อวสาน ชาเขียว

อวสาน ชาเขียว

อวสาน ชาเขียว / โดย ลงทุนแมน
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อน
เครื่องดื่มยอดนิยมที่สามารถทำกำไรได้ดี
คงจะหนีไม่พ้นชาเขียว
แต่รู้ไหมว่าตอนนี้เรื่องราวกลับตรงกันข้าม
กำไรของบริษัทชาเขียวกำลังหดตัวลงเรื่อยๆ

วันนี้ บริษัท อิชิตัน ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ออกมาน่าผิดหวัง
ราคาหุ้นตก 19% ภายในวันเดียว
ส่วน บริษัท โออิชิ ก็ไม่น้อยหน้า ราคาหุ้นตก 8%

เรื่องนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เราลองมาดูกำไรสุทธิย้อนหลังของบริษัท อิชิตัน กันก่อน

ปี 2557 อิชิตันมีกำไร 1,079 ล้านบาท
ปี 2558 อิชิตันมีกำไร 813 ล้านบาท
ปี 2559 อิชิตันมีกำไร 369 ล้านบาท
ปี 2560 อิชิตันมีกำไร 315 ล้านบาท

เห็นได้ชัดว่า อิชิตันกำลังอยู่ในสภาวะที่ถดถอยรุนแรง

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ถ้าใครยังจำกันได้ อิชิตันได้ออกเครื่องดื่มชูกำลัง T247 ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็นการเปิดตลาดในเครื่องดื่มกลุ่มใหม่ พร้อมกับตัวบริษัทเองได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อเน้นการส่งออก

เพราะว่า อิชิตันเองก็ได้เห็นถึงว่า อุตสาหกรรมชาเขียวไม่ได้เติบโตเหมือนสมัยก่อนแล้ว รวมถึงการที่มีคู่แข่งเจ้าอื่นๆเข้ามาในตลาดเพิ่ม

แต่แล้วโชคร้ายก็มาเยือนอีกครั้ง

ภาษีสรรพสามิตแบบใหม่จะต้องเสียภาษีจากราคาขาย และ จากความหวานด้วย ยิ่งหวานมากยิ่งเสียภาษีมาก

ส่งผลให้ อิชิตันต้องปรับราคาเครื่องดื่มขึ้น ซึ่งเราก็น่าจะเห็นได้ว่าชาเชียวที่เรากินกันอยู่นั้นราคาแพงขึ้นอย่างชัดเจน

และในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทอิชิตันจะได้ผลกระทบของภาษีน้ำตาลอย่างเต็มไตรมาส

แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร?

รายได้ของบริษัท อิชิตัน ไตรมาส 1 ปี 2018 ลดลง 11.5% จากปีที่แล้ว

ในทางกลับกัน ต้นทุนการขาย เพิ่มขึ้น 6.6 % จากปีที่แล้ว

เมื่อรายได้ลด และ ต้นทุนเพิ่ม

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คือ หายนะ

อิชิตันมีกำไร ลดลงมากถึง 47.3% จากปีที่แล้ว

ดังนั้นราคาหุ้นในวันนี้จึงตกลงอย่างรุนแรงอย่างที่เราได้เห็นกัน

ที่น่าสนใจคือ ราคาหุ้นของอิชิตันลดลงเรื่อยมาจากจุดสูงสุดที่ 29.75 บาทเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ตอนนี้ราคาหุ้นเหลือ 5.85 บาท

ใครที่ซื้อหุ้นที่ราคาสูงสุด ตอนนี้เขาจะขาดทุนมากถึง 80%

ถ้าเราซื้อไป 1 แสนบาท ตอนนี้เราจะเหลือเงินอยู่แค่ 2 หมื่นบาท

ใช่แล้ว บางทีตลาดหุ้นมันก็โหดร้ายแบบนี้

แล้วคู่แข่งของอิชิตันเป็นอย่างไร?

ไม่เพียงอิชิตันเองที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น

แม้แต่ โออิชิ ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนแบ่งในตลาดชาเขียวมากที่สุดเองได้รับผลเช่นกัน

ไตรมาส 1 ปี 2018

รายได้ของบริษัทโออิชิ ลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ยอดขายเครื่องดื่ม ลดลง 18.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

และหายนะก็เกิดขึ้นอีกเช่นกัน กำไรของบริษัทโออิชิลดลง 41.6%

ซึ่งทั้งหมดนี้ บริษัทโออิชิ ให้เหตุผลว่าเป็นผลกระทบจาก ตลาดชาเขียวที่หดตัวลง และเรื่องภาษีเช่นเดียวกัน

เรื่องทั้งหมดนี้ยังไม่จบ

จากข่าวที่ปรากฏ กระทรวงการคลังจะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 6 ปี แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 2 ปี โดยจะค่อยๆเพิ่มอัตราภาษีขึ้น

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แปลว่าต้นทุนก็จะเพิ่มอีกในอนาคต และราคาขายของชาเขียวแบบหวานก็อาจต้องปรับเพิ่มอีก

เราคงต้องเอาใจช่วยบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในธุรกิจชาเขียว ว่าจะสามารถปรับกลยุทธ์ และเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน

ตลาดชาเขียวซึ่งเคยเป็นตลาดทองคำที่สามารถทำกำไรได้มหาศาล

แต่ตอนนี้..

ถ้าดูจากกำไรของบริษัทอิชิตัน และโออิชิ ที่ลดลงแล้ว

ก็ต้องขอบอกว่า ไม่ว่าจะอิชิไหน ก็คงต้องเหนื่อยเหมือนกัน..

———————-
<ad> คนกินชาเขียวน้อยลง แต่กินกาแฟเยอะขึ้น หากร้านกาแฟเราขายดี QTY ช่วยได้
เครื่องเรียกคิวไร้สาย QTY เปลี่ยนร้านกาแฟของคุณให้ดูโปร ลดรายจ่ายได้หลักล้านต่อปี ซื้อแล้วไม่ลดรายจ่าย รายได้ไม่เพิ่ม ยินดีคืนเงิน !

แจ้งว่ามาจากลงทุนแมน รับส่วนลด 3,000 บาท
Line : @qtyq FB : QtY : queue calling system Website : www.qtyqcalling.com
———————-

Reference
-http://portal.settrade.com/simsImg/news/histri/201805/18047296.pdf
-https://thestandard.co/sugartax/
[6416].

Comments

comments