ผู้สนับสนุน.. กรณีศึกษา The Marvel Experience

ผู้สนับสนุน.. กรณีศึกษา The Marvel Experience

ผู้สนับสนุน..
กรณีศึกษา The Marvel Experience / โดย ลงทุนแมน

“ตอนเด็ก เราทุกคนคงเคยฝันว่าวันหนึ่ง จะมีสวนสนุกระดับโลกมาเปิดที่ประเทศไทย”
แต่พอเราโตแล้ว เรื่องนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้นสักที
มาในวันนี้ ความฝันนี้อาจใกล้ขึ้นมาอีกก้าว
เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า The Marvel Experience นั้นไม่ใช่สวนสนุก

เพราะสวนสนุกสำหรับ Disney แล้ว ต้องหมายถึง Disneyland เท่านั้น ซึ่งในโลกนี้มีอยู่ 6 แห่งคือที่ แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา ปารีส โตเกียว เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง

แล้ว The Marvel Experience คืออะไร?

The Marvel Experience คือ Attraction Point หรือจุดท่องเที่ยวแนวใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Themed Entertainment Attraction

Themed คือ การนำตัวละครจากหนังสือการ์ตูนส์ Marvel Comic มาสร้างเป็นเรื่องราว

Entertainment คือ การผสมผสานระหว่างโชว์การแสดง และเทคโนโลยีภาพ 3 มิติ แสง สี เสียง มาเป็นตัวสร้างประสบการณ์เสมือนกับว่า ผู้เข้าชมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของ Marvel

Attraction คือ การนำเครื่องเล่นทั้ง Motion Ride 4 มิติ และเกมส์ Interactive ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสนุก ตื่นเต้น และความบันเทิงแก่ผู้รับชม

รวมถึงการได้สัมผัสกับซูเปอร์ฮีโร่ตัวเป็นๆ ที่เรียกว่า Costume Character ซึ่งผู้ที่จะสวมบทบาทนี้ได้จะต้องมีสัดส่วน รูปร่างที่ตรงกับตัวละครนั้นๆ ชุดที่ใส่ก็ต้องเป็นชุดลิขสิทธิ์แท้ที่ส่งมาจากทางเมืองนอก ส่วนการโพสท์ท่าต่างๆ นั้นต้องผ่านการฝึกและควบคุมโดยเจ้าของลิขสิทธิ์

ซึ่งตรงจุดนี้ก็อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด เพราะส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยกับตัวละคร Marvel ที่อยู่ในภาพยนตร์มากกว่าในหนังสือการ์ตูน

เช่น ถ้าพูดถึงตัวละครอย่าง Wolverine เราก็คงนึกถึง Hugh Jackman ในเสื้อกล้ามมากกว่า Wolverine ในชุดเหลืองที่ใส่หน้ากาก

แต่จริงๆ แล้วตัวการ์ตูนใน Marvel Comic ไม่ว่าจะเป็น Wolverine Ironman Thor นั้นจะไม่ได้มีหน้าตาเหมือนนักแสดงในภาพยนตร์

อีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจคือถ้าเราพูดถึงความเป็น Attraction หรือเครื่องเล่นแล้วไม่ว่าที่ไหน แม้แต่ใน Disneyland เอง เรื่องราวหรือ Content ทั้งหมดจะอยู่ในรูปแบบของ Comic ทั้งนั้น

ส่วนที่เราเห็นงานที่โชว์หุ่นและเรื่องราวของฝั่งหนังที่จัดแสดงอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ หรืออีกหลายๆ ที่ นั่นคืองานนิทรรศการหรือ Exhibition นั่นเอง

สำหรับเรื่องราวของ The Marvel Experience Thailand จะเป็น Theme เรื่องที่เกิดเหตุการณ์ในกรุงเทพมหานคร และเหล่าฮีโร่จาก Marvel จะมาที่แห่งนี้โดยมีตัวเราเป็นผู้ช่วยฮีโร่ในรูปแบบของหน่วย S.H.I.E.L.D.

แล้ว The Marvel Experience ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ไหน?

The Marvel Experience เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2013 ที่สหรัฐอเมริกา หลังจากที่ Marvel Entertainment ประกาศว่าได้จับมือกับบริษัท Hero Ventures โดยได้ให้ License ในการสร้าง The Marvel Experience ในรูปแบบของการทัวร์ไปตามรัฐต่างๆ คล้ายกับงาน event โดยจะใช้เวลาในแต่ละที่ประมาณ 2 สัปดาห์

โดย The Marvel Experience ครั้งแรก ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างรวมประมาณ 9,200 ตารางเมตร และเพื่อให้ง่ายต่อการย้ายสถานที่ จึงใช้ตู้คอนเทนเนอร์และผ้าใบในการจัดและสร้างสถานที่รวมไปถึงโดมที่ใช้ในการแสดงโชว์

เมื่อได้ผลตอบรับที่ดี ทาง Hero Ventures จึงคิดที่จะขยายงานนี้เข้ามาในฝั่งเอเชีย และได้ร่วมมือกับ บริษัท Hero Experience ผู้ลงทุนฝั่งประเทศไทย เพื่อเปิด The Marvel Experience แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และด้วยการลงทุนบนพื้นที่ที่เอื้ออำนวยในเรื่องขนาดของเมกะบางนา ก็ทำให้ The Marvel Experience ที่ประเทศไทย มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ใช้สอยรวม 20,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าที่อื่น 2 เท่า

แต่ที่น่าสนใจกว่าเรื่องของขนาด

อาจจะอยู่ที่รายละเอียดเบื้องหลังของโครงการนี้ ที่หลายคนอาจมองข้ามไป

จริงๆแล้วโครงการนี้ได้พัฒนาต่อยอดมาจากที่สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ มีหลายเรื่องที่มีเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศไทย

ทั้งในเรื่องของการเปิดให้มี free zone ที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปเดินเล่น ถ่ายรูป หรือเดินดูสินค้าของ The Marvel Experience ได้ในส่วนรับรองด้านหน้า โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อบัตรเข้าชมก่อน

ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเป็นสวนสนุก หรือ Attraction Point ที่อื่น ส่วนใหญ่เราจะต้องซื้อบัตรที่ด้านหน้าก่อน โดยอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างในจะมีอะไร ซึ่งจุดนี้ก็ถือว่าเป็นการปรับให้เหมาะกับคนไทย เพราะหลายคนอาจยังไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าบัตร แต่อย่างน้อยก็สามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน

ยังรวมถึงเทคโนโลยีของเครื่องเล่น เช่น ระบบ 4D Motion Ride และ ระบบยิงปืนพร้อมกันได้หลายผู้เล่นในคราวเดียว ใน Holoblaster Shooting Gallery ที่พัฒนาต่อยอดมาจากในสหรัฐอเมริกา

ถ้าเทียบกันแล้ว The Marvel Experience Thailand จะมีความสมบูรณ์แบบกว่าที่เคยมีมาในต่างประเทศ

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เครื่องเล่นในสวนสนุกต่างประเทศต้องเสียเวลาในการรอคิวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เล่น

หลายคนอาจเคยไปสวนสนุกต่างประเทศ จะรู้ว่าเราใช้เวลาอยู่ในนั้นเกือบทั้งวัน และเราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรอคิว โดยในหนึ่งวันเราจะได้เล่นเครื่องเล่นไม่กี่อย่างเท่านั้น

แต่ของ The Marvel Experience ในประเทศไทย จะมีการแบ่งการเข้าชมเป็นรอบๆ ตามเวลา เพื่อให้คนไม่จำเป็นต้องไปยืนเข้าแถวรอคิวข้างใน

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ระบบเสียงที่ใช้ประกอบในระหว่างการเข้าชม จะมีแบ่งรอบตามภาษา ทั้งหมด 3 ภาษาคือ ภาษาไทย, อังกฤษ, และจีน เพื่อให้เข้าถึงได้ครอบคลุมทั้งผู้เข้าชมคนไทยและนักท่องเที่ยว

ถ้าเป็นที่ประเทศอื่น อาจจะไม่ได้มีให้เลือก มีแค่ภาษาอังกฤษ หรือภาษาของตัวเอง ซึ่งอาจทำให้ในบางครั้งเราก็อาจเข้าถึงประสบการณ์ได้ไม่เต็มที่

ด้วยเม็ดเงินที่ลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท สร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ถึง 20,000 ตารางเมตร โดยเป็นอาคารในร่มบนพื้นที่เช่าของโครงการ เมกาบางนา ซึ่งเหมาะสมกับอากาศบ้านเราที่ทั้งร้อนชื้นและฝนตก

ทั้งหมดนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่า The Marvel Experience Thailand ถือว่าเป็นการลงทุนที่ท้าทาย

เพราะนอกจากจะต้องเป็น Attraction ที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดจากเจ้าของ License อย่าง Marvel แล้ว ยังต้องพยายามสร้างให้ตอบโจทย์ได้ทั้งสำหรับคนไทยเองและนักท่องเที่ยวด้วย

ใน The Marvel Experience Thailand จะแบ่งการดำเนินเรื่องเป็นห้องหลายห้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าจากจุดเริ่มถึงตอนจบ และเป็น One Way Flow คือผู้เล่นจะต้องผ่านไปทีละด่านจนจบ

ห้องที่เป็นไฮไลท์ที่สุดสำหรับลงทุนแมน ก็คงจะเป็นห้องภาพยนตร์ 4D ที่เราจะได้มีโอกาสนั่งอยู่บนยานของ Marvel ซึ่งลงทุนแมนได้ลองเล่นแล้ว เรียกได้ว่าเครื่องเล่นนี้มีเทคโนโลยีที่ไม่แพ้สวนสนุกระดับโลกที่เคยไปมา และที่นี่มีข้อดีกว่าที่ขอย้ำอีกทีก็คือ ไม่ต้องต่อคิวข้างใน..

ถ้าใครเคยไปสวนสนุกต่างประเทศก็คงจะรู้ว่าถ้าเราไม่มีบัตรด่วนพิเศษ การเล่นแต่ละเครื่องเล่นต้องต่อคิวอย่างน้อยเป็นชั่วโมง

ที่ผ่านมาบางคนอาจจะยังลังเลที่จะไป The Marvel Experience Thailand เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในที่ผ่านมา

ก็คงต้องถามว่าความคาดหวังของเราคืออะไร?

ถ้าเราคาดหวังจะให้ The Marvel Experience เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่เหมือน Disneyland ในต่างประเทศก็คงจะไม่ใช่

แต่ถ้าเราอยากสัมผัส อยากมีประสบการณ์กับตัวการ์ตูนของ Marvel ที่เราชื่นชอบ ลงทุนแมนคิดว่า The Marvel Experience ก็น่าจะตอบความคาดหวังนี้ได้
ถ้าเรามีลูกมีหลาน ก็เหมาะที่จะพาครอบครัวมาที่นี่ได้สนุกสนานกัน

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ The Marvel Experience เป็น Attraction ภายใต้แบรนด์ระดับโลกแห่งแรกของไทยและเป็นสถานที่ที่ในประเทศอื่นไม่มี

นั่นหมายความว่านี่เป็นโอกาสของประเทศไทยในเรื่องการท่องเที่ยวอีกด้วย

ในปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาในประเทศไทยมากถึง 30 ล้านคน มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และจุดนี้น่าจะเป็นหนึ่งในจุด Attraction Point ที่ช่วยเติมเต็มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราได้ และเป็นโอกาสให้คนไทยได้สัมผัส Attraction ระดับโลกโดยไม่ต้องบินไปถึงต่างประเทศอีกด้วย

เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่า
ถ้า The Marvel Experience Thailand สามารถพิสูจน์ได้ว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ก็อาจจะถือเป็นก้าวแรกที่เปิดประตูให้นักลงทุนรายอื่นๆ ให้อยากเข้ามาลงทุนในธุรกิจสวนสนุก และ Attraction Point ในประเทศไทยมากขึ้น

ใครจะไปรู้ ในอนาคต อาจจะมีสวนสนุกระดับโลกขนาดใหญ่ มาเปิดที่ประเทศไทยก็เป็นได้..

Comments

comments