Cloud คือธุรกิจเมกะเทรนด์

Cloud คือธุรกิจเมกะเทรนด์

Cloud คือธุรกิจเมกะเทรนด์ / โดย ลงทุนแมน
ถ้าถามว่าตอนนี้ เมกะเทรนด์ของโลกคืออะไร
อาจจะมีบางคนตอบว่า รถยนต์ไฟฟ้า บางคนตอบ AI
แต่ถ้า ถามว่าตอนนี้บุคคลที่รวยสุดในโลก
ทำอะไรกันอยู่ เรื่องนี้กลับเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

บุคคลที่รวยที่สุดในโลกตอนนี้คือ เจฟฟ์ เบโซส เจ้าของบริษัท Amazon กำลังขยายธุรกิจ Cloud ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นมาได้เพียง 11 ปีเท่านั้น

แต่รู้ไหมว่าตอนนี้มีสัดส่วนของกำไรจากธุรกิจ Cloud มากกว่าธุรกิจเดิมของ Amazon ซึ่งเป็น E-commerce ไปแล้ว

ส่วนคนรวยอันดับที่ 2 ของโลก บิล เกตส์ เจ้าของบริษัท Microsoft จากเดิมซึ่งเคยโฟกัสอยู่ใน Microsoft Office อย่างที่เราใช้กันเป็นประจำ

ตอนนี้ Microsoft กำลังมาเน้นในธุรกิจ Cloud เช่นกัน ซึ่งผลลัพธ์ออกมา รายได้ของ Cloud กำลังเติบโตมาเป็นธุรกิจหลักของ Microsoft

ปี 2017 มูลค่าของตลาด Cloud ทั้งหมดอยู่ที่ 4.9 ล้านล้านบาท
และยังมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

พูดถึงแต่คำว่า Cloud กันมาเยอะแล้ว หลายๆ คนอาจจะกำลังงงอยู่ว่าแล้ว Cloud คืออะไรกันแน่

Cloud คือ การที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลของเราได้จากอินเทอร์เน็ต โดยที่เราไม่ต้องเก็บข้อมูลไว้กับตัวเรา

ลองมาดูตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆ

อีเมลที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็คือระบบ Cloud

ไม่ว่าเราจะเปิดจากที่ไหน อีเมลที่เราเห็นก็ยังเป็นอันเดิมอยู่

เพราะว่าผู้ให้บริการอีเมลกับเราได้แบ่งพื้นที่บนระบบ Cloud ให้กับอีเมลที่เราสมัคร จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมอินบ็อกซ์ของอีเมลเราจึงมีเนื้อที่จำกัด เพราะผู้ให้บริการต้องแบ่งพื้นที่ให้หลายๆ คน

นอกจากอีเมลแล้ว Cloud ก็ยังมีการเก็บไฟล์อื่นๆ ได้อีกด้วย ทั้งไฟล์เอกสาร วิดีโอ และ รูปภาพของเราในมือถือก็สามารถเก็บบน Cloud ได้

สำหรับธุรกิจ Cloud แบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก

Infrastructure-as-a-Service (IaaS)

คือ การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (Infrastructure) และระบบการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร (Storage) เพื่อรองรับการใช้งาน Software และ Application เช่น Microsoft Azure, Google Drive For Business, Amazon Web Services เป็นต้น

Platform-as-a-Service (PaaS)

คือ การให้บริการด้าน Platform สำหรับผู้ใช้งานที่ โดยผู้ให้บริการ Cloud จะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการพัฒนาเอาไว้ให้ เช่น ระบบฐานข้อมูล (Database) และ ระบบ Web Application เป็นต้น

Software-as-a-Service (SaaS)

คือการให้บริการด้าน Software และ Application ผ่านทางอินเทอร์เน็ต คล้ายกับการเช่าใช้ คิดค่าบริการตามลักษณะการใช้งาน เช่น Microsoft Office 365, Gmail, Salesforce เป็นต้น

ซึ่งเราจะเรียกผู้ให้บริการธุรกิจเกี่ยวกับระบบ Cloud ว่า Cloud Provider

แล้วบริษัทไหนบ้างที่เป็น Cloud Provider?

ต้องบอกว่าระบบ Cloud ตอนนี้เป็นที่นิยมมากจึงทำให้มีหลายบริษัทที่เข้ามาแข่งขันในตลาด แต่เราจะพูดถึงบริษัทใหญ่ที่เป็นที่นิยมให้ฟังกัน

โดยเราจะดูรายได้รวมของธุรกิจ Cloud (IaaS + PaaS + SaaS) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2018

Microsoft รายได้จากธุรกิจ Cloud อยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท

Amazon รายได้จากธุรกิจ Cloud อยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท

IBM รายได้จากธุรกิจ Cloud อยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท

สรุปตอนนี้ บริษัทที่มียอดขายในธุรกิจ Cloud มากที่สุดก็คือ Microsoft นั่นเอง

แต่ถ้าเราดูเฉพาะส่วนที่เป็น IaaS กับ PaaS ไม่นับฝั่งที่เป็น SaaS (Software) ส่วนแบ่งการตลาดในปี 2017 จะเป็นดังนี้

Amazon Web Services (AWS) 47.1 %
Microsoft Azure 10 %
Google Cloud Platform 3.95 %
IBM Softlayer 2.77 %
Other 36.18 %

แปลว่าถ้าเราไม่นับส่วน SaaS ผู้ที่ครองอันดับ 1 ในตลาดตอนนี้คือ AWS ของ Amazon นี่เอง

ส่วนในเรื่องการใช้งานว่าระบบไหนดีกว่านั้น เรื่องนี้คงต้องถามว่าจะใช้ Cloud ในเรื่องไหน แต่ละเรื่องก็มีผู้นำตลาดที่แตกต่างกัน

ถ้าดูจากขนาดของบริษัทแต่ละเจ้าที่อยู่ในตลาดนี้ ลำดับน่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

สุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะในตลาดนี้คงยากที่จะคาดเดา

แต่ที่ไม่ต้องเดาคือ ณ ตอนนี้ และในอนาคต ตลาด Cloud กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว..
———————-
เปิด pre-order หนังสือลงทุนแมน 3.0 พร้อมประทับตราลายลงทุนแมน  (มีจำนวนจำกัด) สั่งซื้อได้ที่เพจเฟซบุ๊ค ลงทุนแมน

<ปิดรับจองแล้ว>
———————-

Reference
-https://www.forbes.com/sites/bobevans1/2018/04/09/microsoft-amazon-and-ibm-which-cloud-powerhouse-will-top-q1-revenue-charts/#106ea93314dc
-https://seekingalpha.com/
-https://www.gartner.com/newsroom/id/3871416
-http://blog.onestopware.com/cloud-
-อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 USD ต่อ 31.85 THB
[6183].

Comments

comments