเจนว่าจะรุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร
เพราะในวันนี้เป็นวันที่ SCB ออกตัวอย่างเป็นทางการ และชัดเจนว่าจะรุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร
ก่อนหน้านี้ก็เดาไปต่าง ๆ นานา ว่า SCB จะทำ Exchange หรือศูนย์ซื้อขายเองหรือไม่
สุดท้ายหงายไพ่ออกมา SCB ซื้อ Bitkub ซะเลย
สุดท้ายหงายไพ่ออกมา SCB ซื้อ Bitkub ซะเลย
และการถือหุ้น 51% นี่สำคัญ
ดีกว่า 50% ที่ร่วมมือกับ AIS
ดีกว่า 50% ที่ร่วมมือกับ AIS
เพราะเมื่อมีการตัดสินใจอะไร SCB จะสามารถใช้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ในการเลือกทางเดินได้อย่างมั่นใจ
และการให้ SCBS หรือบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เข้ามาถือหุ้นบิทคับ
นั่นก็หมายความว่า SCB มองว่า สินทรัพย์ดิจิทัล จะอยู่ในการดูแลเดียวกันกับบริษัทที่ดูแลเรื่องหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม นั่นก็คือหุ้น หรือ ตราสารหนี้ ต่าง ๆ
นั่นก็หมายความว่า SCB มองว่า สินทรัพย์ดิจิทัล จะอยู่ในการดูแลเดียวกันกับบริษัทที่ดูแลเรื่องหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม นั่นก็คือหุ้น หรือ ตราสารหนี้ ต่าง ๆ
ก็ต้องคอยติดตามดูกัน
ไม่แน่ว่า ในอนาคต
เราจะได้เทรดหุ้น คริปโต พร้อมกันได้ ในแอปเดียว..
ไม่แน่ว่า ในอนาคต
เราจะได้เทรดหุ้น คริปโต พร้อมกันได้ ในแอปเดียว..
ยินดีด้วยกับ Bitkub และ SCB ครับ
-ลงทุนแมน
-ลงทุนแมน