กรณีศึกษา จุดจบ ห้างสรรพสินค้า Sears

กรณีศึกษา จุดจบ ห้างสรรพสินค้า Sears

กรณีศึกษา จุดจบ ห้างสรรพสินค้า Sears / โดย ลงทุนแมน

“อดีตไม่ได้บ่งบอกถึงปัจจุบัน”

ถ้าบอกว่า บริษัทที่เคยมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านบาท
จะสามารถลดลงเหลือ 4 พันล้านบาทได้
หลายๆ คนอาจจะยังไม่เชื่อ

แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว
ในธุรกิจห้างสรรพสินค้าของสหรัฐอเมริกา

เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาให้กับเราได้อย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อเร็วนี้ๆ Sears อดีตห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสหรัฐอเมริกาประกาศปิดสาขาเป็นจำนวนกว่า 46 สาขา

แต่ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่การปิดสาขาครั้งแรกของ Sears

หลังจากที่ Sears ได้ควบรวมกับ Kmart เมื่อปี 2005 มีจำนวนสาขาทั้งหมดกว่า 3,500 สาขา

กลางปีที่ผ่านมากลับลดลงเหลือเพียง 894 สาขาเท่านั้น

เพราะอะไรธุรกิจห้างสรรพสินค้าถึงถดถอยลงได้มากขนาดนี้?

หลังจากที่เทคโนโลยีเริ่มมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่เกิดตามขึ้นมาก็คือ การที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง

พอเป็นแบบนี้แล้ว การซื้อขายของผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (E-commerce) จึงเข้ามาแข่งกับการซื้อของแบบเดิมในลักษณะของการเดินไปซื้อตามห้างสรรพสินค้า

หลายๆ คนก็คงจะคิดว่าเป็นเพราะ E-commerce ทำให้ Sears ถอยหลัง

แต่จริงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสียทีเดียว

เพราะ Sears เองก็เริ่มมีการปรับตัวเข้ามาธุรกิจ E-commerce ตั้งแต่เมื่อปี 2006

และยอดขายธุรกิจ E-commerce ของ Sears เองก็มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งปี 2014 ที่บริษัทรายงานการเติบโตของธุรกิจ E-commerce เป็นครั้งสุดท้าย
และเป็นปีที่บริษัทกลับไปมุ่งเน้นการขายปลีกแบบเดิมอีกครั้ง

เนื่องจากทางผู้บริหารมองว่า เน้นการขายหน้าร้านจะสามารถทำกำไรได้ดีกว่า

หลังจากนั้นไม่นาน ทางผู้บริหารตัดสินใจไม่โฟกัสกับธุรกิจ E-commerce โดยได้ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าของฝั่ง E-commerce ลงเป็นเวลา 6 ไตรมาสติดต่อกัน และลดการพัฒนาแอปพลิเคชันลง

โดยภายหลังพบว่าแอปพลิเคชัน Sears ได้รับเรตติ้งบน iOS App Store เพียงแค่ 1.5 ดาวเท่านั้น
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ แทบจะไม่มีใครใช้บริการ แอปพลิเคชัน Sears เลย

ถ้าโลกเปลี่ยนกลับมานิยมการซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเหมือนอย่างที่ผู้บริหารคิดก็คงจะดี

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นกลับสวนทาง E-commerce กลับแย่งส่วนแบ่งของห้างสรรพสินค้ามากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ Sears ถดถอยลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปี 2007 หุ้น Sears เคยทำจุดสูงสุดที่ราคา 144 ดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบัน หุ้น Sears มีราคาอยู่ที่ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการลดลงมากถึง 99%

แปลว่า ถ้าเราซื้อหุ้น Sears ตอนทำจุดสูงสุดด้วยเงิน 1 ล้านบาท

ตอนนี้เราจะเหลือเงินเพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้น

คงไม่มีใครคาดคิดว่าบริษัทมูลค่าเกือบล้านล้านบาท จะต้องพบกับจุดจบแบบนี้

แม้แต่นักลงทุนชื่อดังคนหนึ่งก็ตกเป็นเหยื่อของ ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

Bruce Berkowitz เป็นผู้บริหารกองทุนชื่อ Fairholme เขาประสบความสำเร็จโดยใช้กลยุทธ์ Deep Value และ Contrarian ซื้อหุ้นสวนทางคนอื่น

เขาให้สัมภาษณ์ว่าเขาเป็น Balance Sheet Buyer ไม่ได้สนใจอนาคต สนใจแต่อดีต และปัจจุบัน

ดังนั้นเขาจะชอบหุ้นที่กำลังมีผลงานย่ำแย่แต่มีสินทรัพย์ซ่อนอยู่ และเขาจะถือหุ้นไม่กี่ตัวในพอร์ต

ในอดีตเขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมซึ่งก็คือการซื้อหุ้น Bank of America และ AIG ในช่วงวิกฤตทำให้ได้รับกำไรมหาศาล

แต่สุดท้ายกำไรนั้นกลับต้องมาจบลงที่ ห้างสรรพสินค้า Sears

ปี 2013 เขามีหุ้น Sears 11% ในพอร์ต
ปี 2015 เขามีหุ้น Sears 24% ในพอร์ต
ปีที่แล้ว เขามีหุ้น Sears มากถึง 32% ในพอร์ต

ส่วนราคาของหุ้น Sears

ปี 2013 ราคา 42.58 ดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2015 ราคา 22.53 ดอลลาร์สหรัฐ
ปีที่แล้ว ราคาอยู่ที่ 3.58 ดอลลาร์สหรัฐ

เราจะเห็นว่าราคาของหุ้น Sears ลดลงเรื่อยๆ แต่ปริมาณหุ้นในพอร์ตของเขากลับมากขึ้นเรื่อยๆ

นั่นแสดงถึงว่า เขาได้เก็บหุ้นเพิ่มเรื่อยในขณะที่ราคาหุ้น Sears กำลังลดลงนั่นเอง

ซึ่งตอนนี้พบว่าต้นทุนเฉลี่ยของเขาอยู่ที่ราคา 36.75 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 30.9 ล้านหุ้น

ในขณะที่หุ้น Sears ตอนนี้กลับราคาเหลืออยู่เพียงแค่ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น

คิดเป็นการขาดทุนทั้งหมด 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท

สำหรับข้อคิดของเรื่องนี้ก็คงจะเป็น

ธุรกิจที่ดีจะต้องมีการปรับตัวตามยุคสมัยให้ทันและไม่ยึดติดอยู่กับอดีต

ในการลงทุนเองก็เช่นกัน
ถ้าเราไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงเหมือนอย่างคุณ Bruce ที่เชื่อมั่นในหุ้น Sears เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะเปลี่ยนจากแค่คำว่า “ขาดทุน” เป็น “หายนะ” ได้เลยทีเดียว..
———————-
ครั้งแรกของประเทศไทย กับแพลตฟอร์ม #SocialKnowledge ที่เชื่อมโยงความคิดดีๆ ของทุกคนเข้าด้วยกัน แอปพลิเคชันนี้ชื่อ “blockdit” โหลดได้ที่
iOS: https://itunes.apple.com/th/app/blockdit/id1287395706
Android: https://goo.gl/UqTrMp
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-5.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
-https://www.investopedia.com/news/downfall-of-sears/
-https://www.businessinsider.com/bruce-berkowitz-reveals-why-he-abruptly-cut-ties-with-sears-2-018-2
-https://searsholdings.com/press-releases/pr/1062
-https://en.wikipedia.org/wiki/Sears
[9539].

Comments

comments