อวกาศของ Bezos และ Musk

อวกาศของ Bezos และ Musk

อวกาศของ Bezos และ Musk / โดย ลงทุนแมน
ในอนาคต..
ถ้าเราต้องขึ้นไปอยู่บนอวกาศ มี 2 ทางให้เลือก
อยู่บนสถานีอวกาศซึ่งโคจรรอบโลก หรือ
จะไปอยู่ที่ดาวอังคาร
ทำไมถึงมีแค่ 2 ทางเลือกนี้

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เจฟ เบโซส CEO ของ Amazon เจ้าของธุรกิจ E-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้ว่าจริงๆแล้ว เขาก็เป็นเจ้าของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอวกาศเช่นกัน

Blue origin เป็นบริษัทส่วนตัวของเบโซส ถูกก่อตั้งเมื่อปี 2000 โดยเป็นผู้ให้บริการในการสร้างกระสวยอวกาศและการขนส่งอวกาศ

ปลายปี 2017 เบโซสขายหุ้นใน Amazon.com Inc. มูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาบริษัท Blue origin ของเขาเพื่อพัฒนาโครงการนำมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ

ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่การขายหุ้นครั้งแรกของเขา
ปี 2016 เบโซส ขายหุ้นออกไปเป็นมูลค่า 671 ล้านเหรียญ และ
ต้นปี 2017 ที่ผ่านมา เบโซส ก็เพิ่งขายหุ้นออกไปเป็นมูลค่า 940 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนั้น เบโซส เองยังเคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะขายหุ้นปีละ 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุนเพิ่มในบริษัท Blue origin ของเขาเช่นกัน

แสดงว่าเบโซสเองก็สนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอวกาศมาก ถึงกับยอมขายหุ้นของตัวเองใน Amazon เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจนี้

ล่าสุด Blue origin กำลังมีแผนสร้างจรวดใหม่ที่ชื่อว่า New Glenn สำหรับขนส่งดาวเทียม

ส่วน อีลอน มัสก์ อย่างที่เราทราบกันดีว่า เขาเป็นเจ้าของบริษัท SpaceX ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา Space X พึ่งประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon Heavy ซี่งมีแรงขับเคลื่อนมากที่สุดในโลก

ในจรวดได้มีการนำรถส่วนตัวของมัสก์ Tesla Roadster ขึ้นไปด้วยซึ่งถือว่าเป็นการนำรถทั้งคันที่ประกอบเสร็จแล้วขึ้นสู่อวกาศได้เป็นครั้งแรก

มองเผินๆ Blue origin ก็ดูไม่ได้แตกต่างจาก SpaceX ซักเท่าไหร่

แต่จริงๆแล้วแนวคิดนั้นค่อนข้างที่จะแตกต่างกันมากเลยทีเดียว

เบโซส จะมองว่าโลกเป็นสวนสาธารณะ และจะให้คนไปอาศัยในสถานีอวกาศ ซึ่งเป็นอาณานิคม (Colony) โคจรรอบโลก

เพราะฉะนั้นบริษัทของเบโซสเองจึงไม่ได้สนใจที่จะสำรวจดาวดวงใหม่ๆเท่าไหร่นัก

บริษัท Blue origin ของเขาจึงเน้นไปที่การขนส่งอวกาศเป็นหลัก

สำหรับ มัสก์ เขามองว่า ดาวอังคารน่าจะเป็นดาวดวงใหม่ในอนาคตซึ่งอาจจะอยู่อาศัยแทนโลกได้

ธุรกิจของ SpaceX จึงรวมในหลายด้านทั้ง ขนส่ง สำรวจ รวมถึงการมองหาเทคโนโลยีซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ที่ดาวอังคารได้

ทั้งเบโซสและมัสก์เองก็ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกันอย่างชัดเจน

โดยเบโซสได้เคยออกมาพูดแย้งกับมัสก์ว่า

“จากการที่เราได้สำรวจดาวมาหลายๆดวงในระบบสุริยะ เชื่อผมเถอะว่าโลกที่เราอยู่นี้ดีที่สุดแล้ว”

ส่วนมัสก์ก็พูดอยู่เสมอว่า

“โลกจำเป็นต้องมีอีกดาวดวงหนึ่งสำรองไว้ เผื่อว่าโลกเป็นอะไรไป”

ซึ่งเราอาจจะต้องดูกันต่อไปว่าทั้ง 2 บริษัทนี้ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

สำหรับ SpaceX มัสก์ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า ปี 2022 จรวดของเขาจะต้องไปถึงดาวอังคาร

อวกาศอาจจะถูกมองเป็นเรื่องไกลตัว อีกนานกว่าจะมาถึง

ซึ่งอดีตที่ผ่านมา หลายๆเรื่องเองก็ดูลักษณะคล้ายกัน

สมัยก่อนกว่าเราจะใช้อินเทอร์เน็ตได้ต้องรอเสียงดังจากโมเด็มและได้ความเร็วที่ช้า

ผ่านมาไม่กี่ปี ใครจะนึกว่าเราเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วที่สูงในมือถือได้

เราควรจะเตรียมความพร้อมที่จะปรับตัวให้กับเรื่องที่จะเกิดขึ้น

เพราะอนาคตจะเข้ามาเร็วกว่าที่เราคิดเสมอ..

มีคำถามที่น่าคิดทิ้งทาย

สมมติว่าโลกนี้อยู่ไม่ได้จริงๆ

เราอยากจะอยู่ที่ไหน?

ระหว่าง
ดาวอังคาร หรือ อาณานิคมที่โคจรรอบโลก..
———————-
<ad> ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็ติดตามลงทุนแมนได้ฟรีที่ แอปลงทุนแมน http://longtunman.com/appinstagram, twitter, youtube, line โดยค้นหา ไอดีชื่อ longtunman ในแพลตฟอร์มนั้น
———————-

Reference
-https://www.space.com/39530-blue-origin-new-glenn-be-4-engine-test.html
-https://www.blognone.com/node/96854
-https://www.space.com/39655-elon-musk-falcon-heavy-launch-natgeo-video.html
-https://en.wikipedia.org/wiki/SpaceX
-https://en.wikipedia.org/wiki/Blue_Origin
-https://www.vanityfair.com/news/2018/03/jeff-bezos-and-elon-musk-are-ramping-up-their-space-race
[5293].

Comments

comments