สรุปตลาดหุ้น คืออะไรใน 1 นาที

สรุปตลาดหุ้น คืออะไรใน 1 นาที

สรุปตลาดหุ้น คืออะไรใน 1 นาที / ฉบับ ลงทุนแมน

ตลาดหุ้น คำนี้เราได้ยินบ่อย
แต่จริงๆ แล้วเราเข้าใจหรือไม่ ว่ามันคืออะไร
เรื่องนี้สำคัญ แต่ไม่ค่อยได้สอนกันในห้องเรียน
วันนี้ลงทุนแมน จะมาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ

เริ่มเรื่องด้วยร้านกาแฟ

ถ้าเราเป็นคนรักการทำกาแฟ
ชอบเห็นลูกค้าเข้ามาที่ร้านจิบกาแฟ
นั่นคือความสุขของเราแล้ว

เรามีร้านกาแฟอยู่หนึ่งร้าน
ชื่อร้าน “บั๊กบั๊ก”
รายได้เดือนละ 1 แสนบาท
รายจ่าย 7 หมื่นบาท
ลบกันง่ายๆ ก็ได้กำไร 3 หมื่นบาท

เราจึงเริ่มคิดอยากขยายสาขา
ถ้าเรามี 10 สาขา เราก็คงได้ 3 แสนบาท

แต่จะทำอย่างไร เราไม่มีเงินทุนไปซื้อเครื่องทำกาแฟ 10 เครื่อง

ความคิดแว่บแรกก็เข้ามา
กู้ธนาคารสิ

แต่อีกใจหนึ่งเราก็คิด ถ้าขยายสาขาแล้วไม่เป็นไปตามที่หวังไว้

เราก็คงติดหนี้ธนาคารบานเบอะ รวมถึงดอกเบี้ยกู้ที่ทบต้นไปเรื่อยๆ

แล้วจะทำอย่างไรให้เราได้เงินทุน โดยที่ไม่ติดหนี้ ไม่เสียดอกเบี้ย

นั่นก็คือเราต้องหาเพื่อนมาเป็นหุ้นส่วนกิจการ ร่วมหัวจมท้ายไปกับเรา

การเปิดขายหุ้นให้แก่คนทั่วไปในวันแรก เขาเรียกกันว่า IPO หรือ Initial Public Offering

ในวันแรก “นายอ่อนแอ” เป็นหนึ่งในคนที่ได้ซื้อหุ้นของบริษัทบั๊กบั๊ก

ถ้าบริษัทบั๊กบั๊กมีจำนวนหุ้นอยู่ทั้งหมด 100 หุ้น

นายอ่อนแอ ได้หุ้นของบริษัทบั๊กบั๊กไป 5 หุ้น ก็แปลว่านายอ่อนแอ ถือหุ้นบริษัทนั้น 5%

นั่นหมายความว่า ถ้ากิจการได้กำไร 100,000 บาท

5% ของ 100,000 ก็คือ 5,000
ส่วนของ 5,000 บาทก็จะถือว่าเป็นของนายอ่อนแอ

แต่จริงๆ แล้ว บริษัทจะเก็บกำไรไว้ส่วนหนึ่ง และปันผลให้บางส่วน

ถ้าบริษัทปันผลให้ครึ่งหนึ่งของกำไร นายอ่อนแอก็จะได้ 2,500 บาท

นายอ่อนแอ เป็นคนขี้โรค ทำอะไรไม่ค่อยเป็น แต่เขามีเงินทุน

นายอ่อนแอ เห็นเราเป็นคนเก่ง เห็นอนาคตสดใสของร้านกาแฟว่าต่อไปมีได้เป็น 100 สาขา

จึงอยากซื้อหุ้นบริษัท บั๊กบั๊ก เพิ่ม

นายอ่อนแอจะซื้อหุ้นบริษัท บั๊กบั๊ก จากที่ไหนได้?

นั่นก็เป็นที่มาของคำว่า “ตลาดหุ้น” นั่นเอง

ตลาดหุ้นเป็นแหล่งซื้อขายหุ้น ของคนที่อยากซื้อหุ้น และคนที่อยากขายหุ้น

ในวันที่อนาคตของบริษัทสดใส ราคาหุ้นบั๊กบั๊ก ก็จะเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าวันใดบริษัทกำไรลดลง อนาคตมืดมน ราคาหุ้นบั๊กบั๊ก ก็จะตกลง

ที่เล่ามานี้ เป็นเรื่องของร้านกาแฟบั๊กบั๊ก ที่ไม่มีอยู่จริง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีอีกหลายกิจการที่เรารู้จัก และเราสามารถซื้อหุ้นได้

และสุดท้ายเราก็อย่าลืมว่า

การซื้อหุ้นก็คือ การเข้าไปเป็นหุ้นส่วน และร่วมหัวจมท้ายไปกับกิจการ

ดังนั้นก่อนที่เราจะเข้าไปเป็นหุ้นส่วน

เราคงต้องดูให้ดีก่อนว่า

กิจการนั้นเราอยากเป็นเจ้าของหรือไม่ เจ้าของเป็นคนเก่งไว้ใจได้หรือไม่

และราคาหุ้นที่เราซื้อแพงหรือไม่ เมื่อเทียบกับกิจการที่เราอยากเป็นเจ้าของ..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ร้านกาแฟ Starbucks ในปี 1997
มีรายได้ 32,000 ล้านบาท
มีกำไร 1,800 ล้านบาท

ถ้าเราซื้อหุ้น Starbucks ในตอนนั้น ตอนนี้จะเป็นอย่างไร

20 ปีผ่านไป..

ร้านกาแฟ Starbucks ในปี 2017
มีรายได้ 750,000 ล้านบาท
มีกำไร 96,000 ล้านบาท
———————-
ตลาดหุ้นมีเงินหมุนเวียน แต่ถ้าอยากเขียนบทความ ติดตามแอปพลิเคชันลงทุนแมน แชร์เรื่องราวของตนเองก็ได้ ฟรีทั้ง iOS และ android www.blockdit.com/app

แอปพลิเคชัน blockdit ไม่ได้มีแต่เรื่องลงทุน เรื่องทั่วไปก็มีนะ
———————-
[8828].

Comments

comments