กรณีศึกษา ธุรกิจ Bloomberg

กรณีศึกษา ธุรกิจ Bloomberg

กรณีศึกษา ธุรกิจ Bloomberg / โดย ลงทุนแมน

วอเร็น บัฟเฟตต์ กับ บิล เกตส์ เป็น 2 บุคคลที่บริจาคเงินมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา
เรื่องนี้ทุกคนคงรู้มาแล้ว
แต่ถ้าถามว่าใครอันดับ 3
คำตอบคือเขาคนนี้
“ไมเคิล บลูมเบิร์ก”
เขาเป็นใคร
แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับแพลตฟอร์ม Bloomberg ที่ทุกสถาบันการเงินต้องใช้บริการ
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ปัจจุบัน ไมเคิล บลูมเบิร์ก เป็นเศรษฐีที่รวยสุดอันดับที่ 11 ของโลก โดยมีทรัพย์สินมากถึง 1.6 ล้านล้านบาท เขายังเป็นเจ้าของบริษัท Bloomberg L.P. ซึ่งตั้งมาจากชื่อของเขาเอง

บริษัท Bloomberg เป็นผู้ให้บริการ ข่าว และ ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับข้อมูลด้านการเงิน

เรียกได้ว่าทุกบริษัทที่เป็นสถาบันการเงิน ไม่ว่า ธนาคาร ประกัน บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนต่างๆ ต้องซื้อข้อมูลจาก Bloomberg เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ

ดูเหมือนว่า ไมเคิล บลูมเบิร์ก จะเป็นหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลกนี้

แต่รู้ไหมว่าเขาเคยโดนไล่ออกมาแล้ว..

ไมเคิล บลูมเบิร์ก จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ในสาขาวิชา วิศวกรรมไฟฟ้า ในปี 1964

และจบการศึกษา MBA จาก Harvard Business School ในปี 1966

ในชีวิตเริ่มต้นทำงาน เขาได้ทำงานในบริษัทวาณิชธนกิจชื่อ Salomon Brothers ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายซื้อขายหุ้น และ ฝ่ายผู้พัฒนาระบบในเวลาต่อมา

ชีวิตของเขาดูเหมือนจะไปได้ดี
แต่จุดเปลี่ยนของ ไมเคิล บลูมเบิร์ก ก็มาถึง..

ในปี 1981 บริษัท Salomon Brothers ถูกซื้อกิจการโดย Phibro Corporation

หลังการควบรวมบริษัท ได้มีการปลดพนักงาน และ ตัวบลูมเบิร์กเองก็เป็นหนึ่งในพนักงานที่ถูกปลดออกจากบริษัท โดยเขาไม่ได้รับการชดเชยใดๆ

แต่ยังโชคดีที่ในตอนนั้นเขามีตำแหน่งเป็น Partner ของบริษัท ซึ่งมีหุ้นในบริษัท Salomon Brothers ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เขาจึงใช้เงินก้อนนี้ในการตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Innovative Market Systems โดยคำนึงถึงแนวคิดที่ว่าบริษัทใน Wall Street สามารถจ่ายเงินในราคาแพง เพื่อที่จะให้ได้ข้อมูลทางธุรกิจที่มีคุณภาพสูง

ในปี 1982 บริษัท Merrill Lynch เป็นลูกค้ารายแรกที่ติดตั้งระบบของบริษัทที่ชื่อว่า Market Master Terminal และลงทุนอีก 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัทนี้

จนต่อมาบริษัทนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bloomberg L.P. ตามชื่อของไมเคิล บลูมเบิร์กเอง

กิจการของบลูมเบิร์กประสบความสำเร็จเรื่อยมา
ปี 1990 มี Bloomberg Terminal ติดตั้ง 8,000 เครื่องทั่วโลก
ปี 2015 มี Bloomberg Terminal ติดตั้ง 325,000 เครื่องทั่วโลก

คนที่ทำงานอยู่ในสถาบันการเงินคงไม่มีใครไม่รู้จัก Bloomberg Terminal และทุกคนคงรู้ดีว่า Bloomberg Terminal ที่ว่านี้มีข้อมูลการเงินทุกอย่างทั่วโลกที่เราต้องการ แต่ราคาของ Bloomberg Terminal นี้ก็แพงมากเช่นกัน

ถ้าเราอยากใช้ Bloomberg Terminal เราจะต้องจ่ายเงินปีละ 24,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 800,000 บาท

ถ้าเราเอา จำนวนเครื่อง Bloomberg Terminal ทั้งหมด คูณ ด้วยราคาค่าเช่า ก็จะได้ตัวเลขมากถึง 260,000 ล้านบาท

ซึ่งก็สอดคล้องกับข่าวในปี 2014 บริษัท Bloomberg L.P. มีรายได้มากถึง 300,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน ไมเคิล บลูมเบิร์กถือหุ้น 88% ในบริษัท Bloomberg L.P.
บริษัทนี้ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ใครจะไปคิดว่าการให้บริการข้อมูลธุรกิจการเงิน จะมีรายได้มากถึงขนาดนี้

เรื่องที่น่าสนใจของ ไมเคิล บลูมเบิร์ก อีกเรื่องคือเรื่องการเมือง

เขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก ถึง 3 สมัย ในปี 2001, 2005, 2009 และเคยถูกคาดการณ์ว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ในช่วงหลังของ ไมเคิล บลูมเบิร์ก หลังจากเกษียณ เขาได้ทำงานการกุศลเต็มตัว โดยเน้นด้าน สาธารณสุข ศิลปะ นวัตกรรมของรัฐ สิ่งแวดล้อม และ การศึกษา

ในปี 2016 ไมเคิล บลูมเบิร์กเป็นบุคคลที่บริจาคเงินมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา คิดเป็นจำนวนเงิน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท เป็นรองเพียงแค่ วอเร็น บัฟเฟตต์ และ บิล เกตส์ ซึ่งเป็นขาใหญ่ของการบริจาคเงินอยู่แล้ว

ดูแล้วชีวิตของ ไมเคิล บลูมเบิร์ก ทำให้เราได้ข้อคิดหลายเรื่อง

เรื่องแรก แม้เขาจะถูกไล่ออกจากงาน แต่เขาก็เห็นลู่ทางที่จะตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา

นี่เป็นตัวอย่างของการเดินไปข้างหน้า ไม่มัวเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

และสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจ กลับทำให้เขาประสบความสำเร็จมากกว่าเดิมเสียอีก

ในบางครั้ง สิ่งที่แย่ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา กลับกลายเป็นพลังให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ส่วนเรื่องที่น่าสนใจที่สุดของบลูมเบิร์กก็คือ เมื่อเขาประสบความสำเร็จแล้ว เขาก็ไม่ลืมที่จะช่วยเหลือสังคม

เหมือนอย่างที่ไมเคิล บลูมเบิร์ก ได้ทำ คือการได้ก้าวเข้ามาช่วยบริหารบ้านเมือง และเป็นนักการกุศลในที่สุด..
———————-
<ad> พบกับเจ้าของแบรนด์ไทยระดับตำนาน ผู้บริหารรุ่นใหม่ในโลกธุรกิจออนไลน์ รวมไปถึงนักลงทุนและนักวิเคราะห์หุ้นชื่อดังหลายท่าน ที่มาเปิดเวทีพูดคุย

ในงานสัมมนา “ตำนานแบรนด์ไทย ตำนานนักลงทุนไทย บุกตลาดทำกำไรบนโลกดิจิทัล 2018” ที่จัดโดย BTimes

งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเข้าชมฟรีตลอดทั้ง 2 วัน

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าฟังสัมมนา สามารถลงทะเบียนโดยพิมพ์ ชื่อ นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ไปทาง Inbox ของ BTimes ได้เลย
———————-

Reference
-Forbes the 400 richest people in America
-http://forbes.com/top-givers
-https://en.wikipedia.org/wiki/Bloomberg_L.P.
-https://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Bloomberg
-https://qz.com/84961/this-is-how-much-a-bloomberg-terminal-costs/
[8597].

Comments

comments