Tesla สร้าง Gigafactory ในจีน

Tesla สร้าง Gigafactory ในจีน

Tesla สร้าง Gigafactory ในจีน / โดย ลงทุนแมน

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวใหญ่
Elon Musk CEO ของบริษัท Tesla
ประกาศที่จะสร้าง Gigafactory ในประเทศจีน
ทั้งๆ ที่เดิมมีอยู่แล้วทั้งหมด 2 แห่ง
Gigafactory คืออะไร
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตรถไฟฟ้าขนาดไหน

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

บริษัท Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

ประกาศที่จะสร้างโรงงานแบตเตอรี่ Gigafactory แห่งที่ 3 เพื่อที่จะเข้ามาบุกตลาดรถไฟฟ้าในประเทศจีน

หลังจากที่เห็นว่า อัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ซึ่งจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 2 ปีก่อนจะเริ่มผลิตรถยนต์ได้

แต่ก็น่าสนใจว่า เดิม Tesla มี Gigafactory หรือโรงงานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว

ทำไมถึงต้องไปลงทุนตั้งโรงงานในประเทศจีน ทำไมไม่ใช้การนำเข้าแบตเตอรี่จากโรงงานเดิม?

ก่อนที่เราจะไปพูดกันถึงแบตเตอรี่ เราคงจะต้องมาทำความรู้จักรถยนต์ไฟฟ้ากันก่อน

ในอดีตเครื่องยนต์ของรถน้ำมันมีประมาณ 200 ชิ้นส่วน แต่สำหรับรถไฟฟ้าแล้วมีเพียง 10 ชิ้นส่วน

เมื่อมีชิ้นส่วนน้อยชิ้นทำให้กระโปรงหน้ารถมีที่ว่างบรรจุสัมภาระ พร้อมกับรถเบาลงจึงสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น

อัตราการเร่งของรถไฟฟ้าได้เปรียบรถที่ใช้น้ำมันเพราะไม่มีเกียร์ เมื่อชิ้นส่วนซับซ้อนน้อยลงก็ทำให้ต้นทุนการบำรุงรักษาถูกกว่า

แต่ต้นทุนของรถไฟฟ้ากลับตกไปอยู่ที่อุปกรณ์หลักซึ่งก็คือ แบตเตอรี่ นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้ว ต้นทุนค่าแบตเตอรี่คิดเป็นราคาประมาณ 700,000 บาทต่อคัน

และเพื่อที่จะให้รถไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับกลางที่มีมูลค่ามหาศาลมากกว่าตลาดระดับบน

“ราคาของแบตเตอรี่” จึงจำเป็นที่จะต้องถูกลงกว่านี้

แล้ว TESLA จะทำอย่างไร?

ทุกวันนี้แบตเตอรี่ที่เราใช้กันจะเป็นชนิด ลิเธียมไอออน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในโทรศัพท์มือถือ และโน้ตบุ๊ก

สิ่งที่ TESLA แก้ไขปัญหานี้ก็คือการสร้างโรงงาน “Gigafactory” หรือโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่ใหญ่สุดในโลก

เมื่อเป็นโรงงานขนาดใหญ่ก็จะทำให้ลดต้นทุน และค่าขนส่งลงไปได้

Elon Musk เชื่อว่าการสร้างโรงงานนี้จะทำให้ราคาแบตเตอรี่ถูกลงถึง 30%

แต่การที่จะขนส่งแบตเตอรี่เหล่านี้ไปยังประเทศต่างๆ ก็อาจจะทำให้ต้นทุนที่ลดลงไปกลับต้องเพิ่มขึ้น

เพราะว่า จะมีค่าขนส่งระหว่างประเทศและภาษีนำเข้าที่ถูกเก็บเพิ่มเข้ามา

และยิ่งสถานการณ์ในตอนนี้ที่มี สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

ส่งผลให้ส่วนที่เป็นค่าภาษีมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเป็นอย่างมากในอนาคต

และนอกจากปัจจัยเหล่านี้แล้ว ระยะห่างจากวัตถุดิบก็เป็นต้นทุนที่สำคัญของการผลิตแบตเตอรี่เช่นกัน

ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงได้เห็น Gigafactory แห่งที่ 3 ในประเทศจีนนี่เองเพราะว่าจีนมีวัตถุดิบที่พร้อมกว่าประเทศอื่นๆ

แล้วบริษัทรถยนต์อื่นๆ ทำอย่างไรกันบ้าง?

ไม่ว่าจะเป็น Daimler, BMW หรือ Volkswagen ก็มีโรงงานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เป็นของตัวเองเช่นกัน

เพื่อลดต้นทุนและเตรียมพร้อมรองรับนโยบายรัฐบาลเยอรมันที่ประกาศว่ารถทุกคันที่ผลิตในเยอรมันจะต้องเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2030 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า

ซึ่งหมายความว่าต่อไป เราจะไม่ได้เห็นรถเยอรมันที่ใช้น้ำมันอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

ปัจจุบันการขนส่งคิดเป็น 45% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด

ถ้าในอนาคตรถทุกคันใช้ไฟฟ้า หมายความว่าความต้องการใช้น้ำมันจะน้อยลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง

ก็ต้องคอยติดตามกันว่า ในอนาคต รถไฟฟ้า หรือ รถใช้น้ำมัน อย่างไหนจะนิยมกว่ากัน?
———————-
Tesla มีโรงงานแบตเตอรี่ ส่วนลงทุนแมนมีบทความ ติดตามเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ แบบเรียลไทม์ได้ที่แอปพลิเคชันลงทุนแมน โหลดฟรีทั้ง iOS และ android www.blockdit.com/app
.
หนังสือลงทุนแมนให้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-4.0 หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

Reference
-https://seekingalpha.com/article/4186397-teslas-china-strategy?page=2
[8327].

Comments

comments