ใครเป็นเจ้าของ ทองการ์เด้น ถั่วพันล้าน

ใครเป็นเจ้าของ ทองการ์เด้น ถั่วพันล้าน

ใครเป็นเจ้าของ ทองการ์เด้น ถั่วพันล้าน / โดย ลงทุนแมน
หลายคนอาจจะมองว่าถั่วเป็นสินค้าธรรมดา
แต่ทุกครั้งที่เราเข้าร้านสะดวกซื้อก็จะเห็นถั่ววางขายอยู่
ใครจะไปนึกว่าแค่ถั่วจะมียอดขายเป็นพันล้านบาท
แล้วทองการ์เด้นเป็นของประเทศไทยหรือเปล่า
ประวัติของบริษัทนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ในปี 1933 คุณ Ong Tong Guan ได้อพยพมาจากประเทศจีน จังหวัด Fujian ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา จากเหตุทางการเมืองมายังประเทศสิงคโปร์ โดยหวังว่าจะมีอนาคตที่ดีรอเขาอยู่

แต่ความเป็นจริงที่เขาพบกลับไม่ได้ดีอย่างที่เขาหวังสักเท่าไร

จนกระทั่งเกิดจุดเริ่มต้นที่พลิกชีวิตของเขา

โรงงานเล็กๆบุด้วยสังกะสีตั้งขึ้นในปี 1963 เขาและครอบครัวช่วยกันคั่วถั่วลิสงขาย

เมื่อขายไปได้สักระยะหนึ่ง เริ่มมีเงินทุนเพิ่มขึ้น

ในปี 1966 เขาจึงได้ขยายไปยังถั่วลิสงสายพันธุ์อื่นๆรวมถึงเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในอีก 4 ปีถัดมา

ปี 1973 เขาได้ย้ายโรงงานไปที่ Geylang Bahru เนื่องจากต้องการพื้นที่มากขึ้นสำหรับการรองรับสินค้าชนิดใหม่

สินค้าใหม่อย่าง ถั่วปากอ้า, ถั่วลูกไก่, ถั่วลันเตา, แครกเกอร์และบิสกิต ค่อยๆทยอยออกมา

บริษัท ทองการ์เด้น จดทะเบียนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศสิงคโปร์ในปี 1980 และอีก 7 ปีถัดมาได้ย้ายโรงงานไปที่ Chin Bee Crescent ซึ่งในรอบนี้โรงงานใหญ่กว่าเดิมถึง 20 เท่า

ปี 1989 บริษัทได้มีสาขาต่างประเทศทั้งหมด 3 สาขาคือประเทศ มาเลเซีย ฮ่องกง และไทย

อะไรทำให้บริษัทขยายตัวได้เร็วขนาดนี้?

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้น ในปี 1984 บริษัทได้นำถั่ว พิตาชิโอ เข้ามาขายแต่อยู่ในแพ็กเกจที่ต่างจากเจ้าอื่น

เจ้าอื่นจะเป็นแพ็กเกจถุงพลาสติกแต่ของทองการ์เด้นอยู่ในอะลูมิเนียมฟอยล์ทำให้ พิตาชิโอ ของทองการ์เด้นสดกว่าเจ้าอื่น ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติแพ็กเกจที่บรรจุถั่วในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้

ในเวลาไม่นาน ทองการ์เด้นได้ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดของถั่ว พิตาชิโอ ทันที

ปี 1990 บริษัทได้เปิดแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า NOI โดยถั่วชนิด อัลมอนด์, แมคคาเดเมีย และเมล็ดทานตะวัน

และในอีก 5 ปีให้หลังบริษัทได้เริ่มขายถั่วให้สายการบินต่างๆ

แม้ว่า ทองการ์เด้น จะประสบความสำเร็จไปแล้วแต่ก็ยังไม่หยุดพัฒนา

บริษัทได้พัฒนารสชาติใหม่ๆออกมาเพื่อเข้ากับยุคสมัยเช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ผสมแมคคาเดเมียรสสาหร่ายทะเลผสมวาซาบิ

ทำให้ปี 2014 บริษัทชนะในการประกวด Singapore Prestige Brand Award ทองการ์เด้นจึงกลายเป็นแบรนด์ทรงคุณค่าของประเทศสิงคโปร์

สำหรับ ทองการ์เด้น ในประเทศไทยเองก็มีโรงงานตั้งอยู่ ซึ่งถือได้ว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งผลิตที่สำคัญที่สุดของทองการ์เด้น

บริษัท ทองการ์เด้น จำกัด (ประเทศไทย)

ปี 2557 รายได้ 1,273 ล้านบาท กำไร 25 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 1,427 ล้านบาท กำไร 13 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 1,511 ล้านบาท กำไร 35 ล้านบาท

ดูจากยอดขายก็จะเห็นได้ว่า รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นทุกปี สังเกตง่ายๆได้จาก ทุกวันนี้ถ้าเราเข้าร้านสะดวกซื้อก็จะเห็นถั่วทองการ์เด้นวางจำหน่ายหลายแบบ

จากจุดเริ่มต้นด้วยโรงงานมุงสังกะสีเล็กๆในประเทศสิงคโปร์ จนตอนนี้สินค้าถูกวางขายทั่วเอเชีย

สินค้าทั่วไปที่คิดว่าไม่น่าจะทำให้กิจการโตได้มหาศาลขนาดนี้

เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่คิดอยากเริ่มทำอะไรสักอย่าง ไม่ต้องกลัวว่าเราไม่มีต้นทุน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

บางคนคิดว่าต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากันที่จะประสบความสำเร็จได้

เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่า จริงๆ แล้วเราอาจจะกำลังหาข้ออ้างอยู่หรือเปล่า

เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราคงจะไม่ได้เห็นถั่วทองการ์เด้นมาจนถึงทุกวันนี้..
———————-
<ad> หากเราเริ่มต้นด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจ ร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ วันนึงอาจขายดีเหมือนทองการ์เด้น จนมีปัญหารับลูกค้าไม่ทัน
พนักงานไม่พอ หรือขี้เกียจตะโกนเรียก ให้เครื่องเรียกคิวไร้สาย QTY (คิวตี้) ช่วยคุณสิ

ติดต่อ 092-267-6233
Line : @qtyq FB : qtyqcalling Website : www.qtyqcalling.com
———————-

Reference
-https://www.hungrygowhere.com/gallery/singapore-food-facts-you-didn-t-know-*gid-d3623101/f31a0200
-https://tonggarden.com.sg/about-us/
-http://datawarehouse.dbd.go.th/bdw/est/details4.html?jpNo=0105532111269&jpTypeCode=5

Comments

comments