ป่าไม้ ทรัพยากรที่ทำให้ ฟินแลนด์มีรายได้ส่งออกปีละ 400,000 ล้าน

ป่าไม้ ทรัพยากรที่ทำให้ ฟินแลนด์มีรายได้ส่งออกปีละ 400,000 ล้าน

ป่าไม้ ทรัพยากรที่ทำให้ ฟินแลนด์มีรายได้ส่งออกปีละ 400,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า 10% ของพื้นที่ป่าทั้งหมดในยุโรป อยู่ในประเทศเดียวนั่นคือ ฟินแลนด์
โดยประเทศนี้มีพื้นที่ป่าไม้คิดเป็น 74% ของพื้นที่ทั้งประเทศ
และทรัพยากรป่าไม้นี้เอง เป็นอีกเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยปี 2025 ที่ผ่านมา สร้างรายได้เข้าประเทศถึง 460,000 ล้านบาท
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ฟินแลนด์ เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพื้นที่ 338,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 2 ใน 3 ของประเทศไทย
ปัจจุบัน ประชากรของฟินแลนด์มีเพียง 5.7 ล้านคน แต่กลับมีมูลค่า GDP สูงถึงราว 11.1 ล้านล้านบาท
ทำให้มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ราว 1.9 ล้านบาทต่อคนต่อปี ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจหลักของประเทศขับเคลื่อนโดยเน้นภาคบริการขั้นสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการผลิต
และโดยเฉพาะอุตสาหกรรมป่าไม้..
ที่น่าสนใจคือ ฟินแลนด์ไม่ได้มองป่าไม้เป็นแค่การตัดไม้ขายแบบแปรรูปพื้นฐาน แต่พวกเขาสร้างห่วงโซ่มูลค่าแบบครบวงจร
ตั้งแต่กระดาษ แผ่นกระดาษ และผลิตภัณฑ์จากเยื่อกระดาษ ไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ ถ่านไม้ เยื่อไม้ และวัสดุเส้นใยเซลลูโลส
ในปี 2025 ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป่าไม้ สร้างรายได้จากการส่งออกให้ฟินแลนด์กว่า 460,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 17% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
โดยที่ผ่านมา ฟินแลนด์มีรายได้ส่งออกจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป่าไม้
ปี 2019 มูลค่า 459,000 ล้านบาท
ปี 2022 มูลค่า 508,000 ล้านบาท
ปี 2025 มูลค่า 460,000 ล้านบาท
ยังไม่นับรวม อุตสาหกรรมเครื่องจักรที่เกี่ยวเนื่อง จากการส่งออกเครื่องจักรกลป่าไม้ เช่น รถตัดไม้ และรถขนย้ายไม้
โดยมีผู้เล่นระดับโลกอย่าง Ponsse หรือ Nisula Forest ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรเฉพาะทาง ที่สามารถโค่น ตัดกิ่ง และตัดท่อนซุงได้อย่างแม่นยำภายในเวลาไม่กี่วินาที
ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ฟินแลนด์แทบไม่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากเหมือนในอดีต เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจริง โดยใช้คนควบคุมเครื่องจักรเพียง 2 คน แต่กลับสามารถตัดและจัดการไม้ได้ถึง 2 ต้น ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น
แน่นอนว่า ด้วยความที่เศรษฐกิจของประเทศนั้นต้องพึ่งพาทรัพยากรป่าไม้อย่างมาก ทำให้ฟินแลนด์ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการป่าไม้
การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทั้งหมด
ภายใต้แนวทางหลักคือ การผสมผสานวิถีชีวิตและค่านิยมของการรักป่าที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ เข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยี อย่างเช่น
- กฎหมายของฟินแลนด์กำหนดให้มีการปลูกต้นไม้ใหม่ทดแทนทุกครั้งที่มีการตัดไม้ เพื่อให้ป่าไม้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น เทียบเท่าหรือมากกว่าปริมาณที่ตัดในแต่ละปี
- ป่าไม้เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ มีแนวปฏิบัติชัดเจนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามและตัดสินใจอย่างถูกต้อง บนพื้นฐานของข้อมูล และสอดคล้องกับแนวทางหลัก
- ใช้การจัดการกับธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของการทำป่าไม้เชิงพาณิชย์ เช่น การสร้างแนวกันชนตามลำธารหรือแหล่งน้ำ และการปล่อยท่อนไม้ผุพังภายในป่า เพื่อรักษาสมดุลและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ
- การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการป่าไม้ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อการตรวจสอบความสมบูรณ์ของป่า
และการกำหนดนโยบายในการจัดการพื้นที่ป่าไม้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งแนวทางแบบนี้เอง ทำให้ประเทศฟินแลนด์เกิดความเชี่ยวชาญสั่งสมมาอย่างยาวนาน
ส่งผลให้ฟินแลนด์ได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองหลวงแห่งป่าไม้ของยุโรป
โดยมีเมือง Joensuu เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและวิจัยอุตสาหกรรมป่าไม้ที่สำคัญ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของ สำนักงานใหญ่ European Forest Institute (EFI) หรือสถาบันป่าไม้แห่งยุโรป
และทำให้ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีแนวปฏิบัติการจัดการทรัพยากรป่าไม้ กลายเป็นต้นแบบให้กับหลายประเทศทั่วโลกอีกด้วย..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ รู้ไหมว่า Nokia บริษัทเทคโนโลยีและโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่สัญชาติฟินแลนด์ จริง ๆ แล้วมีจุดเริ่มต้นในปี 1865 จากธุรกิจโรงงานเยื่อกระดาษ
ก่อนที่ Nokia จะค่อย ๆ ขยายขอบเขตธุรกิจและปรับตัวเข้าสู่โลกเทคโนโลยีและการสื่อสารในปี 1967
หมายความว่า Nokia ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้และกระดาษมานานกว่า 100 ปี ก่อนจะกลายมาเป็นบริษัทเทคโนโลยี..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon