Lamborghini รถสปอร์ตจากความฝันชาวนา

Lamborghini รถสปอร์ตจากความฝันชาวนา

Lamborghini รถสปอร์ตจากความฝันชาวนา / โดย ลงทุนแมน

อย่าให้โชคชะตา และเสียงของคนภายนอกมาบั่นทอนชีวิตเรา
แต่จงใช้มันเป็นบันไดในการก้าวไปข้างหน้า

“คุณเป็นแค่คนผลิตรถไถนา คุณไม่น่าจะมีคุณสมบัติมากพอที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ รถแข่งของผมนะ”

ประโยคนี้เป็นประโยคที่ เอนโซ เฟอร์รารี่ ตอบกลับลูกค้าของเขาคนหนึ่งที่ขับ Ferrari GT250 ไปซ่อมคลัตช์ที่โรงงานของเขา

..ประโยคดูถูกสั้นๆ นี้เองเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์รถยนต์ Lamborghini ที่กลายมาเป็นคู่แข่งตลอดกาลของ Ferrari ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เฟอร์รุชโช ลัมโบร์กีนี (Ferruccio Lamborngini) เกิดในครอบครัวตระกูลชาวนา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี

ลูกชาวนาคนนี้ไม่ได้วาดรูปภูเขา ท้องฟ้าและก้อนเมฆในกระดาษเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่รูปในจินตนาการของเขา คือ “รูปตัวเองขับรถยนต์สุดล้ำที่มีนวัตกรรมชั้นยอด”

ความฝันของลูกชาวนาก็เริ่มต้นขึ้น..

ลัมโบร์กีนีเริ่มดัดแปลงเครื่องจักรไถนาของที่บ้าน ศึกษาและทำความเข้าใจกลไกต่างๆ ด้วยตนเอง

เมื่อพ่อของเขาสัมผัสได้ถึงพรสวรรค์ในตัวลูกชาย พ่อของลัมโบร์กีนีจึงตัดสินใจส่งลูกชาย เข้าสู่วิทยาลัย อุตสาหกรรม เพื่อเล่าเรียนในวิศวกรรมศาสตร์จักรกล

หลังจากจบการศึกษา ลัมโบร์กีนีต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

เขาทำงานในกองทัพอากาศที่ตั้งอยู่บนเกาะ Rhodes รับหน้าที่เป็นผู้ซ่อมแซมยานยนต์, เครื่องจักร และอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ

แต่ฝ่ายอิตาลีแพ้สงคราม..
เขาจึงถูกจองจำเป็นนักโทษอยู่บนเกาะ ในฐานะผู้แพ้สงครามอยู่แรมปี ก่อนจะถูกปล่อยตัว

และแล้วความฝันวัยเด็กของเขาก็กลับมา..

เขาเริ่มดัดแปลงรถบ้านยี่ห้อ Fiat โดยออกแบบเครื่องยนต์ และอัปเกรดตัวถังเป็น 750cc เพื่อการแข่งขันในรายการ Mille Miglia

Mille Miglia คืออะไร?

Mille Miglia อ่านว่า มิลเล มิญลิยา เป็นรายการแข่งรถที่ใช้ความเร็วสูงผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ตามชาน เมืองในประเทศอิตาลี คล้ายๆ กับการวิ่งมาราธอนแต่ใช้รถแข่งแทน มีระยะทางทั้งสิ้น 1,000 ไมล์

ลัมโบร์กีนีลงแข่งขันรายการนี้ด้วยรถ Fiat ของเขา แต่เขาพลาดท่าเสียหลักพุ่งเข้าไปชนร้านอาหาร

..เรื่องนี้จึงเป็นการปิดฉากการแข่งรถของเขาไปตลอดกาล..

แม้ว่าจะสูญเสียความมั่นใจ แต่ลัมโบร์กีนีก็ลุกขึ้นมาทำธุรกิจอีกครั้งโดยเขาให้ความสนใจใน รถแทรกเตอร์เพราะเขาเล็งเห็นว่าสภาวะหลังสงครามโลกต้องมีการฟื้นฟู ด้านอุตสาหกรรมเกษตร

สมัยนั้นราคาน้ำมันเบนซินมีราคาแพงมาก เขาจึงคิดค้นและพัฒนารถแทรกเตอร์ ให้สตาร์ทด้วยน้ำมันเบนซิน แต่ปฏิบัติการด้วยน้ำมันดีเซล ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก

จากการมองเห็นปัญหาของตลาดอุตสาหกรรมในยุคนั้นได้อย่างรวดเร็ว บริษัท Lamborghini Trattori ของเขากลายมาเป็นบริษัทผู้ผลิตรถแทรกเตอร์ที่มีนวัตกรรม อยู่ในระดับแนวหน้า ของประเทศอิตาลี

ลัมโบร์กีนีต่อยอดธุรกิจของเขาโดยบุกตลาดเครื่องปรับอากาศ และเขาก็ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีอีกครั้ง

สองเรื่องนี้ส่งผลให้ลัมโบร์กีนีเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น

แต่แล้วความฝันวัยเด็กของเขาก็กลับมาเคาะประตูหาเขาอีกครั้ง..

จากตอนเด็กที่ต้องมาดัดแปลงรถไถนาของที่บ้าน จนตอนนี้เขากลายเป็นเศรษฐีในอิตาลี

ลัมโบร์กีนีจึงย้อนกลับไปที่รถสปอร์ตที่เขาใฝ่ฝัน และตามหารถที่ใช่ที่สุดสำหรับเขา

ลัมโบร์กีนีเลือกของเล่นของตนเองตั้งแต่ Mercedes-Benz 300SL, Jaguar E-Type, Maserati 3500 GTs และมาหยุดอยู่ที่ Ferrari 250GT

สมัยนั้น Ferrari ให้ความสำคัญและทุ่มเทกับรถในสนามแข่งมากจนไม่ใส่ใจรถผลิตขายทั่วไป ตามท้องตลาดเลย..

ลัมโบร์กีนีเจอปัญหาการใช้คลัตช์ใน Farrari เขาส่งซ่อมอยู่หลายครั้งจนทนไม่ไหว เขาจึงไปขับ GT250 ของตัวเองไปหา เอนโซ เฟอร์รารี ผู้ก่อตั้ง Ferrari ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งแนะนำวิธีการแก้ปัญหา

แทนที่ เฟอร์รารี จะรับฟังข้อเสนอแนะที่ลูกค้าชั้นยอดมาเล่าให้ฟัง เฟอร์รารีกลับตอบกลับไปว่า

“ผู้ผลิตรถแทรกเตอร์บ้านนอกแบบคุณ ไม่น่าจะมีคุณสมบัติมาวิพากษ์วิจารณ์รถแข่งของผมนะ”

พอเรื่องเป็นแบบนี้ ลัมโบร์กีนีจึงตัดสินใจทำรถสปอร์ตของตนเองขึ้นมา โดยมีคอนเซ็ปต์ คือ “รถของเขาต้องเร็วที่สุด ประสิทธิภาพเยี่ยมที่สุด และใส่ใจลูกค้ามากที่สุด”

ลัมโบร์กีนีให้ความสำคัญกับทุกๆ รายละเอียด และยกปัญหาทุกอย่างที่อยู่ในรถของ เอนโซ เฟอร์รารี มาพัฒนา ศึกษาและแก้ไขให้ดีที่สุด จนในที่สุดออกมาเป็นรถคันแรกในรุ่น Lamborngini 350GT

ที่มาของโลโก้กระทิงเหล็กนั้นมาจากการที่ ลัมโบร์กีนีเกิดในราศี พฤษภ (Taurus) และชื่นชอบการแสดงสู้วัวกระทิงระหว่างการทางเดินไป สเปน

ด้วยเหตุนี้ ชื่อรุ่นของรถ Lamborghini จึงเป็นชื่อของกระทิง ไม่ว่าจะเป็น Miura, Diablo, Aventador, Gallardo หรือแม้กระทั่ง SUV ตัวล่าสุดอย่าง Urus

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโมเดลธุรกิจของ ลัมโบร์กีนีที่เอาความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และถูกสั่งจองจนผลิตไม่ทัน

แม้ว่าท้ายที่สุด บริษัทจะเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ และปัญหาราคาน้ำมันอย่างหนักจน ท้ายที่สุดมาตกอยู่กับ Volkswagen Group แต่แบรนด์ Lamborghini ก็สามารถยืนหยัดมาได้ และเป็นแบรนด์ที่คนรู้จัก

..เรื่องนี้มีหลายอย่างซ่อนอยู่ให้เราเรียนรู้..

ลัมโบร์กีนีเกิดในครอบครัวชาวนา แต่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรตั้งแต่เด็ก

แม้ว่าเส้นทางชีวิตเขาจะเจออุปสรรคไม่ว่าจะเป็น การไปเป็นเชลยสงคราม อุบัติเหตุรถชนตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงแข่งขันรายการในฝัน

เขาไม่เคยยอมแพ้ แม้ว่าความฝันเขาจะเป็นจริงโดยการมีรถสปอร์ตสุดหรูอย่าง Ferrari มาครอบครอง แต่เขาก็สร้างแบรนด์ Lamborghini ขึ้นมาจากคำสบประมาทอย่างรุนแรง..

อย่าให้โชคชะตา และเสียงของคนภายนอกมาบั่นทอนชีวิตเรา
แต่จงใช้มันเป็นบันไดในการก้าวไปข้างหน้าเหมือนอย่าง ลัมโบร์กีนี..
———————-
<ad> นอกจากเรื่องรถดีไซน์หรูแล้ว ลองมาดูเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์หรูมีคุณภาพ
ขอแนะนำ ‘งานไม้ ที่เป็นได้มากกว่าเฟอร์นิเจอร์’
อุด-ทะ-ยาน [ut-tha-yan] เฟอร์นิเจอร์งานไม้ของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘Wood Slab Enthusiasts’ หรือ ‘ผู้ที่รักในงานไม้แผ่นเดียว’ โดยให้ความสําคัญและคุณค่าของการคงรูปทรงธรรมชาติ ผสมผสานกับการออกแบบที่ทันสมัย
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 09-242424-71 / Line ID: @utthayandesign / FB & IG: Utthayan / Website: www.utthayan.com
———————-

Reference
-https://en.wikipedia.org/wiki/Ferruccio_Lamborghini
-http://www.lambocars.com/lambonews/50_years_of_lamborghini_names_taken_from_bullfighting.html
-https://sites.google.com/site/alleverythingpiece/prawati-lamborghini
-http://hommesthailand.com/tag/mille-miglia/
[7901].

Comments

comments