<ผู้สนับสนุน> เรื่องที่เรายังไม่รู้ของสินเชื่อบ้าน

<ผู้สนับสนุน> เรื่องที่เรายังไม่รู้ของสินเชื่อบ้าน

<ผู้สนับสนุน>
เรื่องที่เรายังไม่รู้ของสินเชื่อบ้าน / โดย ลงทุนแมน
หลายคนที่ผ่อนบ้านอยู่
คงคุ้นเคยกับการจ่ายค่างวดและโปะเงินต้นกันอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้มีสินเชื่อบ้านรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ
เราจะได้ประโยชน์อะไร? ช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากน้อยแค่ไหน?
วันนี้ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟังกันแบบง่ายๆ

โดยปกติแล้วเวลาเราเลือกสินเชื่อบ้าน ส่วนใหญ่เราก็คงจะดูที่วงเงินและอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ แล้วจึงนำมาเปรียบเทียบกันว่าจะเลือกของธนาคารอะไรดี

แต่ตอนนี้ในตลาดต่างประเทศ มีการนำเสนอสินเชื่อบ้านในรูปแบบใหม่ โดยเพิ่มฟีเจอร์เข้าไป เพื่อให้สินเชื่อมีความยืดหยุ่น และอาจตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น

เช่น ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งประเทศในตะวันออกกลางอย่าง UAE ก็มีสินเชื่อบ้านที่สามารถถอนเงินที่โปะเพื่อลดเงินต้นไปแล้ว ออกมาใช้ได้อีก

และสินเชื่อบ้านที่โปะได้ถอนได้แบบนี้ ก็มีในไทยแล้วเช่นกัน..

แต่ก่อนที่เราจะไปดูสินเชื่อบ้านแบบใหม่ เรามาทำความเข้าใจกันนิดนึงก่อน

สินเชื่อบ้าน หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า mortgage

จะมีค่างวดที่เราต้องจ่ายเท่ากันในทุกเดือนจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกคือเป็นค่าดอกเบี้ย

และ ส่วนที่ 2 จะนำไปลดเงินต้นที่กู้มา

ซึ่งส่วนที่เป็นค่าดอกเบี้ยนี้จะอ้างอิงกับเงินต้นที่เหลือ

หมายความว่า ถ้าเราต้องการจ่ายดอกเบี้ยน้อยๆ เราก็ควรจะโปะเงินก้อนเพิ่มเติมจากค่างวดเพื่อลดเงินต้นให้เร็วที่สุด

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของสินเชื่อบ้านแบบเดิมคือ

เงินที่โปะไปแล้ว ปกติเราจะไม่สามารถถอนกลับออกมาได้ ถ้าเราจำเป็นต้องกลับมาใช้เงินในยามฉุกเฉิน

คนทั่วไปจึงไม่กล้าโปะให้เงินต้นลด และยอมเสียดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ

โดยทั่วไปแล้ว เราก็คงจะเก็บเงินฉุกเฉินหรือเงินค่าใช้จ่ายไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาเพื่อความสะดวกในการถอนได้รวดเร็ว

ซึ่งดอกเบี้ยของบัญชีออมทรัพย์ปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% ต่อปี

แต่ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.3% ถึง 3.6% ใน 3 ปีแรก

ถ้าเราสามารถโปะบ้าน เราจะลดค่าดอกเบี้ยได้ดีกว่า นำเงินนี้ไปฝากบัญชีออมทรัพย์ในธนาคาร

ประเด็นอยู่ที่คนกลัวว่า ถ้าโปะสินเชื่อไปแล้ว เราเปลี่ยนใจจะถอนกลับมาไม่ได้

ธนาคารทิสโก้ ได้มองเห็นถึงปัญหานี้จึงได้เสนอสินเชื่อบ้าน TISCO Mortgage Saver ซึ่งสามารถถอนเงินที่โปะไปแล้วกลับมาได้ด้วย

พอเรื่องเป็นอย่างนี้

ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องลังเลที่จะโปะเงินต้นคืนแล้ว

ถ้ามีเงินเหลือก็โปะไปก่อนเพื่อลดดอกเบี้ย
แต่ถ้าในอนาคต เปลี่ยนใจต้องการเงินก้อนกลับมาใช้ ก็ถอนคืน

ในที่สุดแล้วถึงแม้ว่าจะโปะแล้วถอนคืน ก็จะสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า การที่อยู่เฉยๆ ไม่โปะคืนเลย

เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

สมมติว่า นายสมศักดิ์มีกิจการร้านอาหาร และอยากขอสินเชื่อบ้าน 5,000,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี อัตราดอกเบี้ย 4%

นายสมศักดิ์จะต้องจ่ายค่างวดต่อเดือนเท่ากันทุกเดือนที่ 23,871 บาท ซึ่งในเดือนแรกจะแบ่งเป็นส่วนของการชำระดอกเบี้ย 16,667 บาท และ ส่วนของการชำระเงินต้นอีก 7,204 บาท

ปรากฏว่าเดือนที่ 2 ร้านอาหารของนายสมศักดิ์ขายดีทำให้มีเงินเก็บ ถ้านายสมศักดิ์โปะเงินต้นคืนเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท จะทำให้เดือนนั้นนายสมศักดิ์ประหยัดดอกเบี้ยไปได้ 1,667 บาทเมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการโปะเงินต้น

และ ในเดือนต่อๆมานายสมศักดิ์ก็จะประหยัดดอกเบี้ยไปทุกๆเดือนจากเงินต้นที่ลดลง

จนกระทั่งเดือนที่ 11

นายสมศักดิ์ต้องการใช้จ่ายเงินฉุกเฉินเพื่อขยายกิจการ จึงอยากถอนเงินที่โปะไป 500,000 บาท ก็สามารถทำได้ ซึ่งนายสมศักดิ์ก็จะกลับมามีสินเชื่อในวงเงินเท่าเดิม

แต่มาจนถึงตอนนี้นายสมศักดิ์ได้ประหยัดดอกเบี้ยไปแล้ว 15,252 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการโปะเงินต้นในเดือนที่ 2

ซึ่งถ้าเรานำเงิน 500,000 บาทนี้ไปฝากออมทรัพย์กับธนาคาร จะได้ดอกเบี้ยน้อยกว่านี้มาก

ที่น่าสนใจคือ ไม่มีค่าธรรมเนียมในการโปะ และการถอนของ TISCO Mortgage Saver

ทำแบบนี้แล้วเราได้เปรียบอะไรจากการผ่อนบ้านทั่วไป?

หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่น่าจะได้อะไร เพราะโปะและถอนด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน

แต่จริงๆ แล้ว กระบวนการนี้ จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยระหว่างทางได้

จากตัวอย่างข้างต้น ณ สิ้นเดือน 11 นายสมศักดิ์จะประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไปได้ 15,252 บาท (ดอกเบี้ยส่วนที่ประหยัดไปได้ตั้งแต่เดือน 2 ถึงเดือน 11)

และไม่ใช้แค่ดอกเบี้ยที่ลดลงเท่านั้น การโปะถอนนี้ยังจะช่วยลดจำนวนเงินต้นลงอีก 15,252 บาท

หมายความว่าเป็นการสร้างโอกาสให้เราสามารถชำระเงินต้นหมดได้เร็วขึ้นกว่าปกติ

ทำให้เราจะได้เป็นเจ้าของบ้านอย่างเต็มตัวเร็วขึ้นนั่นเอง

ทุกวันนี้อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน

เราอาจจะพบกับภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย

หรืออุปสรรคอื่นๆ ที่ส่งผลต่อรายรับของเรา

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว จะดีกว่าไหม

ถ้าเราขอสินเชื่อบ้าน แล้วนำเงินในบัญชีออมทรัพย์ของเรามาฝากไว้กับ TISCO Mortgage Saver แทน

เพราะว่า นอกจากจะประหยัดดอกเบี้ยแล้ว ยังกดเงินออกมาใช้ได้ทันทีเหมือนกดเอทีเอ็มจากบัญชีออมทรัพย์

และถ้ามองในมุมของผลตอบแทน ดอกเบี้ยที่ประหยัดไปได้ ก็มากกว่าดอกเบี้ยจากการฝากออมทรัพย์ทั่วไปหลายเท่า

สำหรับใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่และกำลังพบปัญหาอย่างที่กล่าวถึง

สินเชื่อบ้าน TISCO Mortgage Saver อาจจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้..

ข้อมูลเพิ่มเติม: โดยทั่วไปแล้วหลังจากเราผ่อนไปได้ซัก 3 ปี อัตราดอกเบี้ยที่คงที่มักจะกลายเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ทำให้เราจะต้องทำการรีไฟแนนซ์อยู่เสมอ

แต่ถ้าเราวางแผนการโปะแล้วถอนอย่างสม่ำเสมอด้วยสินเชื่อบ้าน TISCO Mortgage Saver เรื่องอัตราดอกเบี้ยลอยตัวก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเราอีกต่อไป

นี่จึงถือได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบของ TISCO Mortgage Saver ที่สามารถโปะได้ถอนได้ เมื่อไหร่ก็ได้

ข้อมูลสินเชื่อบ้าน TISCO Mortgage Saver เพิ่มเติม
https://bit.ly/tmlrlt
https://bit.ly/tmllg

Comments

comments