ธุรกิจค่ายหนัง GTH/GDH

ธุรกิจค่ายหนัง GTH/GDH

ธุรกิจค่ายหนัง GTH/GDH / โดย ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึงธุรกิจภาพยนตร์ของไทย
ชื่อที่นึกถึงคงจะหนีไม่พ้น GTH หรือในปัจจุบันคือ GDH นั่นเอง
บริษัทนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

ในปี 2546 บริษัท จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ (G), ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (T) และ หับโห้หิ้น ฟิล์ม (H) ได้ร่วมกันสร้างหนังเรื่อง แฟนฉัน ซึ่งประสบความสำเร็จ ทำรายได้สูงถึง 137 ล้านบาท

ต่อมาในปี 2547 จึงได้รวมตัวกันตั้งบริษัทซะเลย ชื่อว่า จีเอ็มเอ็ม ไท หับ หรือ GTH ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ไทย โดยอยู่ภายใต้เครือ Grammy

ภาพยนตร์ของ GTH มักจะได้รับความนิยม และทำรายได้ดีแทบทุกเรื่อง โดยหนังที่ทำเงินสูงสุดในประเทศ แต่ละปี มีดังต่อไปนี้

ปี 2547 เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ 107 ล้านบาท
ปี 2548 เรื่อง เพื่อนสนิท 80 ล้านบาท
ปี 2549 เรื่อง Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย 72 ล้านบาท
ปี 2550 เรื่อง สายลับจับบ้านเล็ก 67 ล้านบาท
ปี 2551 เรื่อง สี่แพร่ง 85 ล้านบาท
ปี 2552 เรื่อง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ 146 ล้านบาท
ปี 2553 เรื่อง กวน มึน โฮ 125 ล้านบาท
ปี 2554 เรื่อง ลัดดาแลนด์ 117 ล้านบาท
ปี 2555 เรื่อง ATM เออรัก เออเร่อ 153 ล้านบาท
ปี 2556 เรื่อง พี่มาก..พระโขนง 560 ล้านบาท
ปี 2557 เรื่อง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ 326 ล้านบาท
ปี 2558 เรื่อง ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ 87 ล้านบาท
ปี 2559 เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว 111 ล้านบาท
ปี 2560 เรื่อง ฉลาดเกมส์โกง 112 ล้านบาท

นอกจากหนังโรงแล้ว บริษัทยังผลิตละครและซีรีย์ โดย 1 ในนั้น คือ Hormones วัยว้าวุ่น

แต่เมื่อปี 2558 ผู้ถือหุ้นมีความเห็นไม่ตรงกัน โดย ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต้องการนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ ให้ใหญ่ขึ้น

แต่ทาง หับ โห้ หิ้น เห็นว่าบริษัทยังไม่พร้อม และอาจส่งผลต่อคุณภาพผลงาน บริษัทจึงได้ยุติการดำเนินงานลง

จากนั้น Grammy ซึ่งเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์ผลงาน และ หับ โห้ หิ้น ได้ร่วมกันเปิดบริษัทใหม่ ชื่อว่า GDH 559 โดยผู้บริหารบอกว่า ชื่อมีที่มาจากคำว่า Gross Domestic Happiness หรือหน่วยวัดความสุขของผู้คนในประเทศ ส่วน 559 คือ วันที่บริษัทเปิดทำการ (5 ม.ค. 59)

ขณะที่ ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ได้ไปร่วมกับกลุ่ม MONO เปิดค่ายหนังชื่อ ที โมเมนต์ แทน

GTH/GDH มีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร?

จากรายงานประจำปีของ Grammy ธุรกิจของ GTH/GDH มีรายได้ดังนี้
ปี 2556 GTH รายได้ 509 ล้านบาท
ปี 2557 GTH รายได้ 593 ล้านบาท
ปี 2558 GTH รายได้ 539 ล้านบาท
ปี 2559 GDH รายได้ 240 ล้านบาท
ปี 2560 GDH รายได้ 402 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า แทบทุกปี บริษัท จะมีหนังที่ทำรายได้ในระดับร้อยล้านอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งนั่นทำให้รายได้ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน

ในอุตสาหกรรมสื่อสมัยนี้ ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ขึ้นอยู่กับการผลิตคอนเทนต์ที่น่าสนใจ มีความแปลกใหม่ ทันต่อเหตุการณ์ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย

หากบริษัทสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นการสร้าง Brand Loyalty ไปในตัว เมื่อคนดูมีความเชื่อมั่น ก็มีแนวโน้มที่จะเข้ามาดูหนังของค่ายในอนาคต ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม

ซึ่งในไทย เรียกได้ว่า GDH ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อปี 2560 GDH กำลังจะก้าวไปอีกขั้น คือการออกไปต่างประเทศ กับหนังเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง

รายได้ภายในประเทศของ ฉลาดเกมส์โกง อยู่ที่ 112 ล้านบาท แต่หนังเรื่องนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในจีน ที่มีเข้าฉายกว่า 7,000 โรง ทำรายได้ไปไม่ต่ำกว่า 1,350 ล้านบาท

ฉลาดเกมส์โกง ถือเป็นหนังไทย ที่มีรายได้จากต่างประเทศสูงที่สุด ซึ่งหาก GDH สร้างความเชื่อมั่นได้ การส่งออกหนังเรื่องต่อๆ ไป ในตลาดใหญ่อย่างจีน จะเป็นที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล

ทางผู้บริหารได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่หนังฉลาดเกมส์โกงเปิดตัวในจีน การตอบรับยังเฉยๆ แต่ต่อมามีการบอกต่อกันปากต่อปาก โดยเฉพาะในสื่ออย่าง WeChat ทำให้เกิดเป็นกระแส จนประสบความสำเร็จอย่างมาก

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ทำให้คิดได้ว่าภาพยนตร์อาจจะไม่ได้อยู่ในตลาดในประเทศเท่านั้น

ถ้าเราทำภาพยนตร์ที่ออกสู่ตลาดต่างประเทศ ตลาดเราจะเปลี่ยนทันที จากหลักสิบล้านคนเป็นหลักพันล้านคน..
———————-
เปิด pre-order หนังสือลงทุนแมน 3.0 พร้อมประทับตราลายลงทุนแมน  (มีจำนวนจำกัด) สั่งซื้อได้ที่เพจเฟซบุ๊ค ลงทุนแมน

<ปิดรับจองแล้ว>
———————-

Reference
-https://th.wikipedia.org/wiki/จีเอ็มเอ็ม_ไท_หับ
-https://th.wikipedia.org/wiki/จีดีเอช_ห้าห้าเก้า
-https://th.wikipedia.org/wiki/ฉลาดเกมส์โกง
-Annual Report Grammy
-https://www.thairath.co.th/content/539196
-https://www.marketingoops.com/exclusive/interview-exclusive/gdh-bad-genius/
[6308].

Comments

comments