Amazon VS Alibaba

Amazon VS Alibaba

Amazon VS Alibaba / โดย เพจลงทุนแมน
หลายคนคงเคยได้ยิน Alibaba ของแจ๊คหม่า ว่าครองตลาด e-commerce ของจีน แต่จริงๆแล้วบริษัท e-commerce ที่ใหญ่สุดในโลกตอนนี้คือบริษัท Amazon ของ Jeff Bezos
Alibaba มีต้นกำเนิดมาจากเมืองหางโจว ประเทศจีน ส่วน Amazon มีต้นกำเนิดมาจากเมืองซีแอทเทิล ประเทศสหรัฐ ทั้งคู่มีหุ้นให้ซื้อขายกันที่ตลาดหุ้นสหรัฐ และทั้งคู่เป็นบริษัทที่ใหญ่สุด 10 อันดับแรกของโลก!

แล้วทั้งคู่ใหญ่ขนาดไหนเรามาเทียบรายได้ของทั้งคู่กัน (หน่วย ล้านเหรียญสหรัฐ)

ปี 2012 Amazon : Alibaba 61,093 : 5,553 11.0 เท่า
ปี 2013 Amazon : Alibaba 74,452 : 8,506 8.8 เท่า
ปี 2014 Amazon : Alibaba 88,988 : 12,215 7.3 เท่า
ปี 2015 Amazon : Alibaba 107,006 : 15,554 6.9 เท่า
ปี 2016 Amazon : Alibaba 135,987 : 22,958 5.9 เท่า

ถ้ามองในแง่รายได้แล้ว ปัจจุบัน Amazon ยังมีขนาดที่ใหญ่กว่า Alibaba มากถึง 5.9 เท่า

แต่จะเห็นได้ชัดว่า Alibaba ทำรายได้ไล่ตาม Amazon จนช่องว่างของทั้งสองบริษัทแคบลงกว่าเมื่อก่อนมาก

แล้วถ้ามาดูกำไรเปรียบเทียบกันหล่ะ? (หน่วย ล้านเหรียญสหรัฐ)

ปี 2012 Amazon : Alibaba -39 : 1,373
ปี 2013 Amazon : Alibaba 274 : 3,777
ปี 2014 Amazon : Alibaba -241 : 3,889
ปี 2015 Amazon : Alibaba 596 : 10,989
ปี 2016 Amazon : Alibaba 2,371 : 6,335

หลายท่านที่มองตัวเลขข้างบนคงสงสัยว่าผมใส่ตัวเลขผิดหรือเปล่า ทำไม Amazon มีกำไรลุ่มๆดอนๆแบบนั้น คนละเรื่องกับ Alibaba ที่กำไรเยอะทั้งที่มีรายได้น้อยกว่า

ถ้าเรามองลึกๆไปที่ธุรกิจของทั้ง 2 บริษัทแล้ว ก็จะเข้าใจว่าทำไมตัวเลขออกมาเป็นแบบนี้

สาเหตุที่รายได้ของ Alibaba น้อยกว่า Amazon เพราะว่า Alibaba ไม่ได้มีสินค้าของตัวเองเลย Alibaba ทำหน้าที่เป็นแค่ platform ตรงกลางให้คนซื้อขายกันเอง แล้วกินค่าโฆษณา และคอมมิชชั่น

ส่วน Amazon มีรายได้มากกว่าเพราะ ขายสินค้าของตนเองด้วย

พอขายสินค้าเองก็ต้องมีสินค้าคงคลัง มีโกดัง มีระบบขนส่งของตัวเอง

เมื่อลงทุน infrastructure เยอะ ผลลัพธ์ก็ออกมาว่าบริษัท Amazon ไม่เหลือกำไร

ต่างจาก Alibaba ลงทุนน้อยกว่ามาก กำไรก็เลยโผล่ออกมามากกว่า

แล้วถ้าเรานับยอดขายของคนอื่นที่เกิดขึ้นบน platform เทียบกันด้วยหล่ะ?

การนับยอดขายที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะเรียกว่า GMV หรือ Gross Merchandise Value (หน่วย ล้านเหรียญสหรัฐ)

ปี 2012 Amazon : Alibaba 108,000 : 160,000
ปี 2013 Amazon : Alibaba 136,000 : 171,000
ปี 2014 Amazon : Alibaba 166,000 : 272,000
ปี 2015 Amazon : Alibaba 226,000 : 398,000

จะเห็นได้ว่า จริงๆแล้ว ยอดขายที่เกิดขึ้นใน platform ของ Alibaba มีมากกว่า Amazon มานานแล้ว

แล้วตัวเลขยอดขายของ Alibaba นี้มากขนาดไหน? ก็มากเท่ากับ GDP ประเทศไทยทั้งประเทศแค่นั้นเอง..

ถ้าถามว่า บริษัทไหนน่าจะมีมูลค่ามากกว่ากัน?

ถ้าเราตอบว่า Alibaba สิ เพราะมีกำไรเยอะกว่า และ ยอดขายในแง่ GMV ก็เยอะกว่า..

คำตอบนี้อาจจะไม่เหมือนกับที่ตลาดคิด

เพราะตอนนี้ Alibaba มีมูลค่าบริษัทน้อยกว่า Amazon อยู่พอสมควร (Alibaba 310,000 ล้านเหรียญ Amazon 462,000 ล้านเหรียญ)

ทำไมตลาดให้มูลค่า Alibaba น้อยกว่า Amazon?

เท่าที่ผมพอจะเดาได้ คือ ตลาดไม่ได้สนใจกำไรสุทธิ แต่สนใจตัวกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ไม่รวมค่าเสื่อมของทรัพย์สิน

ตลาดคงคิดว่าสิ่งที่ Amazon ได้ลงทุนสร้าง infrastructure ไปเป็นทรัพย์สินที่จะเป็นผลดีกับบริษัทในอนาคต

เรามาดูกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน หรือ Operating Cash Flow เทียบกัน (หน่วย ล้านเหรียญสหรัฐ)

ปี 2012 Amazon : Alibaba 4,180 : 2,329
ปี 2013 Amazon : Alibaba 5,475 : 4,273
ปี 2014 Amazon : Alibaba 6,842 : 6,607
ปี 2015 Amazon : Alibaba 11,920 : 8,740
ปี 2016 Amazon : Alibaba 16,443 : 11,652

ถ้ามองในมุมของกระแสเงินสดแล้ว Amazon จะมีมากกว่า Alibaba เสมอมา

แล้วกระแสเงินสดของ Amazon มากขนาดไหน? ก็มากพอที่จะใช้กระแสเงินสดที่ได้ในปีเดียวซื้อธนาคารอันดับหนึ่งของประเทศไทยได้ทั้งบริษัท..

ในปีที่แล้ว Amazon มีกระแสเงินสดมากกว่า Alibaba 40% ซึ่งก็สอดคล้องกับมูลค่าบริษัทปัจจุบันที่ Amazon มีมากกว่า Alibaba อยู่ประมาณ 49%

เรื่องกระแสเงินสดเป็นเพียงหนึ่งในสมมติฐานของผมเท่านั้น ความจริงแล้วอาจจะมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ตลาดมูลค่า Alibaba น้อยกว่า เช่น ความเสี่ยงจากรัฐบาลจีน หรือ วิธีการลงบัญชีของบริษัท Alibaba เป็นต้น

สรุปแล้วเราควรซื้อหุ้น Amazon หรือ Alibaba ดี?

ผมก็ไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างในอนาคต แต่ที่แน่ใจคือทั้ง 2 บริษัทนี้กำลังจะครอบงำ e-commerce ของโลกมากขึ้นอีกทั้งคู่..



Leave a Reply

48 Comments on "Amazon VS Alibaba"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

อยากได้อาลีบาบา

Poonsak Nirutjirawut

ใหญ่จริงทั้งคู่ ขอแชร์ค่า ^^

ยอดเยี่ยม ละเอียดมาก

ขอบคุณจร้า

TOey Wutisak

สุดยอดทั้งคู่ครับ ซื้อทั้งคู่ซักล้านหุ้นดีกว่า ไปรับยาแปป

Siriporn Siriprammanakul

เยี่ยมครับ

โหวววววว That’s greatest มากคร้าบบ !!?

อาลีบาบา น่าสนใจ เก็บค่าผ่านทางอย่างเดียว ไม่ต้องลงทุนในลักษณะสินทรัพย์

ที่ตลาดให้ มูลค่า Amazon มากกว่า Alibaba เพราะว่า Amazon มีธุรกิจ AWS ที่เป็น Cloud Server ทำกำไรมหาศาลและงดงามมากมาย?
คำถามคือ ส่วนต่างตอนนี้ที่เห็นจาก Amazon และ Alibaba คือ 462 – 310 = 152 B(พันล้าน $) มูลค่าที่ตลาดให้ 152 B นั้นคือ ธุรกิจของ AWS (Amazon Web Service) ซึ่งเป็นระบบ cloud มี Market Share เกิน ครึ่งหนึ่งของตลาด cloud ทั่งโลก และน่าจะเป็นเจ้าแรกที่ปล่อยให้ รายย่อยสามารถใช้งานง่ายๆ ผ่าน API ที่ Amazon เตรียมไว้

ธุรกิจ cloud ของ Amazon ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะว่า คนบริโภค ข้อมูลเพิ่มขึ้นทำให้ ใครๆที่ทำ Startup ก็เป็น ลูกค้า Amazon ทุกเดือน มันหมือนธุรกิจ ของบริโภค ก็ว่าได้เพราะว่า เดือนหน้าก็ต้องจ่ายค่า Cloud Server ให้ Amazon ทุกเดือน อีกทั้งยังไม่รวมการเติบโตของธุรกิจที่เป็นลูกค้า Amazon ที่เติบโตขึ้นทำให้ปริมาณ Data เพิ่มขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จ่ายให้ Amazon มากขึ้นอีก

สรุปส่วนต่าง น่าจะเป็น Valuation ที่นักลงทุนมองการเติบโตของ AWS ครับ

ละเอียดว่าเจ้าของ blog อีก

ขอบคุณคับ

ขอบคุณครับ ไว้มาแชร์ข้อมูลกันอีกเรื่อยๆนะครับ

ก็ตามนั้นล่ะครับ
Alibaba เหมือนจะแรงดี แต่อย่าลืมว่ามีดีแค่ “เป็นตัวกลางขายของ” อย่างเดียว วันใดที่เทรนด์หมดไป ก็ร่วงได้เหมือนกัน

Amazon เตรียมตัวกับอนาคตได้ดีกว่ามาก ทั้งระบบการจัดการโกดังด้วยหุ่นยนต์, AI, Cloud

ลองนึกภาพ Google vs Yahoo ครับ
Google คงไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถ้ายังทำแค่ search engine

ขอดีของการเป็น ตัวกลาง คือฐานข้อมูลครับ เมื่อใดแล้วระบบมีฐานข้อมูลนั้น Platform จะไม่มีวันตายครับ เนื่องจากฐานข้อมูลนี้ทำให้ระบบมันมีมูลค่าทางธุรกิจเสมอ คำว่า Platform นั้นหมายถึง มี barrier to entry ที่หนามากๆๆ เช่นเดียวกับ Google ตี Yahoo จนราบคราบ สิ่งที่ Google ทำนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่เปลี่ยนจาก Directory โดยใช้คน เป็น Crawler โดนใช้หุ่นยนต์
คำว่าเทรนด์ที่คุณว่า มันคงไม่หมดไปหรอกง่ายๆครับ
เพราะว่าทุกอย่างมันจะถูก Shift ไปที่ E-Commerce ทั้งหมดและ เทรนยังคงเดินไปอีก เป็น 20 – 30 ปีอย่างน้อยๆ อีกทั้ง Alibaba นั้นเป็นบริษัทของคนจีน การทำ Platform แบบนี้มันต้องใช้ Connection ระดับหนึ่ง เพราะว่ารัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลัง Alibaba พูดไปก็เป็นเรื่องการเมือง ขอหยุดเท่านี้พอ

ความรู้แน่นมากครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆคะ

Wirachai Pranveerapaibool

สามารถดูได้หลายแนวทาง แล้วแต่จะจับตัวไหนมาดูค่ะ เจ๋งทั้งคู่ แต่ในความคิด คิดว่า Alibaba น่าจะ aggressive มากกว่า

Ginkzika Kesvorakul

ในอนาคต alibaba! พุ่งแซงแน่นอน
แค่ประชากรทั้งเอเซีย 4พันกว่าล้าน รอแค่เครือข่ายinternet พร้อม ยอดขายไปไกลแน่!

ขอบคุณครับพี่อัพ

ผมเลือกลงทุน Alibaba ครับ
เงินสดจากกำไรในมือมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถทำการแข่งขันและวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆให้เหนือคู่แข่งได้ตลอดเวลาตามต้องการ เคสเดียวกับกรณีของ Apple ที่วอเรน บัฟเฟตเลือกลงทุนเพราะเห็นว่า Apple มี “เงินเย็น” ในมือมากนั่นเอง

สุดยอดครับ แอด

wpDiscuz