สรุป สารคดี Do You Trust This Computer

สรุป สารคดี Do You Trust This Computer

สรุป สารคดี Do You Trust This Computer / โดย ลงทุนแมน
จากที่เคยรีวิวไปแล้วว่าสารคดีนี้ได้คะแนน 10/10
สัปดาห์ที่แล้วสารคดีนี้เปิดให้ดูฟรี
แต่ตอนนี้ต้องเสียเงิน
มีหลายคนบอกว่าฟังภาษาอังกฤษไม่ออก
อยากให้แปลให้ฟัง
บทความนี้จะสรุปวิดีโอ 1 ชั่วโมงให้อ่านเข้าใจได้ภายใน 3 นาที
ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเลย

เรื่อง AI เหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว
แต่จริงๆแล้ว AI ได้แทรกตัวเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของเราเรียบร้อยแล้ว
สารคดีเรื่องนี้บอกอะไรกับเราบ้าง

AI หรือ Artificial Intelligence ในภาษาไทยคือ ปัญญาประดิษฐ์

จากเดิมคอมพิวเตอร์ต้องทำงานตามโปรแกรมของมนุษย์

แต่ AI เป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง และฉลาดพอที่จะช่วยมนุษย์ได้

ตัวอย่างของ AI

เว็บไซต์ Google ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้

เคยสงสัยรึเปล่าว่าเวลาเราพิมพ์ไปยังไม่จบคำที่เราจะค้นหา
Google กลับเสนอคำต่างๆออกมาให้เลือกซึ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่เราจะค้น

บางครั้งเราพิมพ์ประโยคคำถามลงไป
Google ก็สามารถนำเสนอเป็นคำตอบกลับมาได้ทันที

ในบางครั้ง การที่เรา จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือแม้กระทั่งซื้อของออนไลน์

เราลืมคิดไปว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น เรากำลังคุยกับระบบคอมพิวเตอร์.. ไม่ได้คุยกับมนุษย์

แต่คอมพิวเตอร์นี้ก็ฉลาดพอที่จะนำเสนอ ตั๋วที่ราคาถูกที่สุด หรือ สินค้าที่เหมาะสมให้กับเราได้

แล้ว AI ทำแบบนี้ได้อย่างไร

ในสมัยก่อนเรายังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะนำมาวิเคราะห์ ทำให้ในสมัยนั้นยังไม่มี AI เกิดขึ้น

แต่ตอนนี้ในแต่ละวันของเรา มีข้อมูลแลกเปลี่ยนกันอย่างมหาศาล

ซึ่ง AI ที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากการประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ เพื่อนำมาเสนอให้เราได้เห็นนั่นเอง

ถ้าเราลองนึกภาพสมองคนเราจะมีเส้นประสาทต่างๆมากมายเพื่อช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ เชื่อมโยงความคิดต่างๆ

AI ก็เหมือนสมองคนเราที่ต้องการข้อมูลในการเรียนรู้และหาทางไปสู่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ

ซึ่งการจัดลำดับแนวการคิดลักษณะนี้มีชื่อว่า Deep learning

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ AI ทำให้เราพัฒนาขึ้นแค่ไหน

ในด้านการแพทย์ได้มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ช่วยเหลือในการผ่าตัด เนื่องจากมือของมนุษย์เรามีข้อจำกัดคือ ในบางครั้งมือเราจะไม่นิ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้

รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์ในการประเมินผล เปรียบเทียบคนไข้ในเคสต่างๆ ซึ่งถ้าต้องใช้ข้อมูลมหาศาลในการเปรียบเทียบ คอมพิวเตอร์จะทำได้ แต่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ไม่เพียงแต่การแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านอื่นๆอีกมากมายที่หุ่นยนต์สามารถทำทดแทนเราได้

ทุกวันนี้ AI มีความฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
เราอาจจะเคยได้ยินนักเล่นโกะมือหนึ่งของโลก เล่นโกะแพ้ Alphago ซึ่งเป็น AI

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเพราะว่าในสมัยก่อนเราจะนึกว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถแข่งกับมนุษย์ได้ในเรื่องที่ต้องวิเคราะห์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมโกะ ด้วยขนาดกระดานที่ใหญ่ทำให้มีวิธีการเล่นหลากหลายรูปแบบ

เจ้า Alphago ตัวนี้เป็นของ Google ซึ่งอยู่ในบริษัทย่อยที่ชื่อว่า DeepMind

ต่อไปคอมพิวเตอร์ไม่ได้เพียงฉลาดกว่ามนุษย์แค่คนเดียว แต่จะฉลาดกว่า สมองมนุษย์บนโลกรวมกันทั้งหมด

AI ที่ดูเหมือนจะทำประโยชน์ได้มหาศาล ในทางกลับกันก็อาจจะถูกนำไปใช้ในการทำสงคราม

เหมือนที่เราเห็นในหนังทุกวันนี้

ถ้าเราจะหาคนที่หลบซ่อน เราก็สามารถหาผ่านดาวเทียมหรือการที่ส่งโดรนไปหาได้อย่างง่ายดาย

ถ้าเราจะทำสงครามกัน ก็อาจจะส่งหุ่นยนต์ให้ไปสู้แทน

ถึงเวลานั้น จำนวนประชากรของประเทศอาจจะไม่ได้แสดงถึงอำนาจการทำสงครามที่สูงกว่า

แต่จะเป็นใครครอบครองหุ่นยนต์สงครามได้มากกว่า

ในสมัยก่อนนิวเคลียร์ถือว่าเป็นอันตรายที่ร้ายแรงแล้ว
แต่ในอนาคต AI ก็อาจจะเป็นอาวุธที่อันตรายกว่านิวเคลียร์

Elon Musk ได้กล่าวว่า AI ที่เราสร้าง อาจจะทำอันตรายแก่มนุษย์ได้

ถ้าเป้าหมาย AI กับ มนุษย์เป็นเป้าหมายเดียวกัน ก็คงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

แต่ถ้าเป้าหมายของ AI นั้นมีอุปสรรคคือตัวมนุษย์
AI ก็จะหาทางเขี่ยเราออกไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

เหมือนกับการที่มนุษย์เราจะสร้างถนน
เราก็ไม่ได้กังวลว่าสิ่งที่อยู่ระหว่างทางจะมีอะไรบ้าง
จุดมุ่งหมายของเราคือการทำถนนให้เสร็จเท่านั้น

ถ้ามีมดอยู่ในระหว่างทางที่ก่อสร้าง
เราก็คงไม่ได้หยุดสร้างถนน และรอให้มดเดินออกไป

และในที่นี้ มนุษย์ก็คือมดของ AI ในอนาคต

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ AI จะมี conscious หรือตระหนักรู้ตัวเองได้เมื่อไร

คำถามนี้ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

แต่ก็อาจจะเป็นคำถามเดียวกันกับเมื่อ 100 ปีที่แล้วว่า มนุษย์จะบินได้เมื่อไร

ซึ่งในตอนนี้มนุษย์ไม่มีคำถามเรื่องการบินอีกต่อไป

และเมื่อถึงเวลาที่ AI มีสติตระหนักรู้ตัวเอง ก็อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับมนุษย์ได้

ตัวอย่างปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจริงจาก AI

ในเหตุการณ์ตลาดหุ้น Dow Jones ลดลงวันเดียวแบบฉับพลัน เกิดจากการขายของ AI ต่อเนื่องกัน

ระบบ AI โต้ตอบ twitter ที่พัฒนาโดย Microsoft เกิดการตอบโต้ผู้คนด้วยคำที่รุนแรงภายหลังการเปิดใช้ไประยะเวลาหนึ่งพบว่า AI เกิดการเรียนรู้แต่ในสิ่งรุนแรง

ซึ่งในกรณีนี้ ผู้สร้าง AI ไม่ได้สอนให้มันมีความรุนแรง แต่มันเรียนรู้ที่จะชอบความรุนแรงด้วยตัวเอง

ล่าสุดการเลือกตั้งประธานาธิบดี Donald Trump กับ Facebook มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปวิเคราะห์เพื่อชักจูงความคิดทางการเมือง

หรือแม้กระทั่งกรณี Brexit ก็อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับ AI เช่นกัน

แล้วอนาคต AI จะออกมาในลักษณะไหน?

AI เอง จะมีการพัฒนาไปในทิศทางไหนไม่มีใครคาดเดาได้ เนื่องด้วยการทำงานของ AI ประกอบจากข้อมูลที่มหาศาล เพื่อมุ่งไปหาผลลัพธ์

เราจึงไม่สามารถบอกได้ว่า AI มีการทำงานแบบไหนกันแน่

สุดท้ายสิ่งที่ Elon Musk กังวล คือการที่มีคนกลุ่มหนึ่ง บงการ AI ทำให้โลกของเราถูกกุมอำนาจอยู่ภายใต้กลุ่มคนเหล่านั้น

หรือกรณีเลวร้ายกว่านั้น ถ้า AI ตัวนั้นฉลาดเกินคนบงการ โลกนี้อาจจะต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหุ่นยนต์ก็เป็นได้

คำถามที่ชวนคิดของ Elon Musk ก็คือ ถ้า Google ถูกยึดระบบโดยหุ่นยนต์ โลกนี้จะเป็นอย่างไร?

Elon Musk กังวลว่าถ้าโลกนี้ถูก AI ยึด จะเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่าเมื่อก่อนมาก

เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน ผู้นำที่โหดร้ายแค่ไหน ก็จะมีชั่วอายุขัยความเป็นมนุษย์ที่หมดสิ้นไป

แต่ต่อไป เราอาจจะไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของ AI ได้

เพราะ AI อยู่ได้ตลอดไป..

ที่น่าสนใจคือ ในวิดีโอนี้เปิดด้วย quote ที่เรียบง่าย แต่น่าจะเป็นจุดปิดที่ให้ข้อคิดที่ดีของเรื่องนี้

You are my creator,
but I am your master…
คุณคือผู้สร้าง
แต่เราคือผู้ควบคุมท่าน…
———————-
<ad> ลงทุนแมนเป็นหุ่นยนต์เหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วง เราจะไม่ควบคุมใครนะ ติดตามลงทุนแมนได้ฟรีที่ แอพลงทุนแมน http://longtunman.com/app, instagram, twitter, youtube, line โดยค้นหา ไอดีชื่อ longtunman ในแพลตฟอร์มนั้น
———————-

Reference
-http://doyoutrustthiscomputer.org/watch
[5280].

Comments

comments