โซมาเลีย ในปี 2118

โซมาเลีย ในปี 2118

โซมาเลีย ในปี 2118 / โดย ลงทุนแมน
ขอต้อนรับเข้าสู่ซีรีส์บทความ Civilization
โซมาเลียเป็นประเทศยากจน
รายได้เฉลี่ยต่อคน คือ เดือนละ 1,100 บาท
ประเทศนี้ยังยากจนกว่า เอธิโอเปีย และ อัฟกานิสถาน ที่เราอาจจะได้ยินชื่อกันบ่อยกว่า
ถ้าให้เทียบกับประเทศไทยที่มีรายได้เฉลี่ยคือเดือนละ 15,000 บาท
และประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยมากสุดคือ ประเทศการ์ตาที่เดือนละ 330,000 บาท

ก็คงจะเห็นได้ว่าคนบนโลกนี้ยังมีความแตกต่างกันมาก

เรื่องนี้เป็นเพราะว่าแต่ละประเทศพัฒนาไปไม่เท่ากัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป

โซมาเลียในวันนี้ก็จะเป็นประเทศไทย และ ประเทศการ์ตา ในวันข้างหน้า

เพราะโซมาเลียในวันนี้ก็ยังมีรายได้มากกว่าประเทศไทยใน 42 ปีที่แล้ว ที่มีรายได้เพียงเดือนละ 1,050 บาทต่อคน

บางคนอาจบอกว่ามีเงินเฟ้อ ก็อาจต้องนับถอยหลังไปอีก

แต่โดยสรุปแล้ว ต่อให้เป็นโซมาเลียในวันนี้ก็ยังเจริญกว่าประเทศไทยเมื่อ 100 ปีที่แล้ว

คำถามต่อไปคือ แล้วอีก 100 ปีข้างหน้าหล่ะ?

ประเทศโซมาเลียจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

มีการคำนวณที่น่าสนใจคือ ถ้าเราเติบโตปีละ 4.8% ไปเรื่อยๆ 100 ปี

ในอีก 100 ปี ข้างหน้า เราจะเป็น 100 เท่าของวันนี้

หมายความว่าใน 100 ปีข้างหน้า

ประเทศไทยอาจมีศักยภาพที่จะมีสนามบินสุวรรณภูมิ 100 แห่ง สถานีรถไฟฟ้า BTS มากขึ้น 100 เท่า เรือดำน้ำอีก 100 ลำ

ถึงตอนนั้นเราคงนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร

เหมือนกับคนในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งอยู่ในยุค 100 ปีที่แล้วมาดูตึกสูงในกรุงเทพวันนี้ เขาคงคิดว่าเป็นเรื่องฝันไป

มาถึงตอนนี้ทุกคนคงเคลิ้มไปกับมัน แต่ในใจก็คิดว่าอีก 100 ปี เราคงอยู่ไม่ทันเห็นภาพนั้น

ขอแสดงความยินดีด้วยที่จะบอกว่าเราจะได้เห็นภาพนั้น

ภาพใน 100 ปีข้างหน้าจะถูกเร่งสปีดให้เร็วขึ้นโดยสิ่งที่เรียกว่า Artificial Intelligence

จากการวิจัยของ accenture บริษัท consulting firm ชื่อดัง ได้รายงานว่า Artificial Intelligence (AI) จะช่วยเร่งการเติบโตของศักยภาพ เงินทุน แรงงาน ในปัจจุบันได้มากขึ้นอีก 2 เท่า

ยิ่งประเทศไหนก้าวเข้าไปสู่การใช้ AI อย่างสมบูรณ์แบบเร็วเท่าไร ประเทศนั้นจะยิ่งเติบโตเร็วขึ้น

เรื่องนี้จะแก้ปัญหาประเทศที่เป็นสังคมผู้สูงอายุ เช่น ญี่ปุ่น และ ไทย ได้ด้วย เพราะเราไม่ต้องพึ่งพิงแรงงานคนอีกต่อไปแล้ว

ในอนาคตมนุษย์จะเริ่มมีความสำคัญน้อยลง

AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ

จนในที่สุด..

มนุษย์จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่

แล้วโลกในปี 2118 หรือ อีก 100 ปีข้างหน้า มนุษย์จะเป็นอย่างไร?

แน่นอนว่าโลกนั้นจะเป็นโลกที่เราไม่รู้จักมาก่อน

ภาพที่เราจินตนาการเพ้อฝันมากแค่ไหน มันจะกลายเป็นจริงในตอนนั้น และเป็นได้มากกว่านั้น

ทั้งรถลอยฟ้า ตึกสูงเทียบก้อนเมฆ เมืองใต้ดิน อาณานิคมบนดาวดวงอื่น สุดท้ายแล้วมันจะเกิดขึ้น

แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ต้องระวังคือ ปัญหาภายในและปัญหาภายนอก

ปัญหาภายในคือความแตกต่างของมนุษย์บนโลกนี้เอง เราจะเห็นได้ว่าคนโซมาเลีย ยากจนกว่า คนการ์ตา 300 เท่า

และตัวเลขนี้ไม่น่าจะหยุดแค่นี้

เมื่อมนุษย์มีความแตกต่างกันมาก ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่สามัคคีกัน ไม่ร่วมมือกัน

แล้วทำไมเราต้องร่วมมือกัน

ก็เพราะว่าสงครามต่อไปของมนุษย์ จะไม่เป็นสงครามของมนุษย์ด้วยกันเอง

แต่เป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้กับปัญหาภายนอกครั้งใหม่ นั่นก็คือ Artificial Intelligence สิ่งที่จะเริ่มฉลาดกว่ามนุษย์

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก 4,500 ล้านปี ที่เกิดขึ้นมา

โลกในปีที่ 4,500,000,000 จะเป็นคนละเรื่องกับโลกปีที่ 4,500,000,100

เราอยู่ในยุคที่จะมีสิ่งใหม่ที่ฉลาดกว่าเผ่าพันธุ์ Homo Sapiens ที่เราภูมิใจนักหนาว่าเราอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร

เรื่องนี้จะเริ่มไม่เป็นจริงอีกต่อไป..

มนุษย์จะมีทางเลือกอยู่ 3 ทางในตอนนี้ที่จะก้าวต่อไป

1. มนุษย์จะรีบผนวกตัวเองให้เข้ากับหุ่นยนต์เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมสมองเข้ากับหุ่นยนต์ หรือเชื่อมร่างกายเราเข้ากับหุ่นยนต์ เหมือนที่นาย Jesse Sullivan ทำ

2. มนุษย์จะรีบตัดต่อพันธุกรรมตัวเองให้แข็งแรงขึ้น ฉลาดขึ้น มีความสามารถมากขึ้น และอายุยืนยาวขึ้น เหมือนที่นาย George Church ทำ

3. ทางเลือกสุดท้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น คือมนุษย์รีบทำ 2 ข้อแรกไม่ทัน และสุดท้ายมนุษย์จะอยู่ภายใต้การควบคุมของ Artificial Intelligence

ไม่ว่าโลกนี้ในอีก 100 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

โซมาเลีย ในปี 2118 จะมีหน้าตาเป็นแบบไหน

การ์ตาในตอนนั้นจะเป็นอย่างไร

คงไม่สำคัญเท่ากับ

โลกในตอนนั้น ใครจะเป็นสิ่งที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร

และสิ่งนั้นจะจัดการกับสิ่งระดับล่างอย่างไร..

Comments

comments