คนจีน ซื้อกิจการแบรนด์หรูทั่วโลก

คนจีน ซื้อกิจการแบรนด์หรูทั่วโลก

คนจีน ซื้อกิจการแบรนด์หรูทั่วโลก / โดย ลงทุนแมน
ใครจะไปคิดว่าประเทศจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องของก๊อปปี้
มาวันนี้คนจีนซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากสุดในโลก
ยิ่งไปกว่านั้น
ตอนนี้คนจีนเริ่มซื้อกิจการแบรนด์หรูทั่วโลก
ต่อไปเราจะได้เห็นนาฬิกา กระเป๋า รถยนต์ Made in Europe แต่เจ้าของคือคนจีน..

เรื่องนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

รู้หรือไม่ว่า มูลค่าอุตสาหกรรมแบรนด์หรูทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันถึง 44.87 ล้านล้านบาท

แบรนด์หรูจะครอบคลุมสินค้าใน รถยนต์ และสินค้าอุปโภคเป็นหลัก

ถ้าถามว่าประเทศอะไร ใช้สินค้าเหล่านี้มากที่สุด หลายคนคงตอบว่าประเทศในแถบยุโรป ซึ่งเป็นดินแดนของบริษัทแบรนด์หรูชั้นนำมากมาย ซึ่งเป็นคำตอบที่ “ผิด”

คำตอบที่น่าตกใจคือ ประเทศนั้นคือ ประเทศจีน..

ประเทศจีนถูกมองว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ใหญ่สุดในโลก

บริษัทชั้นนำของโลกมีฐานการผลิตที่นี่ และเรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า Made in China ตั้งแต่เด็กๆจนถึงปัจจุบัน

แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะดูเป็นสิ่งที่เป็นจุดแข็งของประเทศจีนที่ปัจจุบันตัวเลข GDP ของประเทศ
พุ่งไปกว่า 391 ล้านล้านบาท แต่ในทางกลับกันมันก็มีจุดอ่อนบางอย่างซ่อนอยู่..

คำว่า Made in China กลับถูกมองว่าเป็นของที่เทียบกับ Made in อื่นๆ ไม่ได้เลย แม้ว่าที่จริงคุณภาพอาจจะไม่ได้ต่างกัน

พอเรื่องเป็นแบบนี้ คนจีนจึงมองหาอะไรก็ตามที่สามารถเพิ่มระดับฐานะทางสังคมขึ้นมา

แบรนด์หรูจากประเทศทางตะวันตกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานจึงกลายมาเป็นตัวเลือกแรกของคนจีน

คนจีน 7.6 ล้านคนหรือเท่ากับประชากรกรุงเทพ ซื้อของแบรนด์เนมเฉลี่ยคนละ 354,000 บาทต่อปี
คิดคร่าวๆ เป็นมูลค่ารวม 2.7 ล้านล้านบาทต่อปี..

โดยปัจจุบันคนจีนเดินทางออกนอกประเทศทั้งเพื่อทำธุรกิจ การศึกษาและการท่องเที่ยว

แล้วคนจีนนิยมใช้แบรนด์อะไรมากที่สุด?

คงต้องแยกเป็นเรื่อง

ถ้าเป็นนาฬิกา

คนจีนนิยมซื้อนาฬิกา Rolex มากที่สุด ตามมาด้วย Omega

ส่วนทางด้านแฟชั่น คนจีนชอบ Louis Vuitton มากที่สุด และตามมาด้วย Chanel

เฉลี่ยแล้วผู้ชายจีนที่ซื้อแบรนด์เนมจะซื้อ Rolex ปีละเรือน ส่วนผู้หญิงจีนจะซื้อ Chanel Classic Flap Bag ประมาณ 2 ใบ หรือ Louis Viutton Neverfull MM 9 ใบต่อปี

ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วที่ประเทศจีนจัดงานโอลิมปิค คนจีนใช้จ่ายกับสินค้าแบรนด์เนมแค่ 12% จากคนซื้อแบรนด์หรูทั่วโลก

แต่ปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวพุ่งไปถึง 32%

..แปลว่าถ้ามี 3 คนทั่วโลกซื้อสินค้าแบรนด์เนม 1 คนจะเป็นคนจีน..

ไม่พอแค่นั้น

ที่น่าสนใจคือ กิจการแบรนด์หรูในยุโรปเริ่มถูกคนจีนซื้อกิจการไปเรื่อยๆ

จากการเห็นโอกาสการเติบโตและเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมของอุตสาหกรรมแบรนด์หรูจากตะวันตกมาอย่างยาวนาน

บริษัทแฟชั่นจีนจึงเริ่มลงทุน และเข้าซื้อกิจการเหล่านั้นไปด้วยซะเลย

แบรนด์แฟชั่นชั้นนำอย่าง Lanvin และ Bally มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบริษัทจากประเทศจีน

ในด้านของรถยนต์

บริษัทจีนยังถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัท Volvo ถึง 70% รวมถึงบริษัท Daimler ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes Benz ถึง 9.69%

รถเบนซ์ที่คนทั่วโลกนิยมกัน ตอนนี้มีคนจีนถืออยู่เกือบ 10%

ในอนาคต

เราจะได้เห็น แบรนด์ยุโรปที่เรารู้จักอีกหลายแบรนด์เริ่มกลายเป็นของคนจีน

เราคงคุ้นเคยกันว่าเมืองเซินเจิ้นของจีน เป็นเมืองแห่งสินค้าก๊อปปี้

ในที่สุดแล้ว

สินค้าแบรนด์เนมจาก ปารีส ลอนดอน ที่เราใช้กัน ที่เราเห็นว่ามีคุณภาพ ดูดี มีราคา

เจ้าของแบรนด์เหล่านั้นจริงๆ อาจจะอยู่เมืองเซินเจิ้นก็เป็นได้..
———————-
<ad> คนจีนชอบของแบรนด์เนม และก็ชอบกินชา กาแฟ หากร้านกาแฟของเราขายดี ให้เครื่องเรียกคิวไร้สาย QTY ช่วยสิ QTY เปลี่ยนร้านกาแฟของคุณให้ดูโปร ลดรายจ่ายได้หลักล้านต่อปี ซื้อแล้วไม่ลดรายจ่าย รายได้ไม่เพิ่ม ยินดีคืนเงิน!

แจ้งว่ามาจากลงทุนแมน รับส่วนลด 3,000 บาท
Line : @qtyq FB : QtY : queue calling system Website : www.qtyqcalling.com
———————-

Reference
-http://www.bain.com/publications/articles/luxury-goods-worldwide-market-study-fall-winter-2017.aspx
-https://footwearnews.com/2018/business/mergers-acquisitions/china-investment-acquisition-europe-luxury-fashion-brands-504195/
-https://www.statista.com/statistics/266503/value-of-the-personal-luxury-goods-market-worldwide/
-https://www.forbes.com/sites/steveolenski/2017/09/15/the-key-to-success-for-luxury-brands-in-china/#13bdc85642a3
[6894].

Comments

comments