โลกกำลังเข้าสู่ยุค Artificial Intelligence

โลกกำลังเข้าสู่ยุค Artificial Intelligence

เคยไหม? ที่เราฟังคนฉลาดพูด แต่เราไม่เข้าใจเลยว่าเขาพูดอะไร
เราเคยเฝ้ามองมดเดินไหม? แต่มดก็ไม่เข้าใจหรอกว่าคนเป็นใคร
เป็นไปได้ไหม? ที่จะมีสิ่งเฝ้ามองมนุษย์ โดยมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดก็อาจจะไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งนั้นกำลังทำอะไรอยู่

ขอต้อนรับสู่เรื่อง Artificial Intelligence..

ตั้งแต่โลกกำเนิดขึ้นเมื่อ 4,500,000,000 ปีที่แล้ว โลกใบนี้ดูเหมือนจะอยู่นิ่งๆเฉยๆจนกระทั่ง..

เมื่อ 600,000,000 ปีที่แล้วก็มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก..

จนมาเมื่อ 50,000 ปีที่แล้วที่เริ่มมีมนุษย์เกิดขึ้น จึงมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น

จุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น คือ “สมอง”

สมองทำให้เกิดการสะสมเทคโนโลยี ซึ่งจะค่อยเป็นค่อยไปในช่วงเริ่มต้น และ จะเพิ่มเป็นทวีคูณในช่วงหลัง

การเพิ่มขึ้นในลักษณะทวีคูณนี้ ทำให้การสะสมเทคโนโลยีของมนุษย์ในช่วง 50,000 ปีตั้งแต่เริ่มต้น ยังไม่เท่ากับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา

ตัววัดที่ดีของเทคโนโลยีคือ GDP

GDP ของโลกในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา มีมากกว่า GDP ของโลกในช่วง 50,000 ปีก่อนหน้านั้นรวมกันทั้งหมด

เทคโนโลยีต่างๆ มนุษย์จะเป็นคนสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง ตั้งแต่การรู้จักทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การเกษตร เครื่องจักรกล ไฟฟ้า รถยนต์ เครื่องบิน

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีทั้งหมดของมนุษย์ กำลังถึงจุดหักเหเมื่อมนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีหนึ่งที่เรียกว่า Artificial Intelligence

เทคโนโลยีนี้ต่างจากเดิม คือมนุษย์จะสร้างสมองมนุษย์จำลองขึ้นมา หรือเรียกได้ว่า เรากำลังทำ “ฟาร์มมนุษย์” อยู่

แต่เดิมมนุษย์มี 7 พันล้านคนทั่วโลก แต่คราวนี้จะกลายเป็นว่ามีมนุษย์จำลองแบบไม่จำกัดทั่วโลก

สมองมนุษย์จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร?

คำตอบคือ ให้หุ่นยนต์เลียนแบบการเรียนรู้ของมนุษย์ หรือเรียกว่า Machine Learning

เปรียบเหมือนเด็กทารกที่เกิดขึ้นมามีกระบวนการเรียนรู้จาก ภาพ และข้อมูลที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ทำไม Machine Learning ถึงพึ่งมาบูมในช่วงนี้?

เพราะการเรียนรู้ต้องอาศัยการเปรียบเทียบข้อมูลเป็นจำนวนมากซึ่งเรียกกันว่า Neural Network และในตอนนี้ ต้นทุนการเก็บข้อมูลได้ถูกลงกว่าเมื่อก่อนมาก

นึกถึงเมื่อเราตอนเด็กๆว่าต้องมีแผ่น disk ที่เก็บข้อมูลได้เพียง 1MB แต่ตอนนี้เทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นเราสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นเป็นล้านล้านเท่า โดยทุกอย่างอยู่บน Cloud

เมื่อมีข้อมูลมาให้หุ่นยนต์ได้ประมวลผลแบบมหาศาล จึงทำให้ตอนนี้หุ่นยนต์มี IQ ที่ฉลาดกว่ามนุษย์แล้ว

การแข่งขันหมากล้อม หรือ โกะ ล่าสุด มนุษย์ที่เก่งที่สุดในโลก แพ้หุ่นยนต์ AlphaGo ของ Google DeepMind

ที่น่าสนใจคือคนไม่ได้ตั้งโปรแกรมว่า AlphaGo ควรจะเดินหมากอย่างไร แต่ AlphaGo เรียนรู้การเดินหมากเองจากการเล่นหลายๆครั้ง

จุดหักเหนี้พึ่งเกิดขึ้นในปีที่แล้ว และในอนาคตหุ่นยนต์จะฉลาดกว่ามนุษย์แบบที่เรานึกไม่ถึง

100 ปีต่อจากนี้ Artificial Intelligence จะทิ้งห่างเทคโนโลยีของมนุษย์ก่อนหน้านี้ทั้งหมด

ดังนั้นโลกนับต่อจากนี้ไปจะเป็นการแข่งขันของการเป็นเจ้าของหุ่นยนต์ที่ฉลาดที่สุด และจำนวนมากที่สุด จึงไม่แปลกใจเลยว่าบริษัทชั้นนำของโลกทั้ง Google และ Facebook กำลังมุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี Artificial Intelligence

โดยที่เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะควบคุม Artificial Intelligence นั้นได้หรือไม่..

Elon Musk ได้กล่าวไว้ว่า มนุษย์ต้องรีบผนวกตนเองเข้ากับ Artificial Intelligence ให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่มนุษย์จะถูกทิ้งห่างและกลายเป็นเหมือนมดที่ไม่เข้าใจว่าโลกภายนอกทำอะไรกันอยู่..



Leave a Reply

40 Comments on "โลกกำลังเข้าสู่ยุค Artificial Intelligence"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ขอบพระคุณครับอาจารย์ จะเหมือน Age of Ultron รึเปล่าครับ

Intelligent explosions

ถ้าคุมไม่ได้ คงแบบ Terminator เลยครับ Ai เจาะเข้าระบบหัวรบล้างบางมนุษย์ =..=”

หรือแบบ matrix ให้คนเป็นแค่ batt หรือ powerbank

ไม่เชื่อว่าหุ่นยนต์จะฉลาดกว่ามนุษย์ … สมองมนุษย์เท่านั้นที่จิตนการได้มากกว่า กว้างกว่า … ความรู้ทั้งหลายเกิดจากสมองมนุษย์.. ถึงจะเอาข้อมูลความรู้ทั้งหมดที่มนุษย์มี บันทึกเป็นสมองของหุ่นยนต์ … มันก็ไม่สามารถคิดเองได้ … ความรู้ใหม่ๆเกิดจากความคิดของมนุษย์เท่านั้น หุ่นยนต์จะล้างเผ่าพันธ์ มนุษย์ไม่ได้ … เว้นแต่มนุษย์เป็นคนใส่โปรแกรมเอง นั่นแหละที่จะทำให้หุ่นยนต์ล้างเผ่าพันธ์มนุษย์… สรุป หุ่นยนต์ไม่ได้ล้างเผ่าพันธ์มนุษย์ … มนุษย์เองนั่นแหละที่ล้างเผ่าพันธ์ตัวเอง

วิ่งตามฝุ่น ให้ทันครับ

รูปนี้คือหุ่นยนต์ที่เราคิดเมื่อก่อนว่าก็แค่โปรแกรมที่ต้องทำตามมนุษย์สั่งงานเท่านั้น เส้นสีเหลืองคือความฉลาดของไอน์สไตน์ เส้นสีเขียวคือความฉลาดของมนุษย์ทึ่มๆ

ส่วนรูปนี้คือความเป็นจริงหลังจากพัฒนาหุ่นยนต์สามารถคิดเองได้ หรือเรียกว่า Machine Learning โดยการเรียนรู้ด้วยตัวเองครับ เป็นคนละเรื่องกับหุ่นยนต์ที่คนทั่วไปคิดว่าคนต้องสั่งให้มันทำตามเท่านั้น

การเรียนรู้ของหุ่นยนต์ไม่จำกัดแค่ภายในกระโหลกมนุษย์ สามารถเชื่อมข้อมูลเป็นล้านล้านข้อมูลด้วยความเร็วแสง ความสามารถของมันจึงพุ่งเกินขีดจำกัดของมนุษย์ ดังตัวอย่างที่มนุษย์เก่งที่สุดเล่นเกมหมากล้อมแพ้หุ่นยนต์ครับ

หุ่นยนต์สมัยใหม่มันคิดได้ครับ

กระบวนการคิดเลียนแบบมนุษย์ครับ เกิดจากการลองผิดลองถูก เปรียบเทียบข้อมูล และนำไปสู่การตัดสินใจว่าควรเลือกสิ่งไหน ทั้งนี้ขึ้นกับเป้าหมายของหุ่นยนต์ว่าเลือกที่จะเรียนรู้ด้านไหน เช่น ตอนนี้หุ่นยนต์ใน google map สามารถตัดสินใจและเลือกเส้นทางที่รถติดน้อยที่สุดได้ดีกว่าคนแล้ว

ลงทุนแมน Machine Learning ที่เห็นอยู่ น่าจะเป็นรถไร้คนขับของกูเกิ้ลนะครับ การเรียนรู้ไม่ยากครับ แค่ yes or no แล้วจำว่าอะไรถูก คอมประมวลผลเร็วทำให้การเรียนรู้เร็ว ส่วน Alphago น่าจะเป็น deep tree search และเอากรณีทีดีที่สุด มาเดิน โดยจำลองวิธีต่างๆ และโอกาสแพ้ พูดง่ายๆ คือมองไปอีก ร้อยชั้น พันชั้น ซึ่งมนุษย์น่าจะจินตนาการณ์ไม่ถึง เพราะคอมคิดเร็วมาก แต่อย่างไรก็ตาม AI ไม่มีทางคิดค้น สิ่งใหม่ๆได้นะครับ มนุษย์มีจินตนากรณ์ สิ่งต่างๆ ทุกวันนี้เกิดจากกฎฟิสิกส์ กฎฟิสิกส์ทุกวันนี้เกิดจาก คณิตศาสตร์ชั้นสูง ซึ่ง ยังไม่มีฟังกชั่นไหน ของคอมทำได้ หากคอมทำได้ ก็แก้ไขปัญหาจักรวาล รวมแรงทั้งสี่ได้แล้วครับ และผมว่าคอมไม่มีทางทำได้ ได้แค่ โลจิกพื้นฐาน ที่คิดได้ไวกว่ามนุษย์

AI คิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าที่เราคิดครับ
ตัวอย่างด้านล่างคือ สามารถแต่งเพลงเองได้ และน่าจะแต่งได้ไพเราะกว่ามนุษย์หลายคน ตอนนี้คงยังไม่ถึงขั้นมนุษย์ แต่อีกหน่อยคงใกล้เคียงมาก จนแยกออกได้ยากว่า ความคิดสร้างสรรค์นั้นมาจากคน หรือ AI
http://www.spin.com/2016/09/first-song-written-by-ai-really-isnt/

ลงทุนแมน ไม่แปลกครับ เพราะคอมทำตาม ทฤษฎีดนตรี ซึ่งเป็นกฎที่มนุษย์คิด กฎคือ โน๊ตความถี่เท่าไหร่ เป็นโน๊ตอะไร บรรไดเสียง คีย์ซี อี เอฟ ประกอบด้วนโน๊ตอะไรเป็นต้น เราก็ป้อนให้คอมคิด เรียบเรียง คอมทำได้ เพราะ มาจากพื้นฐาน ของ กฎ ที่มนุษย์คิด กฎคือสิ่งที่พิสูจน์ได้ทางคติณศาสตร์ แต่ผมว่า คอมไม่สามารถ แก้โจยท์ฟิสิกยากๆ เช่น การรวมแรง เพราะนั้นต้องอาศัย จินตนาการณ์ การยำตัวแปลก การสลับ ค่า อื่นๆ รวมถึงคณิตศาสตร์ชั้นสูงครับ เอาง่ายๆ ตอนนี้ผมยังไม่เห็น ฟังชั่น แคลคูลัส และ อินทริเกต มิติใดๆ ของคอมเลยครับ เข้าใจว่า น่าจะเขียนโปรแกรมค่อนข้างยาก เลยไม่มี source ทางนี้ออกมา

ลงทุนแมน โลกเราพัฒนาเร็วขึ้นแค่ 100 กว่าปีนี้ เพราะ แคลคูลัสครับ ทำให้ เราออกจากสิ่งพื้นฐานที่มองเห็น เพราะเราไม่สามารถเห็นมิติ ที่อยู่เกิน มิติ ที่สามได้ เหมือนเราใช้คณิศาสตร์ทั่วไป แต่พอมีการคิดค้น แคลคูลัสขึ้นมา ซึ่ง นิวตัน ได้นำมาประยุกต์ใช้ ทำให้ เราไปมิติใดๆ ได้ ซึ่งทำให้เราเจอ แรงโน้มถ่วง และสิ่งต่างๆอีกมากมาย จนไอสไตย์ คิดทฤษฎี สัมพันธภาพ ขึ้นมา ผมเข้าใจว่า คิดจากคณิตสาสตร์ก่อน ทีเอาค่ามายำหาความสอดคล้องแก้ สมการ จนเป็นสูตร จากนั้นก็หาความหมายจากสูตร ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่เจอ ฟังชันก์ แคลคลูลัส หรือ อินทริเกตุ ที่แจกเป็นโค้ดออกมาเลยครับ ผมตีว่าไม่น่าจะมีใครเขียนโปรแกรมให้คอมคิดคณิตสาสตร์ชั้นสูงได้ และตีว่า หากอนาคตทำได้ แต่การจะแก้สมการ ต้องอาสัยจินาการณ์เอาตัวแปลสมการณ์ต่างๆ มาเทียบกับอีก น่าจะยุ่งเอาการ แต่การทำให้คอม ฉลาด เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันง่ายกว่าครับ เช่น สวัสดี บอกพยากรณ์อากาศ เตรียมเปิดปิดแอร์ ทำอาหาร เปิดปิดทีวี ขับรถ ลิงค์ข้อมูลต่างๆ ในเน็ตเวิร์ค จองคิวบัตร ตั๋วต่างๆๆ แต่หากจะให้คอมเก่งโดยที่ไม่มีมนุษย์หนุนหลัง คงยากครับ

ขอบคุณที่มาร่วมแชร์ความคิดเห็นครับ มาร่วมกันติดตามยุค AI กันครับ ผมว่าไม่เกิน 20 ปีนี้ น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วว่าจะไปได้ไกลขนาดไหน

AI ที่จะมาจริง ที่เห็นได้ง่ายเลยนะครับ เช่น รถไร้คนขับ แต่สุดท้ายก่อนจะมาต้องแก้กฎหมายรถไร้คนขับให้สามารถใช้ได้ในแต่ละประเทศ หากชนกันใครผิดเป็นต้น หากรถไร้คนขับวิ่งได้ บริษัทใหญ่ๆ ที่ทำรถไร้คนขับ ก็ต้องทำกติการ่วมโปรโตคอลเดียวกัน และใช้ข้อมูลเดียวกัน รถไร้คนขับแต่ละค่าจะต้องส่งข้อมูลตำแหน่งตัวเองไปยังเซฟเวอร์กลางเดียวกัน เซฟเวอร์ถึงจะตัดสิน ให้คันไหน แซง หรือ หลบคันไหน ตอนนี้รถไร้คนขับยังน้อย เลยเหมือนเดินทางปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ แต่หากวันนึง รถไร้คนขับเยะ หากไม่ทำระบบแบบที่ว่า มีบักแน่ครับ รถเอ่อ จอดนิ่งสนิท วนลูปแก้ปัญหากันจนเอ่อ 20 ปีนี้น่าจะดูแล้วยังยากเลยครับกว่าจะ ใช้กันแพร่หลาย หากมอง20 ปี ผมว่ารถไฟฟ้าแทนรถน้ำมันเป็นได้มากสุด สิริ กูเกิ้ล พยากรณ์อากาศ เปิดไฟปิดแอร์เป็นต้น

ตอนนี้microsoft พัฒนาให้ai เขียนโค๊ดเองได้แล้วครับ

จุดเด่นของ AI คือไม่มี hard limit ในเรื่องการเรียนรู้ครับ หลายๆอย่างที่เราคิดว่า AI ไม่น่าจะทำได้ ซักวันนึงมันก็จะทำได้

อ่านแล้วสะใจจริง ครับ

ที่จริงแล้ว ได้อ่านว่าผู้นำในตลาดในด้าน AI คือบริษัท Baidu สัญชาติจีน ที่ทำรถยนต์ที่วิ่งได้เอง แล้วหุ่นยนต์ต้อนรับลูกค้าในร้านอาหาร KFC

Dr.Andrew Ng ผู้ก่อตั้ง Google Brain ได้กล่าวอย่างนี้:”Baidu’s AI is incredibly strong, and the team is stacked up and down with talent; I am confident AI at Baidu will continue to flourish. In the future I want AI to be as pervasive as electricity is today,”

ขอบคุณครับ Baidu กำลังมุ่งหน้าสู่ AI เหมือนกันครับ Tencent ด้วย สรุปแล้วทุกบริษัทชั้นนำของโลก กำลังเดินไปทางนี้ครับ

AI ของ Google เมื่อไหร่จะบุก Starcraft.

หลังจากหมากล้อม ต่อไปคือ starcraft ครับ กำลังพัฒนาอยู่

ต้องจำกัด apm มั้ยครับ ถ้าเยอะเกินที่คนกดได้ก็น่ากลัวมากครับ เพราะสามารถบังคับยูนิตทีละตัวๆได้เลย

น่าจะต้องนะครับ จะได้แฟร์ๆ

ถ้าเอาไปใช้ในเชิงทหารหรือสงครามละครับ ถือว่าเสี่ยงไหมสำหรับมนุษย์ชาติ

เท่าที่ผมคิดได้จะมี 3 รูปแบบคือ
1) เป็นหุ่นยนต์สงครามโดยตรง ที่หุ่นยนต์คิดเองลุยเองได้
2) เป็นหุ่นยนต์ที่บังคับทางไกลจากคนอีกทีหนึ่ง เช่น โดรน ตอนนี้
3) เป็นกึ่งคนกึ่งหุ่นยนต์ที่ มนุษย์อยู่ข้างใน แต่ทำให้วิ่งเร็ว หรืออาวุธแรงขึ้น คล้าย ironman

ทำแล้วนะครับ ทำจำลองการต่อสู้ทางด้านการต่อสู้ทางอากาศ คนแพ้ครับ

ที่จริง Thailand 4.0 คือ
การที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุค Robotic
ซึ่งมนุษย์จะต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกขั้น
ไม่ใช่แข่งกับความยากจนหรือคนชาติอื่น
แต่แข่งกับความสามารถของหุ่นยนต์และ AI
และสร้าง Value ที่หุ่นยนต์สร้างไม่ได้

สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องผลักดัน คือ

Techopreneur Network
กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความรู้เชิงเทคโนโลยี
และมีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
ผ่านการ Cross Industry และ Mentoring

Human Capital Development
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รุ่นใหม่
ที่มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรร
และมี Unfair Advantages

Aging Society Platform
รูปแบบการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีและ
ความยั่งยืนสำหรับสังคมผู้สูงอายุ

Internet of Things with Infra-structute
นวัตกรรมการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆด้วยโครงข่ายพื้นฐาน
อินเตอร์เนตที่มีประสิทธิภาพ

Logistics Innovation & ePayment
นวัตกรรมในการขนส่งและการเงินอิเลคทรอนิกส์

Artificial Intelligence & Big Data
ปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
เพื่อใช้วิเคราะห์และวางแผนกลยุทธระดับชาติ

Natural & Alternative Energy
การพัฒนาพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด
จากธรรมชาติเช่น Solar, Wind และ Water

Digital Transformation
การปรับโครงสร้างทั้งภาครัฐและธุรกิจ
ให้เข้าสู่ยุค Digital ทั้งด้านการตลาด
การบริหาร และการผลิตสินค้าและบริการ

tech อื่น new all time high กันหมด, Baidu ดูนิ่งๆมาหลายปีแล้ว(mkt cap), พี่ลงทุนแมนมีความเห็นยังไงบ้างมั๊ยครับ?

Bidu โดนทางการจีนควบคุมโฆษณาครับ ปีที่แล้วมีเหตุการณ์ชายจีนคนหนึ่งเชื่อโฆษณารักษามะเร็งใน baidu แต่สรุปอาการแย่ลงและเขียนลงใน blog เป็นเรื่องดราม่าจนทางการต้องมา ควบคุมโฆษณาครับ

สุดยอดครับ, ขอบคุณมากครับ

เครื่องจักรจะควบคุมมนุษย์
ในยุค 8.0

1. อยากเสริมครับ Alphago ใช้เทคนิคเรียกว่า Deep Learning ซึ่งเป็นเทคนิค Neural Network เป็น Subset ของ Machine Learning 2. Neural Network ไม่ใช้การเปรียบเทียบข้อมูลนะครับ ใช้ ความน่าจะเป็นในการคำนาย โดยได้รับแรงบาดาลใจมาจาก neurons ที่อยู่ในสมองของมนุษย์เป็นครือข่ายประสาทเทียม 3. จริงๆแล้ว Machine Learning เกิดมา ตั้งแต่ปี 1980 แล้วนะครับแต่งานของ จำพวกนี้จะใช้ Trial and Error เป็นส่วนใหญ๋ แต่พอเป็นงานที่ซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องหาเทคนิคใหม่ ซึ่ง Deep Learning หรือข้อแรกที่ Alphago ใช้ครับ ** เท่ากับว่างานอะไรก็ตามเดี้ยวก็จะมีเทคนิคใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ ยกตัวอย่าง ตอนนี้ Deep Learning ต้องใช้ จำนวน CPU มหาศาลในการคำนวณซึ่ง จะทำให้ต้นทุนในการใช้งานแพงขึ้นเรื่อยๆ ก็หมายถึง ต้นทุนของการให้บริการเชิงธุรกิจด้วย ซึ่ง CPU นั้นแทน neurons จำนวน 1 node ในการใช้ เทคนิค Deep Learning ในการทำนายต่างๆ แต่ตอนนี้ IBM breakthrough โดยการทำ CPU ที่เรียกว่า neurons CPU หรือเรียกว่า one million neuron brain-inspired processor ถ้าให้ผมนิยามเข้าใจง่ายคือการเอา จำนวน Core ของ CPU เข้าไปเป็น neurons ใน CPU อีกทีหนึ่งแต่ CPU จำนวนนี้จะถูกใช้เฉพาะงาน Deep Learning ทำงานประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าทำได้ใน… Read more »

เยี่ยม

ขอบคุณครับ

ถ้าจำไม่ผิดหมากล้อมมือหนึ่งของโลกกับ a.i.น่าจะแข่งปลายเดือนนี้ไม่ใช้เหรอครับ

Norrawit Towanabut

ขอบคุณครับ

ศจ.สตีเฟน ฮอบกิ้น กะบิล เกตส์
ไม่สนับสนุน AI เลย