
NPS โรงไฟฟ้าชีวมวลใหญ่สุดในประเทศไทย
NPS x ลงทุนแมน
NPS แข็งแกร่งพร้อมรับ COVID-19
NPS แข็งแกร่งพร้อมรับ COVID-19
คุณ ชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) (“NPS”) ผู้นำในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล ได้รายงานสถานะการเงินของบริษัทว่ายังคงแข็งแกร่ง มีรายได้และกำไรในปี 2019 ที่เติบโตขึ้นจากปีก่อน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีความสามารถที่จะไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้ได้อย่างแน่นอน

โดย คุณ ชายน้อย เปิดเผยว่า NPS เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมพลังงาน มีธุรกิจครอบคลุม
การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ กำลังการผลิตรวม 726 เมกะวัตต์
ผลิตน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม กำลังการผลิต 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
และธุรกิจผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 500,000 ลิตรต่อวัน
การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ กำลังการผลิตรวม 726 เมกะวัตต์
ผลิตน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม กำลังการผลิต 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
และธุรกิจผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 500,000 ลิตรต่อวัน
โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
ปัจจุบันการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกด้าน ส่งผลให้ฐานะการเงินของบริษัทฯแข็งแกร่ง เนื่องจากผลประกอบการยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 15,506 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นถึง 22% และมีกำไรสุทธิที่ 1,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากปี 2018
“สำหรับปี 2020 ถึงแม้ธุรกิจของบริษัทจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 บ้างเล็กน้อย แต่บริษัทมั่นใจว่าด้วยระบบการบริหารจัดการ และประสิทธิภาพในการผลิตของทั้ง 3 ธุรกิจหลักที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาจนทำให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน บริษัทจะยังคงรักษาระดับผลประกอบการที่ดีได้ต่อเนื่อง และจะมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการผ่อนชำระหนี้ตามแผนงานที่วางไว้ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์หลักของบริษัท ที่จะพิจารณาให้สินเชื่อระยะยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับภาวะความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นกู้ เนื่องจากความกังวลของนักลงทุน เกี่ยวกับผลกระทบจาก COVID-19 ที่อาจมีต่อบริษัทผู้ประกอบการที่จะออกหุ้นกู้ อนึ่ง บริษัทฯ คาดว่า ณ ปลายปี 2020 ยอดหนี้สินเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกู้ของบริษัทจะลดลงจากปลายปี 2019 อีกประมาณ 1,300 ล้านบาท”
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในระยะต่อไปนั้น คุณ ชายน้อย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ความต้องการแอลกอฮอล์ เพื่อทำผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น NPS จึงได้มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยต่อยอดธุรกิจผลิตเอทานอลมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ทั้งแอลกอฮอล์และเจลล้างมือ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ส่วนแผนการลงทุนในระยะต่อไปของ NPS มีแผนร่วมลงทุนกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) ในสัดส่วน 65% : 35% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ขนาด 560 MW ใช้เงินลงทุนรวม 23,063 ล้านบาท
ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองสัญญามีระยะเวลา 25 ปี โดยคาดว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเริ่มก่อสร้างในปี 2025 และเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2027
นอกจากนี้ NPS ยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนทั้งแบบทั่วไปและแบบ Quick Win ในปี 2020 โดยคาดว่าจะเปิดรับซื้อโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท รวม 700 เมกะวัตต์