ตำนาน Christian Dior

ตำนาน Christian Dior

ตำนาน Christian Dior / โดย ลงทุนแมน

Dior เป็นแบรนด์แฟชั่นที่เก่าแก่แบรนด์นึงของโลก
รู้หรือไม่ว่า Yves Saint Laurent ก็เคยทำงานที่นี่
แล้ว Christian Dior โด่งดังขนาดไหน
และกว่าเขาจะประสบความความสำเร็จได้
ชีวิตของเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Christian Dior (ภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า คริสตีย็อง ดียอร์) เกิดเมื่อปี 1905 ในครอบครัวชาวฝรั่งเศสทำอาชีพขายปุ๋ยที่มีฐานะร่ำรวย

พ่อแม่ของ ดียอร์ อยากให้เขาทำงานเป็นนักการทูต แต่ขัดกับความชอบของเขาอย่างสิ้นเชิง

เพราะสิ่งที่ดียอร์ชอบ ก็คือ ศิลปะ เขาเก็บเงินจากการขายภาพที่เขาวาดเอง จนทำให้พ่อของเขายอมซื้อแกลเลอรี เพื่อให้เขาและเพื่อนๆ ได้ขายงานศิลปะที่เขารัก

จนกระทั่งปี 1929 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (The Great Depression) ทำให้ธุรกิจของที่บ้านล้มละลาย และแกลเลอรีของเขาก็ถูกปิดตัวลงเช่นกัน

แต่ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ดียอร์ ที่เดินทางเข้าสู่สายแฟชั่นอย่างเต็มตัว เขาเริ่มจากการรับจ้างออกแบบหมวกขายให้กับ Haute Couture Houses

ซึ่งหมวกที่ ดียอร์ ออกแบบได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนทำให้ผลงานของเขาเข้าตา Robert Piguet ซึ่งเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังในขณะนั้น

Robert ได้ชวน ดียอร์ ไปทำงานเป็นนักออกแบบประจำ ตอนนั้น ดียอร์ มีอายุ 33 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้า แต่ผลงานของเขาก็มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่ชีวิตของคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ..

ดียอร์ ต้องวางมือจากการเป็นดีไซน์เนอร์ เพราะถูกเรียกไปเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 ปี พอเขาปลดประจำการก็อายุ 40 ปีเข้าไปแล้ว

แต่เขาก็ยังไม่ละทิ้งความชอบที่จะอยู่ในเส้นทางแฟชั่น

ดียอร์ ได้ทำงานเป็นผู้บริหารของบริษัท Boussac จนเขารู้สึกว่าอยากเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเอง

เลยออกมาตั้ง The House of Dior ในปี 1946 ซึ่งเป็นจุดถือกำเนิดแบรนด์ Dior อย่างเต็มตัว โดยได้การสนับสนุนด้านการเงินจาก Marcel Boussac ที่เป็นเจ้านายเก่า

หลังจากนั้น 1 ปี เขาก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก ด้วยคอลเลคชันแรกของเขา ที่มีชื่อว่า New Look

New Look คืออะไร?

New Look เป็นการออกแบบเสื้อผ้าที่มีลักษณะ เสื้อไหล่แคบ เอวคอด และกระโปรงบาน ซึ่งฉีกแนวจากแบบเดิมๆ ที่เสื้อไหล่กว้างและกระโปรงทรงตรง

และหลังจากนั้นเขาก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ นั่นก็คือ น้ำหอมที่เป็นที่รู้จักกันจนถึงปัจจุบันอย่าง Miss Dior อีกด้วย

สินค้าของเขาได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นจนทำให้ ดียอร์ กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นในสมัยนั้น จนได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME และยังเคยได้ Yves Saint Laurent (อีฟ แซ็ง โลรองต์) มาร่วมงานอีกด้วย

กระทั่งในปี 1957 โลกก็ได้สูญเสียผู้นำแฟชั่นอย่าง ดียอร์ ไปด้วยวัยเพียง 52 ปี เนื่องจากโรคหัวใจของเขากำเริบอย่างกะทันหัน

สรุปแล้ว ดียอร์ ได้เป็นเจ้าของแบรนด์ Dior ในชีวิตเขาเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้น

แต่ใครจะคิดว่าเรื่องของ Dior จะไม่ได้จบลงไปตามตัวเขา..

หลังจากที่ ดียอร์ เสียชีวิต แบรนด์ Dior เป็นอย่างไร?

ในช่วงแรกนั้น ได้ อีฟ แซ็ง โลรองต์ ที่เข้ามาช่วยบริหารด้านการออกแบบ เขาเป็นอีกหนึ่งคนที่สร้างแบรนด์ Dior ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ต่อมา อีฟ แซ็ง โลรองต์ โดนเรียกไปเป็นทหาร

มาร์ค โบฮาน ได้มาช่วยแบรนด์ Dior ให้ประสบความสำเร็จไม่ต่างจากอีฟ แซ็ง โลรองต์ คนก่อนหน้า

ต่อมาบริษัท Boussac Group ที่เป็นผู้สนับสนุนทางด้านการเงินของ Dior ล้มละลาย ทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกเปลี่ยนมือมาเป็น Willot Group’s Holdings

และโชคชะตาก็ดูเหมือนเล่นตลก Willot Group’s Holdings ก็ล้มละลายเช่นกันในเวลาต่อมา

มาถึงจุดนี้ได้มีตัวละครใหม่ที่เราอาจนึกไม่ถึงนั่นก็คือนาย Bernard Arnault ซึ่งตอนนี้เขารวยเป็นอันดับ 4 ของโลกโดยมีทรัพย์สินมากถึง 2.3 ล้านล้านบาท

นาย Bernard Arnault เป็นใคร

เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท LVMH ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Louis Vuitton (หลุยส์ วิตตอง) นั่นเอง

Bernard Arnault ได้เข้าซื้อ Willot Group ที่ถือหุ้นใหญ่ใน Dior และก็เข้ามาอยู่ในตำแหน่ง ประธานบริษัท Dior ในปี 1984

และเมื่อปี 2017 บริษัท LVMH ของ Bernard Arnault ได้เข้าซื้อหุ้น Dior เพิ่มทำให้แบรนด์นี้ได้กลายไปเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ภายใต้อาณาจักรของ LVMH

รายได้ของบริษัท Christian Dior
ปี 2015 รายได้รวม 1.31 ล้านล้านบาท กำไร 8.9 หมื่นล้านบาท
ปี 2016 รายได้รวม 1.42 ล้านล้านบาท กำไร 5.9 หมื่นล้านบาท
ปี 2017 รายได้รวม 1.64 ล้านล้านบาท กำไร 8.4 หมื่นล้านบาท

ไม่น่าเชื่อว่าจากกิจการห้องเสื้อเล็กๆ เมื่อ 72 ปีที่แล้ว มาถึงตอนนี้ห้องเสื้อนี้ได้กลายเป็นอาณาจักรแฟชั่นที่มียอดขายหลักล้านล้านบาท..

จากประวัติของ ดียอร์ ก็ทำให้รู้ว่า

การที่เรามีความฝัน จะเป็นแรงที่ผลักดันให้เราฝ่าฝันกับทุกอุปสรรค

ดียอร์ ตั้งกิจการตอนอายุ 41 ปี

แม้เขาจะเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น แต่เขาก็สามารถประสบความสำเร็จได้

ถ้าเราคิดว่า เราอายุมากแล้ว ไม่อยากเริ่มต้นใหม่

เรื่องของ ดียอร์ อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้เห็นว่า

ไม่มีคำว่าสายเกินไป สำหรับคนที่จะสร้างตำนานใหม่ให้กับโลกใบนี้..
———————-
นอกจาก Dior แล้ว ติดตามบทความแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ ได้ที่
-แอปลงทุนแมน blockdit.com
-อินสตาแกรม instagram.com/longtunman
-ทวิตเตอร์ twitter.com/longtunman
-ไลน์ line.me/R/ti/p/%40longtunman
-หนังสือลงทุนแมน 3.0 ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
———————-

Reference:
-http://www.vogue.co.uk/article/christian-dior
-https://en.wikipedia.org/wiki/Christian_Dior_SE
-https://daily.rabbit.co.th/คริสเตียน-ดิออร์
-http://www.morningstar.com/stocks/xfra/dio/quote.html
[7022].

Comments

comments