กรณีศึกษา Kickstarter แปลงไอเดียเป็นเงินทุน

กรณีศึกษา Kickstarter แปลงไอเดียเป็นเงินทุน

กรณีศึกษา Kickstarter แปลงไอเดียเป็นเงินทุน / โดย ลงทุนแมน

เคยหรือไม่ ที่เรามีไอเดียดีๆ แต่มีปัญหาเงินทุน
หรือเรามีเงินทุน แต่อยากสนับสนุนคนที่มีไอเดียดีๆ
Kickstarter เป็นแพลตฟอร์มที่มาตอบโจทย์ปัญหานี้
และกำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ

Kickstarter คืออะไร? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Kickstarter เป็นแพลตฟอร์มสำหรับให้คน 2 ฝั่งได้มาเจอกัน เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ

ฝั่งแรก คือ คนที่มีไอเดีย แต่ไม่มีเงินพอที่จะสร้างธุรกิจ แค่เรานำผลงานของเราไปวางอยู่บนระบบนี้ ทุกคนก็จะสามารถเห็นผลงานของเราได้

ซึ่งประเภทของผลงานที่ทาง Kickstarter ให้มาเสนอในแพลตฟอร์มนี้จะเป็นพวก ภาพยนตร์ ดนตรี เกม การ์ตูน เทคโนโลยี อาหาร งานฝีมือ และ ศิลปะ

และอีกฝั่งก็จะเป็น บุคคลทั่วไป ที่เห็นผลงานต่างๆ บนแพลตฟอร์มนี้ แล้วรู้สึกสนใจและอยากที่จะสนับสนุนไอเดียดีๆ เหล่านี้

Kickstarter เริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร?

แนวคิดของ Kickstarter เริ่มต้นขึ้นจาก ความคิดของ Perry Chen ที่คิดว่าทุกครั้งที่มีการแสดงทำไมผู้จัดการแสดงต้องมากังวลว่าตั๋วจะขายหมดหรือไม่

ทำไมเราไม่ลองเปิดให้คนซื้อตั๋วก่อนแล้วดูกันว่า ถ้าซื้อจำนวนมากพอ เราก็ค่อยเปิดการแสดง แต่ถ้าไม่มีคนสนใจมากพอ การแสดงนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

หลังจากนั้น Chen จึงเริ่มต้นทำเพลงของเขาเองก่อนและจัดการแสดงโดยใช้โมเดลที่เขาคิดเพื่อดูว่ามีคนสนใจการแสดงมากพอ เขาจึงจะเริ่มจัดการแสดง

ในปี 2005 Chen ก็คิดว่าอยากจะพัฒนาไอเดียนี้เป็นเว็บไซต์แต่เขาไม่มีความสามารถในการสร้างเว็บไซต์ จึงต้องหาใครสักคนมาช่วย

และ Chen ก็ได้เจอกับ Yancey Strickler ที่เข้ามาช่วยระดมความคิด และมีการหาทุนเริ่มต้นจากเพื่อนๆ เพื่อสร้างเว็บไซต์ แต่พวกเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่

Chen จึงติดต่อกับเพื่อนของเขาที่ชื่อว่า Char Adler ที่เป็นเพื่อนเก่าของเขาได้มาช่วยกันทำให้แพลตฟอร์มนี้เกิดขึ้น

แต่พวกเขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เลยทำให้ทั้งสามคนต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง

แต่ Chen และเพื่อนๆ ก็ยังไม่ยอมแพ้

ในปี 2008 พวกเขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งโดยครั้งนี้มี Andy Baio เข้ามาช่วยเขาสร้างแพลตฟอร์ม

ที่น่าสนใจคือ ทุกคนที่เข้ามาช่วยกันสร้างระบบในครั้งนี้ทำงานผ่านทาง อีเมล และ Skype เพราะพวกเขาไม่ได้มีการมารวมตัวกัน

และแล้วแพลตฟอร์มนี้ก็เกิดขึ้นจริง

วันที่ 28 เมษายน 2009 Kickstarter ได้มีการเปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรก และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จน Kickstarter ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย จนได้รางวัล เช่น

The New York Times ยกให้เป็นเว็บไซต์ที่สนับสนุนศิลปะของประชาชน (The people’s NEA)
Time ให้รางวัล สุดยอดนวัตกรรมปี 2010 (Best Innovation of 2010)

การทำงานของแพลตฟอร์ม Kickstarter มีหลักการคือ

ถ้าเราเป็นคนที่อยากได้เงินระดมทุน เราจำเป็นต้องผลิตสินค้าตัวอย่างจริงๆ มา 1 ชิ้น เพื่อให้คนอื่นได้เห็นและเข้าใจสินค้าของเรา

โดยการวางสินค้าบนแพลตฟอร์มนี้ เราสามารถกำหนดได้เองทั้งจำนวนเงินที่เราต้องการ และระยะเวลาที่จะวางในแพลตฟอร์มกี่วัน แต่คำแนะนำของ Kickstarter คือ ประมาณ 30 วันหรือน้อยกว่านั้น จะดึงดูดคนที่จะมาสนับสนุนได้มากกว่า

การระดมเงินครั้งนี้ มีเงื่อนไขอยู่ว่า ถ้ามีคนสนับสนุนตามที่ระบุไว้ ก็จะได้เงินตามที่อยากระดมทุน แต่ถ้าไม่สามารถระดมทุนได้ตามที่ต้องการ ก็จะไม่ได้เงินเลย

แล้วถ้าใครกลัวว่าไอเดียของเราจะโดนขโมยหรือไม่ ทาง Kickstarter มีมาตรการที่ชัดเจนกับการลอกไอเดีย และเขียนกฎชัดเจนว่า Kickstarter จะไม่ขายไอเดียที่อยู่ในแพลตฟอร์มให้บุคคลอื่น

คนที่อยากจะสนับสนุนไอเดียในแพลตฟอร์มนี้จะเรียกว่า Backer ซึ่งจำนวนเงินที่กำหนดให้เข้าร่วมสนับสนุนของแต่ละคนจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ดอลลาร์ ไปจนถึง 100 ดอลลาร์ก็มี (ประมาณ 33 บาท ถึง 3,300 บาท)

แล้วคนที่สนับสนุนจะได้อะไรตอบแทน?

คนที่ต้องการระดมเงินจะเป็นคนกำหนดรางวัลตอบแทน ซึ่งอาจจะเป็น สินค้านั้น หรือสิทธิพิเศษอย่างอื่น เช่น การให้สัมภาษณ์พิเศษ หรือ การ์ดขอบคุณ เป็นต้น

โดยแพลตฟอร์มนี้มีเงื่อนไขคือ คนที่ให้การสนับสนุนจะไม่สามารถรับผลตอบแทนเป็นหุ้นส่วนของสินค้าชิ้นนั้น หรือ ส่วนแบ่งรายได้จากขายสินค้าชิ้นนั้นได้

แล้วตอนนี้ Kickstarter ได้รับความนิยมแค่ไหน?

ตั้งแต่เปิดแพลตฟอร์มให้คนทั่วไปได้รู้จัก มีคนสนใจเสนอโปรเจกต์ที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้ทั้งหมด 4 แสนผลงาน

มีฝ่ายที่เป็นนักลงทุนหรือผู้สนับสนุน ทั้งหมด 15 ล้านคน

ที่ได้รับการสนับสนุนและประสบความสำเร็จทั้งหมด 146,144 โปรเจกต์ รวมเป็นเงิน 1.26 แสนล้านบาท

ถ้าถามว่ามีอะไรที่ประสบความสำเร็จจากการระดมทุนใน Kickstarter นี้

หลายคนที่ชอบเล่นบอร์ดเกม ก็คงจะรู้จัก Exploding Kitten หรือ แมวระเบิด

แมวระเบิดสำเร็จยังไง?

เกมนี้เป็นผลงานของ Elan Lee ซึ่งตอนแรกเขาตั้งใจไว้ว่าอยากได้เงินสนับสนุนเพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดไว้ 30 วัน Elan Lee ได้เงินไปทั้งหมด 8.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 291 ล้านบาท จากจำนวนผู้สนับสนุนทั้งหมด 219,382 คน

มูลค่าของเงินที่ได้สูงกว่าที่เขาคิดไว้ตอนแรกถึง 878 เท่า

เงินจำนวนนี้ดูเหมือนว่ามาก แต่ถ้าคิดแล้วคนที่สนับสนุนจะจ่ายเงินเฉลี่ยคนละ 1,326 บาทเท่านั้น

นี่เป็นตัวอย่างของการระดมทุนโดยใช้เงินจากผู้สนับสนุนไม่มาก แต่เมื่อนำมารวมกันก็เป็นเงินก้อนที่ใหญ่พอที่ทำให้ไอเดียเป็นความจริงได้

แล้วตัวแพลตฟอร์ม Kickstarter เองได้อะไร?

ทุกๆ โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จจากการได้เงินสนับสนุน Kickstarter จะเก็บ 5% ของเงินสนับสนุนนั้น ถ้าให้คิดแบบคร่าวๆ Kickstarter เองก็น่าจะได้เงินไปแล้วประมาณ 6.3 พันล้านบาท

Kickstarter เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เข้ากับปัจจุบัน

เรื่องการระดมทุนที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องการเงินที่แต่เดิมจะทำได้ก็ต้องพึ่งธนาคารหรือตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีช่องทางใหม่

ถ้าเรามีไอเดียอะไรดีๆ แต่ไม่มีเงินทุน อย่าเก็บไว้คนเดียว ลองมาศึกษา Kickstarter

ถ้ามีคนสนับสนุนโปรเจกต์ของเรามากพอ ไอเดียเราอาจจะกลายเป็นจริงเหมือนแมวระเบิดก็เป็นได้..
———————-
เสนอไอเดียที่ Kickstarter แล้ว แชร์ไอเดียต่อได้ที่แอปพลิเคชันลงทุนแมน โหลดฟรีทั้ง iOS และ android www.blockdit.com/app
.
หนังสือลงทุนแมนให้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-4.0 หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

Reference
-https://www.kickstarter.com/about?ref=global-footer#the-full-story
-https://www.facebook.com/sheapgamer/photos/a.194547844659883.1073741828.194524047995596/223410845106916/?type=3&comment_id=223929215055079&notif_id=1529327072815018&notif_t=comment_mention
-https://help.kickstarter.com/hc/en-us/articles/115005066393-How-do-I-pledge-
[8056].

Comments

comments