หนังสือเปลี่ยนโลกของ อดัม สมิธ – Wealth of Nations

หนังสือเปลี่ยนโลกของ อดัม สมิธ – Wealth of Nations

หนังสือเปลี่ยนโลกของ อดัม สมิธ – Wealth of Nations / โดย ลงทุนแมน

อะไรคือเครื่องชี้วัดว่าประเทศหนึ่ง รวยกว่าอีกประเทศ?

ในอดีตความมั่งคั่งของแต่ละชาติถูกนิยามตามปริมาณ “เงินตราหรือทองคำ” ที่พวกเขาครอบครอง
ตามคำกล่าวที่ว่า “เงินตราคืออำนาจ”

แนวคิดที่เรียกว่า “พาณิชย์นิยม” นี้เป็นที่นิยมมากในยุโรป ราวศตวรรษที่ 17

จนกระทั่ง อดัม สมิธ (Adam Smith) ชาวสกอตแลนด์ ที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะ บิดาแห่งเศรษฐกิจทุนนิยม ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “The Wealth of Nations” ขึ้นในปี 1776

วันนี้ลงทุนแมนจะพาไปทำความรู้จักกับหนังสือในตำนาน ที่เคยเปลี่ยนโลกจากเศรษฐกิจแบบเดิม เข้าสู่ระบบการค้าเสรีกัน

ในช่วงที่แนวคิดเก่ายังได้รับความนิยม แต่ละประเทศจะแข่งกันค้าขายสะสมทองคำหรือเงินตรา ด้วยแนวคิดที่ว่าประเทศใดมีเงินมากกว่า ก็สามารถซื้อข้าวปลาอาหาร จ้างทหาร ซื้ออาวุธได้มากกว่า

ค้าขายได้มาก ผูกขาดได้มาก ก็มีเงินมาก เมื่อมีเงินมาก ก็ซื้อสินค้าบริการหรือแรงงานได้มาก เมื่อมีสินค้าและแรงงานมาก ชาติก็ร่ำรวย เข้าใจง่ายไม่เห็นมีปัญหาตรงไหน?

แต่อดัม สมิธ บอกว่าไม่ใช่..

หนังสือของ อดัม สมิธ นั้นเสนอว่า เงินตราหรือทองคำนั้นเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแทนของความมั่งคั่ง

ชาติที่มั่งคั่ง ไม่ใช่ชาติที่มีเงินตรามาก แต่เป็นชาติที่มี “กำลังการผลิต” มากต่างหาก

ชาติใดที่มีการผลิตในประเทศ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม หรือแม้แต่อาวุธได้มากกว่า ย่อมมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าอีกชาติหนึ่ง หรือแม้แต่มีพลังอำนาจมากกว่าอีกชาติหนึ่ง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น การทหาร

หากสมมติให้ใช้เทคโนโลยีเท่าๆ กัน หากประเทศหนึ่งผลิตรถถังวันละ 1,000 คันในหนึ่งปี ประเทศนั้นจะมีรถถัง 365,000 คัน ถ้านำไปรบกับอีกประเทศที่ผลิตรถถังได้วันละ 100 คัน ผลลัพธ์ก็แทบจะไม่ต้องเดาว่าใครจะชนะ

ซึ่งตัวอย่างนี้ สหรัฐอเมริกาได้เคยแสดงให้เห็นมาแล้วในสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่ากำลังการผลิตมีความสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงผลของสงครามได้

นอกจากนี้ อดัม สมิธ ยังเสนอว่า การผลิตนั้นสามารถเพิ่มได้ด้วย การใช้เทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม่ๆ และการแบ่งงานกันทำ

การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะสามารถทุ่นแรงของแรงงานในการผลิตได้มาก

เช่น นำเครื่องจักรใหม่ๆ มาใช้ ทำให้ในยุคสมัยนั้นนายทุนมักชุบเลี้ยงเหล่านักคิดทั้งหลาย ให้มาคิดค้นวิธีการผลิต หรือ นวัตกรรมใหม่ๆ ให้พวกเขาใช้ในการเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น คล้ายๆ แผนก R&D ในปัจจุบัน

ส่วนการแบ่งงานกันทำนั้น แทนที่คนๆ เดียวจะทำทุกอย่าง ก็ให้แบ่งหน้าที่กันทำ เช่น ช่างคนหนึ่งทำไกปืน อีกคนทำพานท้าย อีกคนทำลำกล้อง แล้วเอามาประกอบกันจะได้ปืนที่มีมาตรฐานเดียวกัน หาอะไหล่ซ่อมได้ง่ายและประหยัดต้นทุน

ซึ่งนั่นก็เป็นต้นแบบของระบบโรงงานในปัจจุบันที่ผู้ผลิตสินค้าไม่จำเป็นต้องผลิตส่วนประกอบเอง แต่สั่งชิ้นส่วนมาจากโรงงานอื่น เราจะเห็นได้ว่าการผลิตรถหนึ่งคันในปัจจุบัน อาจจะประกอบด้วยชิ้นส่วนจากเป็นร้อยโรงงาน

ในภาพใหญ่นั้น สมิธเชื่อว่าหากประเทศอื่นสามารถผลิตสิ่งอื่นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ก็ควรจะนำเข้าดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง เช่น อังกฤษ ผลิตข้าวได้ดีก็ผลิตข้าวไป ถ้าผลิตองุ่นแพง ก็นำเข้าจากฝรั่งเศสที่ทำได้ถูกกว่า

ดังนั้นกำแพงภาษีหรือการกีดกันต่างๆ ทำให้การแบ่งงานกันทำระดับประเทศไม่มีประสิทธิภาพ
ในมุมมองของ อดัม สมิธ สิ่งเหล่านี้ควรถูกยกเลิกไปให้หมด

เหล่าประเทศยุโรปในยุคนั้นที่เชื่อในระบบการค้าเสรี จึงนิยมนำเรือรบไปขู่บังคับให้ประเทศอื่นๆ ยกเลิกการผูกขาดทางการค้า เช่นที่จีนโดนมาแล้ว ในสงครามฝิ่น หรือสยามในยุครัชกาลที่ 4

แนวคิดนี้ต่อมาได้เติบโตเป็นเศรษฐศาสตร์สายคลาสสิก (Classic) และถูกต่อยอดเป็นสายอื่นๆ ให้เด็กเศรษฐศาสตร์ได้ร่ำเรียนในยุคต่อๆ มา

จะเห็นว่าหนังสือเพียงแค่เล่มเดียวของ อดัม สมิธ ที่อัดแน่นไปด้วยแนวคิดและชุดความรู้ต่างๆ นั้น สามารถที่จะเปลี่ยนมุมมอง หรือสร้างผลกระทบให้ผู้คนได้มากมายมหาศาล และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ทุกวันนี้โลกได้กลายเป็นตลาดการค้าที่เสรี และมีกำแพงภาษีน้อยลงไปมาก

แต่โลกนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา..

แนวคิดของ อดัม สมิธ นี้ก็ได้ถูกท้าทายขึ้นมาอีกครั้งในปีนี้

และนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
คนนั้นคือประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์

ตั้งแต่เขามารับตำแหน่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พยายามตั้งกำแพงภาษีกับหลายประเทศ
โดยเฉพาะประเทศจีน

โดยเขาเชื่อว่าสินค้าราคาถูกจากประเทศอื่น จะทำให้ตำแหน่งงานในประเทศลดลงไป
และผู้นำประเทศควรมีบทบาทในการควบคุมเรื่องนี้

เรื่องนี้ก็ต้องคอยติดตามกันว่า แนวคิดของ อดัม สมิธ หรือ แนวคิดของ โดนัลด์ ทรัมป์ จะถูกต้องกว่ากัน

ซึ่งเราน่าจะเห็นผลลัพธ์กันในเร็วๆ นี้..
———————-
อยากรู้เรื่องแนวคิด ติดตาม บล็อกดิท ได้นะจ๊ะ มีเรื่องราวน่าสนใจจากผู้เขียนมากมาย โหลดฟรีที่นี่
iOS: https://itunes.apple.com/th/app/blockdit/id1287395706
Android: https://goo.gl/UqTrMp
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-5.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-
[9451].

Comments

comments