<ผู้สนับสนุน> CIMB-PRINCIPAL “กองทุนแรก” ที่ลงทุนโดยตรงในเวียดนาม

<ผู้สนับสนุน> CIMB-PRINCIPAL “กองทุนแรก” ที่ลงทุนโดยตรงในเวียดนาม

<ผู้สนับสนุน>
CIMB-PRINCIPAL “กองทุนแรก” ที่ลงทุนโดยตรงในเวียดนาม / โดย ลงทุนแมน

ถึงแม้ว่าเวียดนามในตอนนี้จะยังมี GDP น้อยกว่าไทย
แต่รู้ไหมว่า

ในช่วงเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา

เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีนประเทศเดียว..

ยิ่งในเฉพาะช่วงหลังๆ มานี้ การเติบโตของเวียดนามอาจเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และ IMF ก็ยังคาดการณ์ว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจเวียดนามจะมีอัตราการเติบโตในระดับที่สูงกว่า 6% ต่อปีอีกด้วย

เพราะ GDP ของเวียดนามโตปีละไม่ต่ำกว่า 5% ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังรวมไปถึงช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างวิกฤติ Subprime ในปี 2008 ด้วย

และถ้าเราพูดถึงเรื่อง ต้นทุนในการผลิตสินค้า เช่น ค่าแรง

รู้หรือไม่ว่า ที่เวียดนามมีค่าแรงที่ต่ำกว่าไทยและจีนอีก โดยค่าแรงเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 3,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 96,000 บาทต่อปี

ค่าแรง 96,000 บาทต่อปี คือ เดือนละ 8,000 บาท

ที่สำคัญคือ จากจำนวนประชากร 92 ล้านคน

ครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ มีอายุต่ำกว่า 30.1 ปี ซึ่งอยู่ในวัยแรงงาน

ทั้งหมดนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการบริการให้เข้ามาที่เวียดนาม

18 ปีที่แล้ว..

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ในเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 40,000 ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์ของเวียดนามเปิดทำการครั้งแรก มีหุ้นในตลาด 4-5 ตัว

ตอนนี้..

การลงทุนจากต่างประเทศในปี 2017 กลายเป็น 1.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 27 เท่า

โดยมีบริษัทใหญ่ๆ เข้าไปลงทุนกันหลักแสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ หรือไทยเบฟ ที่เรารู้จักกันดี

ตอนนี้เวียดนามมีตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเป็น 2 แห่ง คือ ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ (HOSE) และตลาดหลักทรัพย์ฮานอย (HNX) มีบริษัทจดทะเบียนรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 700 บริษัท รวมมูลค่าตลาดประมาณ 4.4 ล้านล้านบาท

เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้เวียดนามกลายเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามองของเอเชีย

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล (CIMB-PRINCIPAL) มองเห็นโอกาสในการลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโต

จึงได้จัดตั้งกองทุนขึ้นมา มีชื่อว่ากองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ CIMB-PRINCIPAL Vietnam Equity Fund (CIMB-PRINCIPAL VNEQ)
เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว

ความน่าสนใจของกองทุนนี้คือ เป็นบริษัทจัดการแรกและกองทุนเดียวในไทย ที่ลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นเวียดนาม

เพราะโดยปกติแล้ว กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ หลายๆ กองทุนจะอยู่ในรูปแบบของ Feeder Fund

พูดง่ายๆ ก็คือ ทีมผู้จัดการกองทุนจะไม่ได้บริหารกองทุนเองโดยตรง แต่จะเป็นการไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอีกที

แต่กองทุนหุ้นเวียดนาม ของ CIMB-PRINCIPAL ลงทุนแบบ Direct Investment

ซึ่งผู้จัดการกองทุนก็จะมีอิสระในการเลือกว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทไหน ในแต่ละสภาวะตลาด

ที่น่าสนใจคือ กองทุนนี้มีผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนที่เป็นคนเวียดนามเข้ามาช่วยบริหาร และผู้จัดการกองทุนจะทำงานร่วมกับทีมจัดการลงทุนระดับภูมิภาค (Regional Investment Team) ที่เชี่ยวชาญการบริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

กองทุนนี้มีนโยบายการคัดเลือกหุ้นรายตัวจากพื้นฐานของบริษัท (Bottom-up Stock Selection)

ซึ่งสไตล์การลงทุนแบบนี้เป็นจุดเด่นของ CIMB-PRINCIPAL

โดยก่อนที่จะเลือกว่าจะลงทุนในบริษัทอะไร ทีมบริหารกองทุนจะมองหาหุ้นที่มีสภาพคล่องที่เพียงพอก่อน

และนอกเหนือจากการพิจารณาตามปัจจัยพื้นฐานแล้ว ก็ต้องเข้าไปเยี่ยมชมกิจการเอง รวมถึงเข้าพูดคุยกับผู้บริหารของบริษัทด้วย (Company Visit) ซึ่งทีมจัดการลงทุน CIMB-PRINCIPAL ได้ทำการบ้านด้วยการลงสนามก่อนการจัดตั้งกองทุนล่วงหน้า 1 ปี

เมื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมแล้ว จึงค่อยมาตัดสินใจว่าจะลงทุนในบริษัทไหน

ซึ่งการที่มีคนท้องถิ่นเข้ามาช่วยบริหาร ก็จะทำให้ทีมมีความเข้าใจในตลาดอย่างแท้จริง สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพได้ โดยไม่ติดขัดเรื่องข้อจำกัดด้านภาษาและการเข้าถึงของข้อมูล เพราะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของเวียดนามยังมีอีกหลายบริษัทที่ไม่มีการให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ

ที่สำคัญคือ กองทุนแบบ Direct Investment ยังจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับกองทุนที่ลงทุนผ่าน Master Fund เพราะเราไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจัดการกองทุน 2 ต่อ

สรุปแล้ว ถึงแม้ว่าตลาดเวียดนามจะเป็น ตลาดหุ้น Frontier Market ที่มีปัจจัยผันผวนหลายอย่าง เช่น นักลงทุนรายย่อยที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น แต่ในอนาคต ตลาดหุ้นเวียดนามมีโอกาสที่จะยกระดับเข้าสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งทำให้เพิ่มสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่จะลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้น

แต่ข้อดีก็คือ ปัจจัยพื้นฐานของประเทศ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและการเงิน ฯลฯ ยังช่วยสนับสนุนการลงทุนในเวียดนาม

นอกจากนี้ หุ้นเวียดนามยังเป็นที่เข้าถึงยากของนักลงทุนต่างชาติทำให้ตลาดยังคงถูกผลักดันด้วยหุ้นขนาดใหญ่ (Large Cap) เพียงไม่กี่ตัว จนทำให้ดูเหมือนว่ามูลค่าหุ้นในตลาดเวียดนามปรับเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่ไม่น่าสนใจอีกต่อไป

แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีโอกาสอีกมากที่จะเข้าลงทุนในหุ้นขนาดกลางที่ราคายังไม่แพง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปตามเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่ CIMB-PRINCIPAL มองเห็นความน่าสนใจและโอกาสในการลงทุน

1) เวียดนามเศรษฐกิจเติบโตดี และขยายตัวต่อเนื่อง

2) ตลาดหุ้นเวียดนามโอกาสเติบโตจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติ หุ้นใหม่ IPO ทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชน การปรับจาก Frontier Market เข้าสู่ Emerging Market

3) บริหารโดยทีมจัดการกองทุนคุณภาพ CIMB-PRINCIPAL ทั้งทีมประเทศไทย และระดับภูมิภาคที่ศึกษาเชิงลึกในหุ้นเวียดนามผ่านการลงทุนโดยตรง

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ กองทุนหุ้นเวียดนาม CIMB-PRINCIPAL VNEQ จึงน่าจะเหมาะสมกับคนที่มองหาโอกาสในการลงทุนระยะยาวในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างเวียดนาม..

ทั้งนี้การลงทุนในหุ้นเวียดนามเราควรศึกษาให้เข้าใจและมีกรอบการลงทุนระยะยาวเป็นเวลา 3-5 ปี

สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถขอหนังสือชี้ชวน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด โทรศัพท์ 02 686 9595 หรือ www.cimb-principal.co.th

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การวัดผลการดำเนินงานจัดทำตามมาตรฐานAIMC/ กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินทุนเริ่มแรกได้
[6971]

Comments

comments