<ผู้สนับสนุน> Work-Life Balance สร้างสมดุลในชีวิต

<ผู้สนับสนุน> Work-Life Balance สร้างสมดุลในชีวิต

<ผู้สนับสนุน>
Work-Life Balance สร้างสมดุลในชีวิต / โดย ลงทุนแมน

เราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน
แตกต่างกันที่แต่ละคนจะนำไปใช้ทำอะไร

บางคนให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานเป็นหลัก
บางคนต้องแบ่งเวลามาเพื่อดูแลครอบครัว
บางคนก็อยากใช้เวลาไล่ตามความฝันของตัวเอง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราไม่สามารถจะเลือกทำแต่สิ่งที่เราต้องการได้
และแน่นอนว่าคนหนึ่งคนย่อมมีความรับผิดชอบมากกว่า 1 อย่าง

แล้ว 24 ชั่วโมงจะเพียงพอหรือไม่?
การบริหารเวลาให้เกิดสมดุลในชีวิตมีวิธีการอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนในยุคปัจจุบันคือการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
หรือที่เรียกกันว่า Work-Life Balance

คำว่า “สมดุล” หมายถึง ทั้งสองฝั่งมีความเท่ากัน
ดังนั้น Work-Life Balance ก็น่าจะหมายถึงการแบ่งระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน

แต่ชีวิตจริงของเราคงไม่สามารถแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้อย่างชัดเจน

ในด้านการงานนอกจากตัวเนื้องานที่เราต้องรับผิดชอบแล้ว ยังมีเรื่องของการสร้างสัมพันธ์ระหว่างคนในที่ทำงาน ลูกค้า และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนาตัวเอง เพื่อความสำเร็จในและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ในฝั่งชีวิตส่วนตัว แค่เพียงตัวเราคนเดียวก็มีเรื่องมากมายแล้ว
ทั้งการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของตัวเอง การพักผ่อนเพื่อเติมพลังหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน

นอกจากนั้นเรายังต้องแบ่งเวลาของเราไปให้กับทั้งเพื่อนฝูงและคนในครอบครัวอีก

คงเริ่มเห็นแล้วว่าการสร้างความสมดุลในชีวิตนั้น ไม่ใช่เพียงการแบ่งเวลาให้กับเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

แต่มันคือการบริหารจัดการชีวิตหลายสิบส่วนได้อย่างเหมาะสมภายในเวลา 24 ชั่วโมงที่เรามีอยู่อย่างจำกัด

หรืออาจมองได้ว่า การสร้างสมดุลในชีวิต คือ การผสมผสานทุกๆ หน้าที่และความความต้องการของเราอย่างกลมกลืนและลงตัว

แล้วจะทำอย่างไร เราถึงจะสามารถรวมชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้เข้ากันได้อย่างสมดุล

ชวนชื่น โมดัส วิภาวดี
มีคำตอบให้สำหรับเรื่องนี้

โครงการชวนชื่น โมดัส วิภาวดี ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดี ถนนสายหลักของพื้นที่ในบริเวณนั้น

ล้อมรอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล และอาคารออฟฟิศสำนักงานต่างๆ

ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนอีกหลายสาย
หากต้องการจะเดินทางเข้าเมือง ก็เพียงแต่ขับตรงไปตามถนนวิภาวดี หรือจะเลือกขึ้นทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เพื่อหลีกหนีรถติดก็ได้

และในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าผ่านอีกถึง 3 สาย ซึ่งคาดว่าสายสีแดงรังสิต-บางซื่อ จะเสร็จก่อนเป็นสายแรก โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีหลักสี่ ที่สามารถเดินจากหน้าโครงการและข้ามฝั่งไปขึ้นได้บริเวณหน้าไอทีสแควร์ในระยะ 800 เมตร

นอกจากนั้นยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่วิ่งผ่านถนนแจ้งวัฒนะ จากแครายไปจนถึงมีนบุรี รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต – คูคต ที่วิ่งต่อมาจาก BTS สถานีหมอชิตตามถนนพหลโยธิน
เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางขึ้นไปอีก

หากจะเดินทางไปนอกเมือง หรือต่างประเทศก็สะดวกไม่แพ้กัน
เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมือง

สำหรับประเภทบ้านในโครงการชวนชื่น โมดัส วิภาวดีประกอบด้วย

บ้านแฝด 3 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ใช้สอย 248 ตารางเมตร
เฉลี่ยแล้วราคาอยู่ที่ประมาณ 40,300 บาท ต่อตารางเมตร

และบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 5.19 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ใช้สอย 170 ตารางเมตร
เฉลี่ยแล้วราคาอยู่ที่ประมาณ 30,500 บาท ต่อตารางเมตร

เมื่อมองถึงความยืดหยุ่นในการใช้สอยพื้นที่ของบ้านเทียบกับคอนโดส่วนใหญ่ที่ในปัจจุบันราคาพื้นที่ต่อตารางเมตรเป็นหลักแสนจนเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว ก็น่าจะเรียกได้ว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

ด้วยลักษณะของบ้านที่มีความกว้างขวาง
ทำให้นอกจากจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ยังสามารถแบ่งมาเป็นพื้นที่สำนักงาน รวมถึงพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการจัดงานสังสรรค์ได้อีกด้วย

นอกเหนือจากเวลางาน ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปไหนไกล
เพราะเราสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างเต็มที่

ทั้งการเล่นฟิตเนสเพื่อดูแลตัวเอง การใช้เวลาร่วมกับครอบครัวภายในสวนที่ร่มรื่นและพื้นที่สำหรับเด็ก หรือใช้พื้นที่นี้เป็นที่พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้าน

แค่เพียงเท่านี้ ก็สามารถทำให้การใช้ชีวิตในหลายๆ ด้านของเราผสานกันได้อย่างลงตัวแล้ว

และเราอาจจะค้นพบว่า “ความสุข” นั้นเกิดขึ้นง่ายกว่าที่คิด
เพียงแค่เราหาสิ่งที่เรียกว่า “สมดุล” ให้เจอ..

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้ http://bit.ly/2M94Ibv
#munkongfamily #ชวนชื่นโมดัส #ลงตัวทั้งเรื่องงานและพักอาศัย

Comments

comments