อินเตอร์เน็ต จากอวกาศ

อินเตอร์เน็ต จากอวกาศ

เร็วๆนี้ ผมได้อ่านบทวิจัยเรื่อง “Mobile Internet from the Heavens” เขียนโดย Farooq Khan ซึ่งเขาเขียนถึงความเป็นไปได้ที่มือถือในอนาคตจะใช้อินเตอร์เน็ตที่มาจากอวกาศ หรือ “Space Internet”

จากการคาดการณ์ในปี 2028 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตจากมือถือทั่วโลกจะมากกว่า 1 Zetabyte ต่อเดือน ถ้าคิดว่าทั่วโลกมีประชากรที่ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตที่ 5,000 ล้านคน จะคิดเป็นจำนวนต่อคนได้ประมาณ 200 Gigabytes ต่อเดือน โดยเฉลี่ยแล้วปัจจุบันเราน่าจะใช้ข้อมูลจากมือถือไม่เกิน 10 Gigabytes ต่อเดือน

แล้วจะทำอย่างไรให้ระบบเครือข่ายมือถือรองรับการรับส่งข้อมูลที่จะเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าในอนาคต?

ตอนนี้มีอยู่ 2 ทางเลือกคือ
1) ใช้เทคโนโลยีปัจจุบันโดยขยายสถานีฐานให้มากขึ้น
2) ใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ที่ต้นทุนต่ำกว่าการขยายสถานีฐานแบบเดิม

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่ใช้คลื่นความถี่ต่ำกว่า 3GHz ถ้าจะให้รองรับการใช้ข้อมูลได้มากขึ้นจะต้องติดตั้งสถานีฐานที่มากขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าพื้นที่ติดตั้งมีไม่เพียงพอ และมีต้นทุนที่สูง

คุณ Farooq บอกว่า ถ้าเราอยากให้รับส่งข้อมูลได้มากขึ้น 100 เท่า เราก็จะต้องติดสถานีฐานให้มากขึ้นตามกันเป็น 100 เท่าด้วยเช่นกัน ดังนั้นสถานีฐานจึงอาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับความต้องการรับส่งข้อมูลที่มากขึ้นในอนาคต

เพื่อแก้ปัญหานี้ คุณ Farooq จึงเสนอให้ใช้ความถี่ในอีกย่านหนึ่งที่เป็นความถี่สูง หรือเรียกว่า “Millimeter Waves” ซึ่งอยู่เหนือกว่า 100 GHz ขึ้นไป คลื่นความถี่ย่านนี้จะเบากว่า และมี bandwidths ที่กว้างกว่า

ส่วนความเร็วก็จะมากขึ้นตามด้วยเช่นกัน ถ้าให้เทียบความเร็วที่ 3G อยู่ที่ 10 Gb/S แต่สำหรับ 5G ที่จะมีในปี 2020 จะอยู่ที่ 1,000 Gb/s หรือเร็วขึ้น 100 เท่า

เทคโนโลยีดังกล่าวเรียกว่า “Space Internet” หรือ อินเตอร์เน็ตจากอวกาศ โดยตัวพาหะในการกระจายสัญญาณ จะมาจากวัตถุที่บินอยู่ในที่สูง เช่น เครื่องบินไร้คนขับ หรือ ดาวเทียม

ถ้าเราส่งดาวเทียมต้นทุนต่ำดวงเล็กๆขึ้นไปบนวงโคจรชั้นต่ำ Low-Earth Orbit (LEO) ทั้งหมด 4,600 ดวง จะให้ประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการรับส่งข้อมูลปริมาณ 200 GB ต่อเดือน สำหรับ ประชากร 5,000 ล้านคน

เราอาจมองว่าดาวเทียมเป็นสิ่งที่มีต้นทุนสูง แต่ดาวเทียมแบบนี้จะต่างจากดาวเทียมสื่อสารแบบเดิมเพราะมีขนาดเล็กเท่ารถหนึ่งคันเท่านั้น

เทคโนโลยี Space Internet ยังตอบโจทย์สำหรับคนที่อยู่ในที่ห่างไกลที่ไม่คุ้มต่อการลงทุนขยายสถานีฐาน ข้อมูลที่น่าสนใจคือ มีประชากรมากถึง 2 ใน 3 ของโลกที่ยังไม่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน

คนที่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วที่สุดคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Facebook เพราะรายได้ของ Facebook ขึ้นกับจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ปัจจุบันมีผู้ใช้ Facebook อยู่ 2,000 ล้านคน และน่าจะใกล้อิ่มตัวแล้ว

หมายความว่าสิ่งที่ Facebook ต้องทำคือไม่ใช่ให้ทุกคนทดลองใช้ Facebook แต่เป็น “ทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ต”

ดังนั้น Facebook จึงได้เริ่มโครงการส่งเครื่องบินไร้คนขับเพื่อกระจายสัญญาณเป็นครั้งแรกในปีนี้

อย่างไรก็ตาม มีอีกคนหนึ่งมองเห็นโอกาสนี้ และกำลังมีโครงการส่งดาวเทียมขึ้นไปบนอวกาศเพื่อให้สัญญาอินเตอร์เน็ตกับคนทั่วโลก

แล้วคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคนนั้นคือ Elon Musk (อีกแล้ว)

บริษัท SpaceX ของ Elon Musk มีโครงการที่จะส่งดาวเทียม 4,425 ดวงขึ้นไปบนอวกาศเพื่อให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตกับคนทั่วโลก โดยที่ SpaceX ได้เปรียบจากเทคโนโลยีการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้ต้นทุนการส่งดาวเทียมไปในอวกาศมีค่าใช้จ่ายลดลงจากการส่งด้วยจรวดแบบเดิมหลายเท่า

ตอนนี้ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่กลางทะเลในอ่าว Alaska ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ทดลองใช้อินเตอร์เน็ตจากดาวเทียมในการส่งบทความนี้ขึ้น Facebook ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้ ก็หมายความว่าเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตจากดาวเทียมนี้ใช้ได้จริง ไม่ใช่เป็นเรื่องเพ้อฝัน

คำถามสำคัญต่อไปจะอยู่ที่ ต้นทุนของการใช้ดาวเทียมขนาดเล็ก 4,000 กว่าดวงนี้ จะมีต้นทุนถูกกว่าการขยายสถานีฐานแบบเดิม จริงหรือไม่?

ถ้าจริงก็แปลว่า ยุคอินเตอร์เน็ตจากอวกาศกำลังเริ่มขึ้นแล้ว..

อ่านบทวิจัยนี้ได้ที่ https://arxiv.org/abs/1508.02383



Leave a Reply

29 Comments on "อินเตอร์เน็ต จากอวกาศ"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

งี้ก้อมีแฟนเป็นมานุดต่างดาวได้แล้วอะดิ

แสดงว่า ต่อไปผู้ให้บริการอาจเปรี่ยนมือหรือล้มหายตายจากรึครับ

แบบนี้จะเก็บค่าสัมปทานคลื่นความถี่ได้มั้ยครับ

เกาะ เด่วมาอ่าน

เมื่อสมัยหลายปีก่อนบ้านเราก็เคยมีนะ ผมเคยใช้ด้วย แต่ข้อเสียคือความเสถียรต่ำไปหน่อย เล่นเกมนี้ไม่ได้เลย ของ TOT IPSTAR มั้งถ้าจำไม่ผิด
ที่ต้องติดเพราะตอนนั้น ADSL เข้าไม่ถึง

Ipstar น่าจะของไทยคมครับ

Ake Patpisit Anantapreecha ผมไม่แน่ใจอะ เรียกแต่ ip star

iPSTAR ดาวเทียมของไทยคม
ให้บริการอินเตอร์เน็ตโดย TOT ครับ

TOTอีกแล้วครับท่าน

ยังงี้ เงินทั่วโลกไม่ไหลรวมไปเมกาหมดหรอ @.@??? แล้วคนในประเทศอื่น สามารถผลิตดาวเทียมแบบนี้ใช้ได้ไมอะนิ

Google ก็ลงมาเล่นตรงนี้เหมือนกัน

เอิ่ม…นอกเรื่องหน่อยได้ไหมครับ ลงทุนแมนไปทำอะไรที่นั่นเหรอครับ

555:ผมก็อยากรู้

ไปทดลองใช้ เฟสบุ๊ค ผ่านอินเตอร์เน็ตจากดาวเทียม.. คะ.. (อิอิแซวๆ คะ)

มาเที่ยวครับ

จะมีรัฐบาลประเทศไหนยอมไหมเนี่ย

ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมในบ้านตัวเองตายแน่ๆ

ตกลงแอดไปอลาสก้าหรอครับ

แล้วบริษัทที่รับสัมปทานในแต่ละประเทศจะยอมเหรอครับ เพราะถ้าไม่ให้ใช้ถูกๆ หรือฟรี คนก็เล่นได้จำนวนมากกว่าเดิมไม่มาก

การลงทุนให้อินเตอร์ที่มีพื้นบริการทั่วโลกลักษณะนี้ หากต้องการความคุ้มค่า อีกธุรกิจที่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันคือการให้มนุษย์สามารถไปตั้งอณานิคมในมหาสมุทธให้ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นความคุ้มค่าจะลดลงเท่ากับพื้นผิวโลกเมื่อเปรียบเทียบกับมหาสมุทธ อีกประการ หากมนุษย์สามารถไปใช้ชีวิตในพื้นที่ที่ไม่มีอากาศและมีความกดดันสูงอย่างในน้ำ การที่มนุษย์จะวิวัฒนการอีกขั้นไปอยู่ในอวกาศจะง่ายกว่าเพราะมีประสบการณ์สั่งสมใหมหาสมุทธมากพอแล้ว ธุรกิจของ Elon Musk พูดกันตามตรงแล้วเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นเสนาบดีของซิลิกอนวัลเลย์เท่านั้นไม่อาจเรียกได้ว่าถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นจักรพรรดิผู้ที่ขับเคลื่อนให้โลกก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้อย่าง บิลเกต สตีป จ็อบ และ มาร์ค ซัคเบิร์ค
—————————————–
ดังนั้นระดับ เครื่องร่อนเหนือชั้นเมฆจะมีความคุ้มค่ามากกว่า และบริหารเรื่องการจัการและการซ่อมบำรุงได้ง่ายกว่า รอสักศตวรรษที่ 30 มนุษย์ค่อยไปอยู่ในอวกาศก็ยังไม่สาย

Dalavanh Thammavong

ปัญหาคือเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมนี่ยังไงก็น่าจะ delay เยอะคงไม่เหมาะกับ app real time และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกมเพราะอาจโดนยิง headshot ก่อนจะได้เห็นคนยิง ถ้าเอามาเล่นทั่วไปก็คงโอเค อีกเรื่องคือส่งดาวเทียมขึ้นไปเยอะแยะแต่ไม่เคยเก็บกวาดก็อาจทำให้ขยะล้นอวกาศบังสัญญาณกันเอง เผลอๆไปชนเข้ากับดาวเทียมอันอื่นๆอีก เค้าน่าจะเสนอโครงการทำความสะอาดอวกาศบ้างนะ และก็เช่นเคยครับ เขียนบทความได้ดีครับ ขอบคุณมาก

Elon Musk อีกแล้วหรออออออออ

ต้องลงทุนครั้งใหญ่เลย

Noi Innovation

” คลื่นความถี่ย่านนี้จะเบากว่า”

เบากว่าในที่นี้หมายถึงความยาวคลื่นสั้นกว่า และความถึ่ที่สูงกว่าใช่หรือไม่ครับ

มันส่งได้ไกลขึ้น เหมือน AM ส่งได้ไกลกว่า FM
แต่ว่า ก็ทำให้ความเข้มของสัญญานคลื่นลดลงด้วย ดังนั้น noise เยอะ (data error rate สูง)
ที่สำคัญ เมื่อ umbrella ครบคลุมสัญญานกว้าง ทำให้คลื่นความถี่ช่วงนั้น ใช้ได้แค่”คนเดียว”
ไม่เหมือนสมัย 2G ที่โครงข่ายเป็นรังผึ้งครอบคลุมพื้นที่เล็กกว่า ดังนั้นคลื่นความถี่ ก็เลยสามารถ เอาไปใช้ที่พื้นที่อื่นได้อีก

ดีครับ…นักเดินเรือแบบผมจะได้ใช้เน็ตได้สะดวกขึ้น…ไม่ต้องรอใกล้ฝั่ง

ได้อ่านข้อความนี้แล้วค่ะจากขอนแก่น