<ผู้สนับสนุน> เก็บเกี่ยวโอกาส การลงทุนในทวีปเอเชีย

<ผู้สนับสนุน> เก็บเกี่ยวโอกาส การลงทุนในทวีปเอเชีย

<ผู้สนับสนุน>
เก็บเกี่ยวโอกาส การลงทุนในทวีปเอเชีย / โดย ลงทุนแมน
ในโลกนี้ถ้าถามว่า ทวีปไหนมีประชากรมากสุด?
คำตอบก็คือ ทวีปที่เราอยู่
ทวีปเอเชีย

คำว่าประชากรมาก ก็หมายความว่าทวีปเอเชียมีตลาดการผลิตและการบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รู้หรือไม่ว่า ถ้าเรารวมมูลค่าของบริษัทเอเชียทั้งหมดตอนสิ้นปี 2560 เข้าด้วยกัน จะมีมูลค่ามากถึง 852 ล้านล้านบาท คิดเป็น 31.8% ของมูลค่าบริษัททั่วโลก

สำหรับคนที่ต้องการมีส่วนร่วมไปกับการเติบโตของตลาดนี้

เราจะมีโอกาสไหนบ้าง

หนึ่งในนั้นก็คือ การลงทุนในบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจในทวีปเอเชีย

แล้วบริษัทชั้นนำในเอเชีย มีบริษัทไหนที่น่าสนใจบ้าง?

ที่ผ่านมา ลงทุนแมนเองก็เคยเขียนบทความเกี่ยวกับบริษัทเอเชียใหญ่ๆ มากมายที่ปัจจุบันถือว่าเป็นบริษัทระดับโลกไปแล้ว

Tencent
บริษัทจีนที่เริ่มต้นมาจากโปรแกรมแชท QQ ก่อนจะเติบโตจนกลายมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นบริษัทเกมที่ใหญ่ที่สุดและมีรายได้มากที่สุดในโลกด้วย ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 14.8 ล้านล้านบาท

ปี 2558 รายได้ 5.1 แสนล้านบาท กำไร 1.6 แสนล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 7.6 แสนล้านบาท กำไร 2.3 แสนล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 1.2 ล้านล้านบาท กำไร 3.5 แสนล้านบาท

Uniqlo
น่าจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่คนไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นของบริษัทญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Fast Retailing

รู้หรือไม่ว่า Uniqlo เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยเป็นรองแค่แบรนด์ ZARA และ H&M ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 1.6 ล้านล้านบาท

ปี 2558 รายได้ 5.0 แสนล้านบาท กำไร 3.3 หมื่นล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 5.4 แสนล้านบาท กำไร 1.4 หมื่นล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 5.6 แสนล้านบาท กำไร 3.6 หมื่นล้านบาท

SoftBank
บริษัทด้านไอทียักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่บริษัทนี้มีเจ้าของคือคุณ มาซาโยชิ ซัน ซึ่งตอนนี้เป็นคนที่รวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

และสิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ SoftBank เป็นบริษัทที่ให้เงินทุนกับ Yahoo ที่ในตอนนั้นเป็นเพียงบริษัท Startup เพื่อนำไปพัฒนาเทคโนโลยี Search Engine และเป็นผู้ให้ทุนรวมถึงถือหุ้นใน Alibaba มากกว่าแจ็ค หม่าอีกด้วย

ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 3.2 ล้านล้านบาท

ปี 2558 รายได้ 2.66 ล้านล้านบาท กำไร 1.4 แสนล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 2.67 ล้านล้านบาท กำไร 4.3 แสนล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 2.70 ล้านล้านบาท กำไร 3.7 แสนล้านบาท

Kweichow Moutai
สำหรับหลายคนที่อาจยังไม่คุ้นกับชื่อนี้ สุราเหมาไถ มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง และเป็นเครื่องดื่มที่เหมาเจ๋อตงใช้ดื่มฉลองตอนก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันถือเป็นสุราประจำชาติของจีน

และทำให้ผู้ผลิตอย่างบริษัท Kweichow Moutai ครองตำแหน่งบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าบริษัท 4.6 ล้านล้านบาท

ที่น่าสนใจคือ บริษัทนี้มีอัตรากำไรสุทธิมากถึงเกือบ 50% ซึ่งส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากการที่เหมาไถเป็นสินค้าระดับ premium ขวดสุราในรูปแบบ limited edition รวมไปถึงสุราเก่าที่สามารถขายได้ในราคาที่แพง

ปี 2558 รายได้ 1.6 แสนล้านบาท กำไร 7.7 หมื่นล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 1.9 แสนล้านบาท กำไร 8.3 หมื่นล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 2.9 แสนล้านบาท กำไร 1.4 แสนล้านบาท

Samsung Electronics
รู้ไหมว่า Samsung เริ่มต้นธุรกิจจากการส่งออกปลาแห้ง และใช้เวลา 22 ปี ถึงจะมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ออกมาขายชิ้นแรก มาวันนี้บริษัทได้กลายเป็นอาณาจักร Samsung ที่นอกจากจะเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังมีธุรกิจที่ครอบคลุมไปแทบทุกอุตสาหกรรม มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 9.1 ล้านล้านบาท

ปี 2558 รายได้ 6.0 ล้านล้านบาท กำไร 5.7 แสนล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 6.1 ล้านล้านบาท กำไร 6.8 แสนล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 7.2 ล้านล้านบาท กำไร 1.3 ล้านล้านบาท

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งของบริษัทระดับโลกในภูมิภาคเอเชีย

คำถามคือ แล้วเราจะลงทุนในบริษัทเหล่านี้ได้อย่างไร?

เรื่องนี้ง่ายกว่าที่คิด เพราะปัจจุบันเราสามารถที่จะลงทุนในบริษัทใหญ่ๆ ที่อยู่ต่างประเทศเหล่านี้ได้ผ่านกองทุนรวม

ซึ่งทาง บลจ.กรุงศรี ก็มีกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัทชั้นนำของเอเชียมาให้เลือกหลายกองทุน

เช่น ถ้าเราอยากจะลงทุนในบริษัทญี่ปุ่น ก็มีกองทุน KF-HJPINDX ที่ลงทุนผ่าน Nikkei 225 Exchange Traded Fund หนึ่งในกองทุน ETF ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งจะเน้นลงทุนหุ้นบริษัทชั้นนำ เช่น SoftBank และ Uniqlo (Fast Retailing)

ถ้าสนใจบริษัทชั้นนำในจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ก็มีกองทุน KF-HCHINAD ที่ลงทุนใน First State Greater China Growth Fund เป็นโอกาสให้ได้ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อย่าง Tencent และ Taiwan Semiconductor Manufacturing

แต่ถ้าอยากเน้นหุ้นอุตสาหกรรมที่เป็นเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีนแผ่นดินใหญ่ บลจ.กรุงศรีมีกองทุน KFACHINA-A ที่ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ UBS China A Opportunity ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้น A-shares ของจีน ซึ่งก็คือหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ถ้าดูหุ้นในพอร์ตเดือนที่ผ่านมา ก็จะมีทั้ง Kweichow Moutai, Ping An Insurance และ Midea Group ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าของจีน ผู้เทคโอเวอร์โตชิบา

นอกเหนือจาก 3 กองทุนที่ยกตัวอย่างมานี้ บลจ.กรุงศรี ยังมีกองทุนที่ลงทุนในบริษัทและตลาดเอเชียอีกหลากหลายกองทุนให้เลือก ทั้งที่เน้นประเทศและที่กระจายลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภททั่วเอเชีย ซึ่งเราก็สามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่ตรงกับความสนใจของเราได้

สรุปแล้ว

กองทุนในธีมเอเชีย น่าจะเหมาะสำหรับคนที่กำลังสนใจอยากมีส่วนร่วมกับการเติบโตของตลาดและบริษัทระดับโลกต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย รวมไปถึงช่วยเปิดโอกาสในการรับผลตอบแทนให้กว้างขึ้น ไม่ถูกจำกัดอยู่ในเฉพาะตลาดไทย

และยังมาพร้อมกับทางเลือกในด้านนโยบายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้น หรือจะเน้นหุ้นบริษัทใหญ่ หุ้นบริษัทเล็ก ไปจนถึงการลงทุนที่จ่ายปันผลเพื่อสร้างรายได้สม่ำเสมอ

เรียกได้ว่า บลจ.กรุงศรี มีกองทุนที่น่าจะตอบโจทย์ได้กับทุกสไตล์การลงทุนในภูมิภาคเอเชีย…

ดูข้อมูลกองทุนและโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่ http://bit.ly/AsiaEQ_promo2018

คำเตือน:
ผลการดำเนินการในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และ/หรือการเมืองในประเทศซึ่งกองทุนหลักได้ลงทุน

หมายเหตุ:
ข้อมูลรายได้และกำไรของบริษัทจากรายงานประจำปีและ Morningstar แปลงด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 23 ก.ค. 2561

KF-HJPINDX: ลงทุนในกองทุนหลัก Nikkei 225 Exchange Traded Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ระดับความเสี่ยง 6 – สูง ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
สนใจดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมคลิก: http://bit.ly/KF-HJPINDX

KF-HCHINAD: ลงทุนในกองทุนหลัก First State Greater China Growth Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ระดับความเสี่ยง 6 – สูง ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
สนใจดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมคลิก: http://bit.ly/KF-HCHINAD

KFACHINA-A: ลงทุนในกองทุนหลัก UBS (Lux) Investment SICAV – China A Opportunity (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ระดับความเสี่ยง 6 – สูง ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
สนใจดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมคลิก: http://bit.ly/KFACHINA-A

Comments

comments