หุ้นบริษัทใหญ่สุดในโลก All Time High

หุ้นบริษัทใหญ่สุดในโลก All Time High

ปี 2017 ผ่านไป 4 เดือน ตอนนี้หุ้นบริษัทที่ใหญ่สุดในโลกกำลังแข่งกันทำจุดสูงสุดใหม่ไปเรื่อยๆ ถ้าให้ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้มีมูลค่าเรียงลำดับได้ดังนี้
1) Apple 14.5 ล้านล้านบาท
2) Google 7.3 ล้านล้านบาท
3) Microsoft 8.4 ล้านล้านบาท (เป็นอันดับ 3 เพราะตอนนี้เล็กกว่า Google)
4) Amazon 3.8 ล้านล้านบาท
5) Facebook 3.8 ล้านล้านบาท

5 ปีที่แล้ว ประเทศไทย มี GDP ที่ 12.4 ล้านล้านบาท จะเห็นได้ว่ามี Apple บริษัทเดียวที่มีมูลค่ามากกว่า GDP ประเทศไทย

นอกนั้นประเทศไทยยังทิ้งห่างบริษัทอื่นๆอยู่มาก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี บริษัทเติบโตขึ้น..

มีหลายท่านบอกว่าหุ้นขนาดใหญ่เปรียบเหมือนช้างที่โตช้า ลงทุนหุ้นเล็กๆถึงจะเสี่ยงสูงกว่าแต่สามารถโตได้รวดเร็วกว่า

แต่คำพูดนี้คงใช้ไม่ได้กับหุ้นเทคโนโลยีของอเมริกาจากเดิมที่เคยเป็นช้าง ตอนนี้กลายเป็นไดโนเสาร์ไปแล้ว

ทำไมจากช้างถึงเป็นไดโนเสาร์ได้?

เพราะว่าบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้แต่เดิมขายให้เฉพาะคนในอเมริกาและประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศทำให้เป็นช้าง

แต่ตอนนี้กำลังแย่งส่วนแบ่งจากตลาดทั่วโลกรวมถึงประเทศที่กำลังพัฒนา ตอนนี้จึงกลายร่างจากช้างเป็นไดโนเสาร์

เรายังนึกไม่ออกเลยว่า จะมีบริษัทไทยที่เป็น Apple Google Microsoft Amazon Facebook ได้อย่างไร

และธุรกิจเดิมของไทยก็กำลังถูกไดโนเสาร์ 5 ตัวนี้ เขมือบไปเรื่อยๆ

เรามาดูกันว่าถ้าเราซื้อหุ้น 5 ตัวนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้เราจะได้กำไรเท่าไร
1) Apple 78%
2) Google 205%
3) Microsoft 121%
4) Amazon 313%
5) Facebook 293%

บริษัทใหญ่สุดของโลกปัจจุบันมีมูลค่าที่มากขึ้นเป็น
1) Apple 25.8 ล้านล้านบาท
2) Google 22.2 ล้านล้านบาท
3) Microsoft 18.5 ล้านล้านบาท
4) Amazon 15.5 ล้านล้านบาท
5) Facebook 15.2 ล้านล้านบาท

ที่น่าสนใจคือ

ตอนนี้ทุกบริษัทมีมูลค่าใหญ่กว่า GDP ประเทศไทยในปัจจุบันที่ 14 ล้านล้านบาท..



Leave a Reply

23 Comments on "หุ้นบริษัทใหญ่สุดในโลก All Time High"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ขอบคุณครับ

ผมชอบ amazon นะครับกาแฟอร่อยดี… แวะทุกวัน โตไปไกลแล้ว…

อันนี้ได้อยู่

สงสัยถ้าเขมือบไปเรื่อย ๆ ทุกประเทศทั่วโลกจากไดโนเสาร์ก็จะกลายเป็น “อุกกาบาต” ล่ะ

สักวันทั้งโลกคงเหลือแค่ไม่กี่บริษัท

หุ้น IT โตเหมือนจักรวาลที่ไม่มีจุดสิ้นสุด แต่เราทุกคนต่างก็รู้ว่าสุดท้ายก็ต้องจบแบบทุกครั้ง ตูม กลายเป็นโกโก้ครั้น

แล้วก็จะมีอุตสาหกรรมอื่นโตขึ้นมาปั่นตลาดแทน

โกโก้ครั้น อร่อยดีนะครับ กินประจำเลย

อุตสาหกรรมที่จะมาปั่นตลาดแทน
อุตสาหกรรม it คือ ..อุตสาหกรรม โกโก้ครับ

555

แต่เราไม่รู้เมื่อไหร่ หรือไม่มี ถ้าเค้าสามารถพัฒนาบริษัทเค้าให้สามารถเติบโตไปได้เรื่อยๆ

เช่นอะไรคะ นึกออกแต่กลุ่มพลังงานทดแทนในคมนาคม กับกลุ่ม AI

คิดเหมือนกันเลยครับ

ส่วนตัวผมใช้บริการ 4ใน5 ของบริษัท ที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับพลาดโอกาสในการลงทุน

Jinna Phetkhomkrit

ซื้อเฟซบุกๆ

ที่น่าสนใจคือประเทศไทยโต แค่ 2ล้านล้านบาท แปลว่าสมมติว่ามีนายทุนที่รวยมากๆมาลงทุนกับบริษัทในไทยทุกบริษัทรวมกันยังไม่เท่ากับลงทุนกับแอปเปิล บ เดียวงิหรอคะ ลงทุนแมน ถามเปนค รู้ค่ะ 🙂

GDP คือมูลค่าการบริโภค + การลงทุนของภาครัฐกับเอกชน + การส่งออก- การนำเข้า หรือเรียกสั้นๆว่าเป็นผลผลิตของทั้งประเทศ

ส่วนมูลค่าบริษัท นำมาจากราคาหุ้น คูณด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทครับ

สรุปคือนักลงทุนยอมจ่ายราคาหุ้นบริษัท Apple มากกว่ามูลค่าผลผลิตที่ประเทศไทยผลิตได้ทั้งหมด 1 ปี

ถ้าให้เทียบตรงๆ น่าจะเทียบกับ มูลค่าทั้งหมดของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย ทั้งหมดมีประมาณ 14 ล้านล้านบาท เหมือนกันครับ

แปลว่า Apple บริษัทเดียว มีค่ามากกว่า ปตท ท่าอากาศยานไทย ค่ายโทรศัพท์มือถือ ซีพี เซเว่น ธนาคารต่างๆในไทยรวมกันทั้งหมด

แรวงงงงงงมากกก แต่สรุปได้กระจ่างค่า ขอบคุณมาก เจ็บแต่จบ

Chaitana Kswtn