ผู้สนับสนุน.. โอกาสในการลงทุนหุ้นกู้ของไมเนอร์

ผู้สนับสนุน.. โอกาสในการลงทุนหุ้นกู้ของไมเนอร์

ผู้สนับสนุน..
โอกาสในการลงทุนหุ้นกู้ของไมเนอร์ / โดย ลงทุนแมน

ในตอนนี้ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีการออกตราสารหนี้ในลักษณะ
“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ”
หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ คืออะไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน
หุ้นกู้มีหลายประเภท โดยแต่ละประเภท ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ (Hybrid Bond) เป็นตราสารหนี้ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ เหมือนหุ้นกู้ทั่วไป

แต่ชื่อที่บอกว่า “ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ” เป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างบางอย่าง โดยจะมีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือ

1. หุ้นกู้ประเภทนี้จะไม่มีกำหนดอายุของการไถ่ถอน การไถ่ถอนจะขึ้นอยู่กับผู้ออกหุ้นกู้ โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป หรือตามเงื่อนไขที่กำหนด และ บริษัทที่ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ นี้สามารถเลื่อนชำระดอกเบี้ยได้ไม่จำกัด พร้อมกับสะสมดอกเบี้ยจ่ายไปชำระในวันใดๆ ก็ได้

2. หุ้นกู้ประเภทนี้ ผู้ลงทุนมีสถานะเหมือน “เจ้าหนี้” เมื่อบริษัทมีปัญหาด้านการเงิน คนที่ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ จะได้รับเงินคืนหลังเจ้าหนี้คนอื่นๆ เท่าเทียมผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ แต่จะได้รับเงินคืนก่อนหน้าผู้ถือหุ้นสามัญ

ทั้ง 2 เหตุผลอาจจะทำให้หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ดูมีเงื่อนไขที่มากกว่าหุ้นกู้แบบอื่น แต่ก็แลกมาด้วยดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าหุ้นกู้แบบอื่น

โดยล่าสุด บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ได้มีการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ นี้

แล้ว บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจอะไร

MINT เป็นผู้ประกอบธุรกิจพักผ่อนและสันทนาการที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ประกอบด้วย

โรงแรมและรีสอร์ทกว่า 160 แห่ง เช่น โรงแรมภายใต้แบรนด์ อนันตรา, อวานี (Avani), ทิโวลี (Tivoli), โอ๊คส์ (Oaks), โฟร์ซีซั่น (Four Season) และ St. Regis

ร้านอาหารกว่า 2,000 สาขา โดยชื่อแบรนด์ร้านอาหารที่อยู่ภายใต้บริษัท เช่น The Pizza Company, Swensen’s, The Coffee Club, Dairy Queen, Sizzler และ Burger King

และมีจุดจำหน่ายสินค้ากว่า 400 แห่ง ในประเทศไทย และอีก 40 ประเทศ ครอบคลุมจากทวีปแอฟริกาถึงออสเตรเลีย รวมทั้งอเมริกาใต้และยุโรป สินค้าที่จัดจำหน่ายมีแบรนด์ต่างๆ เช่น ESPRIT, BOSSINI, Charles and Keith, Anello และ OVS

ถ้าดูผลการดำเนินงานของ MINT ย้อนหลัง จะเป็นดังนี้
ปี 2558 รายได้รวม 46,760 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 7,040 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้รวม 56,381 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 6,590 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้รวม 57,569 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 5,415 ล้านบาท

และผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2561 รายได้รวม 30,905 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,925 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา MINT มีการประกาศ เรื่องการตัดสินใจเพื่อเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงแรมในยุโรป ที่มีชื่อว่า เอ็นเอ็ช โฮเทล กรุ๊ป

โดย เอ็นเอ็ช โฮเทล กรุ๊ป (NH Hotel Group) มีธุรกิจโรงแรมชั้นนำในแถบยุโรปมากกว่า 380 แห่ง ครอบคลุม 30 ประเทศ

การเข้าซื้อในครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 62,051 ล้านบาท ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของการที่ MINT จะต้องหาแหล่งเงินทุนมาเพิ่มเติม

MINT เลือกที่จะออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ซึ่งหุ้นกู้นี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+ โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561

มีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน

โดยมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 5.85% ต่อปี ใน 5 ปีแรก

หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะอ้างอิงกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และจะมีการปรับดอกเบี้ยทุกๆ 5 ปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

ปีที่ 6-10, 11-15, 16-20, 21-25 จะได้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ณ ตอนนั้น + 3.81%

ปีที่ 26-30, 31-35, 36-40, 41-45, 46-50 จะได้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ณ ตอนนั้น + 4.56%

และทุกช่วง 5 ปีหลังจากนั้น จะได้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ณ ตอนนั้น + 5.56%

เงื่อนไขการการจองซื้อขั้นต่ำ คือ 1 แสนบาทสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนทั่วไป

วัตถุประสงค์การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ คือ บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ไปใช้เพื่อเป็นการสนับสนุนการลงทุน การขยายธุรกิจ และการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในจำนวนไม่เกิน 15,000 ล้านบาท ไปชำระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ภายในระยะเวลา 1 เดือน ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) จะนำไปใช้เป็นเงินทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน และ/หรือ เงินลงทุนเพื่อขยายกิจการเดิมของบริษัท

ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอขายระหว่างวันที่ 24-27 ก.ย.นี้

ผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย และไทยพาณิชย์

ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

<คำเตือนที่สำคัญ>
1. โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
2. ตลาดตราสารหนี้ ในประเทศไทยมีสภาพคล่องต่ำ การขายตราสารในตลาดรองนั้นอาจได้รับมูลค่าขายตราสารลดลง หรือเพิ่มขึ้นได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาวะและความต้องการของตลาดใน ขณะนั้น
3. อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารเป็นเพียงข้อมูลประกอบการ ตัดสินใจลงทุนเท่านั้น มิใช่สิ่งชี้นำการซื้อขายตราสารหนี้ที่เสนอขายและ ไม่ได้เป็นการรับประกันความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร และเมื่อผู้ออกหุ้นกู้หยุดจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้น ก็เป็นการผิดนัดชำระหนี้ หุ้นกู้ (default) ซึ่งหากผู้ออกหุ้นกู้ประกาศล้มละลายหรือผิดนัดชำระหนี้ หุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นกู้ และเจ้าหนี้ อื่นของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะมีบุริมสิทธิเหนือผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ในการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ผู้ลงทุนสามารถดูผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ หรือผู้ออกหุ้นกู้ (credit rating) ที่จัดทำโดยสถาบันจัดอันดับความเสี่ยง ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ถ้า credit rating ของหุ้นกู้ต่ำ หรือผู้ออก หุ้นกู้แสดงว่าความเสี่ยงด้านเครดิตของหุ้นกู้หรือผู้ออกหุ้นกู้สูง ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับควรจะสูงด้วยเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงของหุ้นกู้ดังกล่าว

Comments

comments