SANRIO เรื่องของคิตตี้ ที่เรายังไม่เคยรู้

SANRIO เรื่องของคิตตี้ ที่เรายังไม่เคยรู้

SANRIO เรื่องของคิตตี้ ที่เรายังไม่เคยรู้ / โดย ลงทุนแมน

ตัวการ์ตูนแมวสีขาวไม่มีปากที่ชื่อว่า คิตตี้
คิตตี้อยู่ภายใต้บริษัทที่ชื่อว่า Sanrio
แล้ว Sanrio มีรายได้มากแค่ไหน
จุดเริ่มต้นของบริษัทนี้เป็นอย่างไร

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Sanrio นั้นเริ่มต้นมาจากบริษัท Yamanashi Silk ก่อตั้งโดย ชินทาโร่ ทสึจิ ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเส้นไหม

หลังจากที่ทำไปได้สักพัก เขาก็ได้ขยายจากธุรกิจเส้นไหมโดยเพิ่มธุรกิจทำรองเท้าแตะ

ฟังดูเหมือนๆ บริษัทผลิตรองเท้าแตะทั่วไป

แต่รองเท้าแตะของเขานั้นไม่เหมือนกับรองเท้าแตะทั่วๆ ไป

นั่นก็คือ รองเท้าแตะของทสึจิ จะมีการวาดลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

แรกเริ่ม ทสึจิเป็นคนวาดเองด้วยลายแจกันกับดอกไม้

ผลปรากฏว่า รองเท้าแตะของเขาขายดีแบบเทน้ำเทท่า

พอเป็นแบบนี้แล้ว เขาจึงเกิดความคิดที่จะวาดลวดลายการ์ตูนน่ารักๆ ลงบนรองเท้าบ้าง

เพราะคิดว่าน่าจะขายดีเหมือนอย่างที่เขาวาดลายแจกันกับดอกไม้ลงบนรองเท้าแน่ๆ

แต่ด้วยความสามารถของเขาเองยังไม่เพียงพอ เขาจึงไปจ้าง ยูโกะ ชิมิซุ นักวาดการ์ตูนเข้ามาดีไซน์ตัวการ์ตูนต่างๆ ลงในสินค้าของเขา

ในปี 1973 บริษัท Yamanashi Silk ถูกเปลี่ยนชื่อกลายเป็น Sanrio พร้อมกับการขยายเข้าไปในธุรกิจของขวัญ

แต่แล้วเรื่องเหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้นกับทสึจิ

ยูโกะ ได้วาดตัวการ์ตูนแมวสีขาวไม่มีปากนั่งอยู่ระหว่างขวดนม กับ โหลปลาทอง ลงบนกระเป๋าเก็บเหรียญ

แล้วเรื่องนี้ก็เป็นอย่างที่หลายๆ คนน่าจะคาดเดากันได้ แมวไม่มีปากตัวนั้นก็คือ คิตตี้ นั่นเอง

และเพื่อให้คิตตี้สื่อถึงการอวยพรได้ดียิ่งขึ้น

คำว่า “เฮลโล” จึงถูกเพิ่มเข้ามากลายเป็น เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

หลังจากที่คิตตี้เริ่มวางตลาดในปี 1974 ยอดขายของ Sanrio ก็มีการขยับตัวขึ้นพร้อมกับการขยายตัวไปยังต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือ อังกฤษ

แม้ว่าภายหลังยอดขายของ Sanrio จะมีการตกต่ำลงบ้าง แต่คิตตี้ยังเป็นตัวการ์ตูนที่ทำรายได้ให้บริษัทมากที่สุดตลอดกาล

และระหว่างทางนั้น Sanrio เองก็ได้มีการออกตัวการ์ตูนใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา

ไม่ว่าจะเป็น Little Twin Stars, My Melody, Keroppi, Tuxedo Sam, Badtz-Maru, Chococat, Cinnamoroll, Sugarbunnies, Jewelpet และ Wish Me Mell

รู้หรือไม่ ปัจจุบันนี้ กิจการของ Sanrio ไม่ได้มีแค่การขายของขวัญแบบในสมัยก่อนแล้ว

Sanrio ได้มีการขาย License ตัวการ์ตูนไปยังสินค้าต่างๆ ทั่วโลก พร้อมกับมีสวนสนุกของตัวเองอยู่ในประเทศ จีน มาเลเซีย และ ญี่ปุ่น

และมีร้านค้าปลีกเป็นของตัวเองกว่า 1,500 ร้านทั่วโลก รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับคิตตี้กว่า 50,000 รายการ

รายได้ของบริษัท Sanrio Co., Ltd.

ปี 2015 รายได้ 22,438 ล้านบาท กำไร 3,853 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 21,805 ล้านบาท กำไร 2,892 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 18,862 ล้านบาท กำไร 1,948 ล้านบาท

ปัจจุบันมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 56,000 ล้านบาท

ใครจะไปคิดว่า จากจุดเริ่มต้นธุรกิจขายเส้นไหม ได้ขยับขยายมาสู่ร้านขายของขวัญ

และตอนนี้กลายเป็นบริษัทหมื่นล้านที่มีสินค้ามากมายรวมถึงสวนสนุกเป็นของตัวเอง

เรื่องนี้คงเป็นกรณีศึกษาที่ดีว่า ตัวการ์ตูนแมวสีขาวไม่มีปากสามารถทำรายได้มหาศาล และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

Sanrio เคยออกมาแถลงว่า จริงๆ แล้ว เฮลโล คิตตี้ ไม่ใช่แมว แต่เป็นมนุษย์
เธอเป็นเด็กผู้หญิงชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ชานกรุงลอนดอน เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
เธอมีชื่อจริงว่า คิตตี้ไวท์
และเธอมีฝาแฝดด้วยชื่อ มิมมี่ไวท์ ซึ่งหน้าตาเหมือนกันแต่จะผูกโบว์สีเหลือง
และตัวเธอเองยังเลี้ยงแมวอีก โดยแมวตัวนั้นชื่อ Charmmy Kitty..
———————-
รู้จัก Hello Kitty แล้ว ติดตามบุคคลที่น่าสนใจอื่นๆ แบบเรียลไทม์ได้ที่แอปพลิเคชันลงทุนแมน โหลดฟรีทั้ง iOS และ android www.blockdit.com/app
.
รู้ยัง แอปพลิเคชัน blockdit เวอร์ชั่น 2.1 คลิกไลค์ และคอมเม้นท์ได้แล้วนะ
.
นอกจากนี้ยังมี
หนังสือลงทุนแมนให้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-4.0 หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ จากลงทุนแมน instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงทุกเย็น line.me/R/ti/p/%40longtunman
.
สุดท้ายโหลดสติกเกอร์ไลน์ ลงทุนแมน และลงทุนเกิร์ล 40 actions ได้ที่ https://line.me/S/sticker/3860154
———————-

Reference
-อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาทต่อเยน 3.32 เยน
-https://www.afr.com/lifestyle/hello-kittys-multibilliondollar-success-story-20171203-gzxp84
-https://en.wikipedia.org/wiki/Sanrio
-https://lifestyle.campus-star.com/scoop/36180.html
-http://inthirask.blogspot.com/2015/02/blog-post_8.html
[7874].

Comments

comments