Facebook กำลังเจอวิกฤติครั้งใหม่

Facebook กำลังเจอวิกฤติครั้งใหม่

Facebook กำลังเจอวิกฤติครั้งใหม่ / โดย ลงทุนแมน

มูลค่าตลาดของ Facebook ตกลงกว่า 20% หรือ 4 ล้านล้านบาท หลังการประกาศงบ ไตรมาสที่ 2 เวลา 5 โมงเย็นในสหรัฐอเมริกา หรือ ตี 4 ตามเวลาประเทศไทย..

เกิดอะไรขึ้น?

จากการแถลงผลประกอบการในไตรมาสที่ 2
Facebook มีรายได้ 436,623 ล้านบาท กำไร 168,498 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปีที่แล้ว
Facebook มีรายได้ 307,593 ล้านบาท กำไร 128,502 ล้านบาท

แปลว่าในปีนี้ รายได้ และกำไร Facebook เติบโตขึ้น 42% และ 31% ตามลำดับ

ซึ่งก็ดูเหมือนจะดี แต่ไม่ดีพอสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังไว้

Facebook ตอนนี้เป็นเจ้าของหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Instagram, WhatsApp, Messenger ถ้าให้นับแล้วจะมีผู้ใช้งานรวมกันมากถึง 5,000 ล้านคน

แต่ผู้ใช้งานคนเดียวอาจใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน

ดังนั้นถ้านับผู้ใช้งานอย่างน้อย 1 แพลตฟอร์มจากที่กล่าวมา จะมีผู้ใช้งานรวมกันกว่า 2,500 ล้านคน และนี่เป็นครั้งแรกที่ Facebook เปิดเผยตัวเลขนี้

สำหรับคนที่ถามว่า Facebook มีรายได้มาจากไหน? ทั้งที่เราเล่นฟรี

คำตอบคือโฆษณา รายได้จากโฆษณาเป็นรายได้เกือบทั้งหมดของ Facebook

ถ้าเราลองมาคำนวณตัวเลขแบบง่ายๆ กัน

ไตรมาส 2 Facebook มีรายได้ 430,254 ล้านบาท
ในไตรมาส 2 มี 91 วัน
แปลว่า Facebook มีรายได้วันละ 4,728 ล้านบาท

Facebook มีผู้ใช้งานอย่างน้อย 1 แพลตฟอร์ม 2,500 ล้านคน

แปลว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 1 ผู้ใช้งานจะทำรายได้ให้ Facebook วันละ 1.89 บาท

นั่นหมายความว่าทุกๆ ครั้งที่เราเล่น Facebook, Instagram, WhatsApp, Messenger จะมีผู้โฆษณายอมจ่ายเงินให้ Facebook เพื่อเข้าถึงเราวันละ 1.89 บาท

ตัวเลขนี้ดูเหมือนไม่เยอะอะไร แต่ถ้าคูณด้วยผู้ใช้งานทั้งหมด 2,500 ล้านคน ก็จะกลายเป็นตัวเลขที่มหาศาล

ดังนั้น Facebook จึงได้รายได้โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท

แต่..
เมื่อเราไม่ได้จ่ายเงินซื้อสินค้า ก็ขอให้รู้ไว้ว่า ตัวเราเองนี่แหละ จะเป็นสินค้า

เราเป็นสินค้าให้กับ Facebook เพื่อให้นักโฆษณาได้เลือกสรรว่าจะทำการตลาดให้กับใครบ้างดี

เมื่อเรื่องเป็นอย่างนั้นก็จึงเกิดปัญหาขึ้นเมื่อนักโฆษณาใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากเกินไป

และผู้ใช้งานรู้ตัวทัน ว่าตัวเองเป็นสินค้า..

ทั้งเรื่องการโฆษณาการเลือกตั้งในกรณี Cambridge Analytica และการเกิดปัญหาข่าวปลอมต่างๆทั่วแพลตฟอร์ม Facebook ในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ก็ทำให้ตัวเลขการเติบโตของผู้ใช้งานชะลอตัวลง โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกา และยุโรป

จนทำให้ Facebook ต้องปรับ algorithm เพื่อสู้กับปัญหานี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ให้เราเห็นเพื่อนมากขึ้น เห็น Stories มากขึ้น และลดเนื้อหาของ Page ที่เป็นแหล่งรายได้หลักของ Facebook ลง

จากงานแถลงผลประกอบการ Zuckerberg ยังพูดถึง การลงทุนจำนวนมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งในเรื่อง data centers, servers, network infrastructure, office facilities รวมถึงเครื่องมือที่เขาพัฒนามาเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ความโปร่งใสแก่ผู้ใช้งาน Facebook มากขึ้น

ตอนนี้ทุกคนใน Facebook สามารถรู้ได้ว่า Post ไหนของ Page เป็นโฆษณา แม้ว่าการ Boost Post ของ Page นั้นๆ ไม่ได้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเรา

แต่สิ่งนี้ก็อาจจะกระทบกับประสิทธิภาพของการโฆษณาเช่นกัน เพราะโฆษณาจะเนียนได้น้อยลง มีผลต่อผู้รับโฆษณาได้น้อยลง

สรุปแล้ว Facebook กำลังหาจุดสมดุลระหว่าง ผู้อ่านที่เป็นตัวสินค้า กับ นักโฆษณาที่เป็นคนจ่ายเงินให้บริษัท

และระหว่างการหาจุดสมดุลจุดนั้น มีต้นทุนมหาศาล..

เรื่องเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลให้นักลงทุนมีความกังวล

ทั้งการชะลอตัวลงของตัวเลขผู้เข้าใช้งาน รายได้ไม่เติบโตตามที่คาด การลงทุนเพิ่มเติมที่รออยู่ในอนาคต ทั้งหมดเป็นส่วนทำคัญที่ทำให้นักลงทุนกังวลในโมเดลธุรกิจของ Facebook ในอนาคต

เรื่องนี้ส่งผลให้ราคาหุ้น Facebook หลังการแถลงข่าวนี้ตกลง 20% หรือคิดเป็นมูลค่า 4 ล้านล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง

ถ้าให้เห็นภาพ 4 ล้านล้านบาทมากขนาดไหน?

มูลค่าดังกล่าวมากกว่ามูลค่าของบริษัท ปตท. ปูนซิเมนต์ไทย ซีพี ออลล์ และท่าอากาศยานไทยรวมกันทั้งหมด..
———————-
ติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ แบบเรียลไทม์ได้ที่แอปพลิเคชันลงทุนแมน โหลดฟรีทั้ง iOS และ android www.blockdit.com/app
.
หนังสือลงทุนแมนให้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-4.0 หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-
[8646].