<ผู้สนับสนุน> โอกาส และความท้าทายในการลงทุนย่าน New CBD

<ผู้สนับสนุน> โอกาส และความท้าทายในการลงทุนย่าน New CBD

<ผู้สนับสนุน>
โอกาส และความท้าทายในการลงทุนย่าน New CBD / โดย ลงทุนแมน
ทุกวันนี้ การนำเงินไปฝากธนาคาร
อาจจะไม่ตอบโจทย์การลงทุนสำหรับทุกคน
เนื่องด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและ มีเงินเฟ้อที่ทำให้เงินด้อยค่าลง
ทำให้ผลตอบแทนที่ได้จากการฝากธนาคารอาจไม่เพียงพอ

แล้วแบบนี้เราควรจะนำไปลงทุนในอะไรดี

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ถ้าเรามาดูผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ของ 3 ปีย้อนหลัง

ดอกเบี้ยออมทรัพย์ 0.5% ต่อปี
ตราสารหนี้ 1%-2% ต่อปี
ทองคำ อยู่ที่ 2.7% ต่อปี
ตลาดหุ้น (ดัชนี SET) อยู่ที่ 6% ต่อปี

แม้ว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้เราไม่น้อย แต่ก็มีความเสี่ยงและความผันผวนอยู่มาก

อย่างไรก็ตาม ยังมีการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นการลงทุนในรูปแบบที่เราสามารถจับต้องได้ ใช้งานได้ และสามารถนำมาสร้างผลตอบแทนให้เราได้เช่นกัน

นั่นก็คือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

จากข้อมูล ราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียม ในกรุงเทพมหานคร มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 92,000 บาท ในปี 2556 มาเป็น 121,000 บาท ในปี 2559 ซึ่งเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 31% หรือโดยเฉลี่ยปีละ 10.3%

สาเหตุหลักก็คงเป็นเพราะ ราคาที่ดิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการพัฒนาโครงการได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกปี

และอีกสาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะ ความต้องการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าได้ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยมา

เมื่อมีดีมานด์มีมาก และซัพพลายมีต้นทุนเพิ่มขึ้น

ผลลัพธ์ก็คือราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร ปรับตัวสูงขึ้น

โดยปกติแล้วนักลงทุนจะมีการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ

และอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะ

1. เราจะมีสิทธิเป็นเจ้าของ สามารถเข้าไปใช้งานได้
2. ถ้าเราไม่ได้อยู่เองก็สามารถปล่อยให้คนอื่นเช่าเพื่อสร้างเป็นรายได้ประจำได้
3. จากข้อมูลในอดีต มูลค่าอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในอนาคตถ้าราคาปรับตัวสูงขึ้น เราก็สามารถนำไปขายต่อได้ capital gain อีกด้วย

แต่อสังหาริมทรัพย์เอง ก็มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ที่ดิน หรือว่าคอนโด เป็นต้น

ถ้าเราเลือกเป็นที่ดินหรือบ้าน ก็อาจจะอยู่ไกลเมืองออกไป หาผู้เช่าได้ยาก เพราะอาจไม่ตอบโจทย์คนที่มองหาการเดินทางที่สะดวกสบาย

ทางเลือกที่น่าสนใจจึงเป็นคอนโดนี่เอง แต่การที่เราจะซื้อคอนโดมาปล่อยเช่า ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเสมอไป

สมมติว่าถ้ามองว่าเราเป็นคนทำงานกำลังจะหาคอนโดเช่าอยู่ เราจะดูอะไรบ้าง

เราก็น่าจะมองเรื่องทำเล และความสะดวกสบายเป็นหลัก เพราะว่า คงไม่มีใครอยากจะเช่าคอนโดที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานหลายชั่วโมงกว่าจะถึงที่ทำงาน และ ไม่มีส่วนกลางที่อำนวยความสะดวกพร้อม

แล้วย่านไหนบ้างที่มีโอกาสที่จะมีมูลค่าเพิ่มสูงในอนาคต

ถ้ามองในกรุงเทพแล้ว เราก็คงต้องหาทำเลที่จะมีความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคต

เช่น แหล่งที่มีออฟฟิศสำนักงานอยู่มาก ห้างสรรพสินค้า และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

และหนึ่งในนั้นก็คือ ย่าน รัชดา-ห้วยขวาง

ทำไมต้องเป็นย่าน รัชดา-ห้วยขวาง?

หลายคนก็คงทราบกันดีว่าย่านนี้เป็น New CBD ของกรุงเทพมหาคร

เพราะย่านนี้มีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวิ่งผ่าน รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะมาตัดผ่านในอนาคต ทำเลนี้จึงน่าจะเป็นทำเลสำคัญที่เชื่อมต่อไปได้ทุกที่

สุดท้ายในอนาคตทำเลนี้จะมีออฟฟิศสำนักงานเพิ่มขึ้นทุกปี

รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ย่าน รัชดาต่อไปถึงอโศก มีออฟฟิศสำนักงานรวมกันมากถึง 1,000,000 ตารางเมตร

1,000,000 ตารางเมตร มากขนาดไหน?

ถ้าให้หนึ่งคนมีพื้นที่ 10 ตารางเมตรในการทำงาน

ภายในทำเลนี้จะมีคนเดินทางเข้ามาทำงานมากถึง 100,000 คนต่อวัน

ถ้าให้นึกภาพ ถ้าเรานั่งรถไปตามถนนรัชดา เราจะเริ่มเห็นตึกสูงมากมายที่เป็นแหล่งของออฟฟิศและสำนักงานใหญ่ของหลายๆบริษัท
เช่น
อาคารเมืองไทย-ภัทรคอมเพล็กซ์
AIA Capital Center
สำนักงานใหญ่ยูนิลีเวอร์ (U Place)
G Land Tower
รวมไปถึงสัญลักษณ์ของตลาดทุนในประเทศไทย นั่นก็คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

และในอนาคต The Super Tower ที่กำลังจะกลายเป็นตึกสูงที่สุดในประเทศไทยก็อยู่ในทำเลนี้

โครงการเหล่านี้อาจจะทำให้เราสามารถบอกได้ว่าย่านนี้เป็น New CBD หรือเขตธุรกิจใหม่ในอนาคตได้อย่างไม่ต้องสงสัย

รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น
The Street
เอสพลานาด รัชดาภิเษก
เซ็นทรัลพระราม 9

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ย่านนี้กำลังจะมีการพัฒนาครั้งใหญ่

โครงการรถไฟสายสีส้มซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟไปยังมีนบุรี และตลิ่งชันซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะดึงดูดคนให้เข้ามาอยู่ในย่านนี้เพิ่มขึ้นอีก

แล้วในโซนรัชดา – ห้วยขวาง มีคอนโดโครงการไหนที่น่าลงทุนบ้าง?

ราคาคอนโดในโซนนี้มีตั้งแต่ 90,000 – 280,000 บาท ต่อตารางเมตร

แต่ไม่ใช่ทุกโครงการที่ราคาจะปรับขึ้นได้ อาจจะต้องดูราคาของโซนนั้นประกอบด้วย

เช่น ถ้าเราคิดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า 130,000 – 140,000 บาทเป็นราคาที่เหมาะสมกับการขาย

วันนี้เราก็ควรซื้อคอนโดที่ 105,000 – 110,000 บาท ต่อตารางเมตร

และ โครงการ “แชปเตอร์วัน อีโค” ซึ่งเป็นโครงการของ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ที่ตั้งอยู่ในย่านห้วยขวาง น่าจะตอบโจทย์การลงทุนได้อย่างน่าสนใจ

ส่วนกลางของ แชปเตอร์วัน อีโค มีทั้ง Co-Working Space, Reading Room,Fitness, Home Theatre, Bike club, Farm & BBQ, สระว่ายน้ำ ความยาว 50 เมตร และ Street Basketball

ซึ่งปกติแล้วในหลายๆ โครงการจะมีแค่ ห้องอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำ และฟิตเนส

จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ส่วนกลางของโครงการทั่วไปปกติจะเปิดถึงแค่ 3-4 ทุ่ม

แต่ที่ แชปเตอร์วัน อีโค เปิดตลอด 24 ชม. สำหรับ Co-Working Space, Reading Room และ Fitness เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน

ทีนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าเราจะซื้อเพื่อมาอยู่เองจะน่าสนใจหรือไม่?

ในกรณีที่เราเป็นคนที่ต้องจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเม้นต์อยู่แล้ว หรืออยู่บ้านไกลจากที่ทำงาน

ถ้าเราคิดว่าคอนโดนั้นมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีส่วนกลางที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต

การซื้อเพื่ออยู่เองก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะว่าแทนที่จะต้องจ่ายค่าเช่าหรือค่าเดินทาง

เราก็อาจนำเงินส่วนนั้นมาผ่อนจ่ายเพื่อซื้อคอนโดแทน เพราะในที่สุดแล้วเราจะได้ “ความเป็นเจ้าของ” คอนโดนั้นอีกด้วย

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนในอะไรที่จับต้องได้ ใช้งานได้ และสร้างผลตอบแทนให้เราอย่างสม่ำเสมอ

อสังหาริมทรัพย์อาจเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์

และโครงการ “แชปเตอร์วัน อีโค” ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ถ้าเราอยากเห็นรายละเอียดเพิ่มเติม ลองเข้าไปดูของจริง แล้วเราอาจจะได้เห็นโอกาสของการลงทุนมากขึ้น

แชปเตอร์วัน อีโค | รัชดา – ห้วยขวาง คอนโดใหม่ ใจกลางเมือง ใกล้ MRT ห้วยขวางพร้อมส่วนกลางเปิด 24 ชม.* ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ ผ่อนสบายเพียง 4,900 บาท/เดือน แต่งครบ เริ่ม 2.4 ล้านบาท สำหรับผู้สนใจโครงการ ลงทะเบียนได้ที่: https://goo.gl/DLdwxe
[6602]

Comments

comments