ร้านอาหาร ที่ใหญ่สุดในโลก

ร้านอาหาร ที่ใหญ่สุดในโลก

ในปี 1954 คุณ Ray Kroc เป็นเซลล์แมนอายุ 53 ปี ขายอุปกรณ์เครื่องครัวในร้านอาหาร ซึ่งในช่วงนั้นยอดขายของเขาไม่ค่อยดี กว่าจะขายได้แต่ละชิ้นลำบากมาก แต่มีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งที่สั่งซื้อสินค้าของเขามากถึง 6 ชิ้น พร้อมกัน ทำให้เขาแปลกใจมากว่า ร้านอาหารร้านนั้นเป็นร้านอะไร ด้วยความอยากรู้เขาจึงขับรถไปดู ก็พบว่าร้านอาหารร้านนั้นมีลูกค้าเป็นจำนวนมาก และกระบวนการปรุงอาหารของร้านนั้นพิเศษไม่เหมือนใคร

ร้านอาหารร้านนั้นสามารถปรุงอาหารได้เสร็จภายใน 30 วินาทีหลังจากรับออเดอร์ ในเมื่ออาหารทำเสร็จได้เร็ว ทำให้คนสั่งยืนรอรับอาหารได้ทันที ร้านนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีเด็กเสริฟอาหารไปเสริฟที่โต๊ะอีกต่อไป ผลลัพธ์ก็คือร้านนั้นสามารถลดค่าใช้จ่ายพนักงานไปได้มาก และสามารถรับลูกค้าได้ปริมาณมากพร้อมๆกัน ลูกค้าก็ติดใจที่อาหารอร่อย และไม่ต้องรออาหารนาน

ในที่สุดคุณ Kroc จึงตัดสินใจเข้าพบเจ้าของร้านอาหารนั้นเพื่อขอแฟรนไชส์มาเปิดสาขาเอง เจ้าของร้านอาหารนี้เป็นผู้ชาย 2 คนซึ่งเป็นพี่น้องกัน ที่ค่อนข้าง conservative และ ไม่ค่อยอยากจะขยายสาขา

ในทางกลับกันคุณ Kroc กลับเล็งเห็นถึงศักยภาพของร้านอาหารร้านนี้ว่าจะขยายสาขาไปได้อีกมาก จึงตกลงทำสัญญาแฟรนไชส์ โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะช่วยหา partner ที่สนใจเปิดร้านอาหารแบบนี้ให้ทั่วประเทศ โดยจะแบ่งรายได้จาก ยอดขายของ partner 1.9% ซึ่งคุณ Kroc จะขอส่วนแบ่ง 1.5% ของยอดขาย และให้เจ้าของสองพี่น้องอีก 0.4% ของยอดขาย โดยที่สองพี่น้องไม่ต้องทำอะไรเลย

สองพี่น้องพอเห็นแบบนี้ว่ามีแต่ได้กับได้ ก็ตอบตกลงให้คุณ Kroc ช่วยหา partner มาขยายสาขาให้

ปรากฏว่าคุณ Kroc ใช้ทักษะการเป็นเซลล์แมนที่มีอยู่ สามารถหา partner ได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงร้านอาหารรูปแบบนี้เป็นรูปแบบใหม่ที่ปฏิวัติวงการร้านอาหารในสมัยนั้น สุดท้ายคุณ Kroc ก็ขยายสาขาไปได้ทั่วอเมริกา

ร้านอาหารร้านนี้มีชื่อว่า แมคโดนัลด์ และสองพี่น้องนี้ชื่อว่า Richard และ Maurice McDonald

มาถึงตอนนี้คุณ Kroc ดูเหมือนมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าเจ้าของดั้งเดิมเองเสียแล้ว เพราะเจ้าของมีร้านอาหารร้านแรกร้านเดียว แต่คุณ Kroc เป็นคนหา partner มาเปิดร้านได้ทั่วประเทศ คุณ Kroc เลยยื่นข้อเสนอซื้อชื่อแมคโดนัลด์ จากเจ้าของสองพี่น้องแมคโดนัลด์

สองพี่น้องแมคโดนัลด์ ตกลงขายแบรนด์ แมคโดนัลด์ ในราคา 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และขอส่วนแบ่งรายได้ 1.9% ของกิจการแมคโดนัลด์ทุกสาขาตลอดไป

แต่มาถึงตอนนี้คุณ Kroc มีลูกเล่นคือ เขาตอบตกลงว่าจะจ่ายเงินซื้อชื่อแมคโดนัลด์ 2.7 ล้านเหรียญ แต่ส่วนแบ่งรายได้ตลอดไปขอเป็นการตกลงแบบสัญญาลูกผู้ชาย หรือเรียกว่า Handshake โดยเขาอ้างว่าถ้าระบุเรื่องส่วนแบ่งรายได้ในสัญญาเขาจะเอาไปอธิบายกับ partner ที่จะมาลงทุนในอนาคตได้ลำบาก

สุดท้ายแล้วหลังจากวันนั้น คุณ Kroc ก็ไม่เคยได้แบ่งกำไรให้สองพี่น้อง McDonald อีกเลย เพราะ ไม่ได้มีสัญญาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และ สองพี่น้องจะฟ้องก็ฟ้องไม่ได้

ต่อมา สองพี่น้องนี้ได้เปลี่ยนชื่อร้านเดิมของเขาที่ถือว่าเป็นสาขาแรกของแมคโดนัลด์ เป็นชื่อใหม่ว่า The Big M แต่คุณ Kroc ก็มีความกวนไม่น้อย มาเปิดร้านแมคโดนัลด์ อยู่ตรงข้ามกับร้าน The Big M และ ร้าน The Big M ก็ปิดตัวลงหลังจากนั้นไม่กี่ปี

หลังจากนั้นคุณ Kroc ก็เอาร้านอาหารร้านนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คในปี 1966 ปัจจุบันร้านอาหารร้านนี้เป็นใน 1 ใน 30 บริษัทที่อยู่ในดัชนีดาวโจนส์ ของอเมริกา

ในปีล่าสุด รายได้ของบริษัทแมคโดนัลด์มีมากถึง 24,622 ล้านเหรียญสหรัฐ และแมคโดนัลด์ถือเป็นเชนร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ มีมูลค่าบริษัท 120,540 ล้านเหรียญสหรัฐ

ย้อนกลับไปราคาที่คุณ Kroc ซื้อกิจการต่อมาจากสองพี่น้องแมคโดนัลด์ในวันนั้นที่ 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ..



Leave a Reply

83 Comments on "ร้านอาหาร ที่ใหญ่สุดในโลก"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ขอบคุณครับ

การมีทักษะ Sales Skill นี่ ทำได้ทุกอย่างเจงๆๆ

จริยธรรม vs. ผลประโยชน์

แต่ก็ไม่ลูกผู้ชายละนะ ทำไงได้ เงินไม่เข้าใครออกใคร

ขอบคุณครับ

ไม่อยากกิน mc เลย -“-

Ray Kroc ขายเครื่องทำ Milkshake ครับ ผมชอบมาก ได้อ่านประวัติแล้ว มาดูหนังจะรู้ว่าการแก้ไขปัญหาธุรกิจแต่ละอย่างๆมีชั้นเชิงจริงๆ (ได้ strategy ใหม่ๆจากทนายความคนนึงเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงจุดสำคัญเลยครับ) ลองหาดูครับหนังเข้าบ้านเราต้นปี เสียดายที่คนไปดูน้อยไปหน่อย

https://youtu.be/UU9ngPRQXuY

จริงๆแล้ว ผมพึ่งได้ดูเรื่องนี้บนเครื่องบินตอนมาอเมริกา เลยหยิบมาเขียนครับ 🙂 ขอบคุณครับ

เสียดายที่คนดูในโรงน้อยครับ ผมนี่รีบไปดูสัปดาห์แรกๆเลย
นั่งสบายมากครับ ไม่มีคนรอบข้างเลย 555

ผมก็อยากดู แต่โรงน้อยมาก

Contracts are like hearts, they are meant to be broken.
เจ๊บจี๊ดเลย ตอนดู

ไม่มีชับไทยหรอครับ

เสียดายตอนนั่งเครื่องการบินไทยไปออสเตรเลียไม่ได้ดุ งั้นเดี๋ยวไปหาดุก่อนครับ ขอบคุณแอดมินที่แชร์ครับ

ทำไงจะได้ดู

เปลี่ยนชื่อ แล้วน่ะ รอแผ่นออกครับ 555

เราตั้งใจไปดูเลยเรื่องนี้ คุณ Ray Kroc โหดดดด

ก่อนตาย Mr.Kroc …คงจะรู้สึกผิดมาก เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว เงินมากมาย ก็เอาไปไม่ได้แต่พอดีตอนนั้น หน้ามืด เพราะผลประโยชน์

นี่แหละคือการลงทุนแบบตะวันตก ตัวอักษรสำคัญกว่าสัญญาใจ แต่มันก็เป็นธุระกิจมีกำไร มีขาดทุน ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหู้น ไม่ต้องรับผิดชอบต่อเจ้าของเดิม

สองพี่น้อง disrupt ธุรกิจร้านอาหาร แต่ไม่มีวิศัยทัศน์

Ray Kroc เห็น potential ของธุรกิจและพยายามจะขยาย

แต่สองพี่น้อง ไม่ค่อยเห็นด้วยกับไอเดีย แถมบางครั้งยังจงใจขัดขวางการดำเนินงานของ Ray Kroc

Ray Kroc รู้ว่าจุดเด่นของธุรกิจนี้นอกจากวิธีการดำเนินงานแล้ว คือชื่อ Macdonald

ผมว่าเราอ่านแค่นี้ มันง่ายที่เราจะตัดสิน Ray Kroc

แต่ถ้าเราอยู่ในจุดนั้นแล้ว สำหรับ Ray Kroc เค้ารู้สึกว่า Macdonald Empire แท้จริงแล้วเค้าเป็นคนสร้างมากับมือ

สองพี่น้องคนนั้นเป็นเพียงเจ้าของชื่อแบรนด์เพียงเท่านั้น

ปราศจาก Ray Kroc Macdonald ก็คงเป็นได้แค่เชนร้านอาหารเล็กๆ ในเมืองนั้น

และในอีกไม่นานก็จะเจอคนอื่นที่ทำธุรกิจได้ดีกว่าแซงหน้าไป

สองพี่น้องเป็นเจ้าของไอเดียก็จริง แต่ไอเดียที่ดีแต่ปราศจาก execution ที่ดี ก็เป็นได้แค่ไอเดีย

2.7m ตอนนั้น จะเท่ากับประมาณ 22m ณ ปัจจุบันนี้

สองพี่น้องนั้นได้ 2.7 ล้านไปถือว่าเยอะๆมากๆ คือถ้าขายกันเองสองสามสาขา กี่ชาติว่าจะได้เท่านี้ก็ไม่รู้

อีกมุมมองที่ดีมากครับ

ผมถือว่า ray kroc เขาก็ได้ส่วนที่เขาสมควรจะได้นะครับ เขาสร้างมาขนาดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันคือการ deal อยุ่แล้ว

เห็นด้วยมากๆครับ

เห็นด้วยค่ะ

จะอย่างไรก็ตาม ถ้าอิงภายใต้บริบทของบทความนี้สัจจะก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ ต่อให้คุณจะสร้างยิ่งใหญ่แค่ไหน หรือเจ้าของดั่งเดิมจะขัดแย้งอย่างไรก็ตาม คุณก็ต้องรับผิดชอบคำพูดนั้นๆ ไม่ผิดกฏหมายแต่ผิดจริยธรรม โดยส่วนตัวที่ไม่อิงข้อมูลทางเศรษฐกิจผมเชื่อว่าร้านแม็คโดนัลด์ก็คงอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ แต่จะให้เติบโตด้านรายได้ต่อไปคงจะลำบาก และโดยส่วนตัวก็เข้าร้านประเภทนี้น้อยมากอยู่แล้ว

เงินทั้งหมดของ Ray Kroc estate เอามาสนับสนุน NPR ( national public radio) ซึ่งมีประโยชน์กับสาธารณะมาก

ที่มาเริ่มทำเงินจริงๆ นั้นเพราะได้ที่ปรึกษาดี เขาแนะนำให้ลงทุนกับที่ดิน ซื้อที่แล้วขายที่ให้กับเฟรนไชส์ที่จะมาทำร้าน กำไรดีกว่าขายเบอร์เกอร์และตัวเฟรนไชส์เอง

เลว ขี้ขโมย

เงินทองดุจดั่ง หมู่แมลงภมรผีเสื้อ บินร่อนแวววาว สุกสกาวดุจดาวบนท้องฟ้า ผู้มีปัญญาดีย่อมหาความรู้ หาวิธี ทำเครื่องมือดักจับเอามาเป็นเจ้าของ สมใจหมาย…

So far away ซ้ำ2 ครั้ง

เก่งแต่เลว

ขอไปศึกษาเรื่องราวให้ชัดเจน ถ้าเป็นจริง ผมก็จะหยุดกิน Mc ทันทีครับ สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรสำคัญมาก แต่สัญญาปากเปล่าสำคัญยิ่งกว่า ต้องรักษาให้ได้ คำพูดเป็นนาย ถ้ารักษา “สัจจะ” ที่ให้ไว้ไม่ได้ ก็เป็นคนที่ไม่น่านับถือ

เข้าทำนอง “เก่งแต่เลว”

ผมเองก็รู้สึกขัดใจกับความไม่ซื่อตรงของ Ray kroc แต่ในทางตรงกันข้าม Ray kroc กับสอนให้เราเข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจว่าต้องทำสัญญาเท่านั้นการพูดปากป่าวไม่มีประโยชน์

เน้นเรื่องธุรกิจ
มากกว่าคุณธรรมจริยธรรม
“ธุรกิจคือธุรกิจ”

เลิกกินนานแล้วครับ สั้นๆ “ไม่สมราคา” ครับ

ใช่ๆ สมคไทยอย่างห่วย สู้ kfc ไม่ได้เลยในไทย

ใช่ครับ เป็นนักธุรกิจที่เก่ง แต่สัจจะไม่มี ก็เท่านั้น ถือว่าเป็นคนไม่มีศัักดิ์ศรี

สัญญาไม่เป็นสัญญา มันคงใช้พูดถึงกรณีนี้ และมันช่วยผมตัดสินใจ ที่จะไม่ใช้บริการร้านแมคโนดัลอีก เช่นเดียวกับที่ไม่กินชาเขียว brand อิชิตัน

นี่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในเอเชีย เช่นประเทศจีน สัญญาลูกผู้ชายจะถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

ดูหนังจบ บอยคอตแมคเลยค่ะ

เขี้ยวลากดินจริงๆ เฮีย Kroc !

ลูกเกด ดารัณ เฮิร์บทูยูAon Phattarada

Key point คือ mcdonald มี อสังหาเป็นสินทรัพย์ของตัวเองใช่มั่ยครับ หุ้นถึงพุ่งเอาขนาดนี้

Watchara Srima