civilization: มนุษย์ในปี 2045

civilization: มนุษย์ในปี 2045

มนุษย์ในปี 2045 / โดย ลงทุนแมน
ถ้าให้คาดเดาว่ามนุษย์จะเป็นอย่างไรในปี 2045
อาจจะน่าตกใจว่า
มนุษย์อาจจะไม่เหมือนมนุษย์แบบเดิมอีกต่อไป
และมนุษย์จะไม่ได้เป็นสิ่งที่ฉลาดสุดบนโลกนี้

สิ่งที่จะฉลาดสุดบนโลกนี้คือใคร?

สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น และอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์สุดท้ายในชีวิตของมนุษย์

ขอต้อนรับเข้าสู่ซีรีส์บทความ Civilization เรื่อง มนุษย์ในปี 2045

มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ทั่วไป เพราะมนุษย์มีสติปัญญา
สติปัญญาทำให้มนุษย์สร้างเครื่องมือต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวเราและเผ่าพันธุ์ของเรา

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามนุษย์สามารถประดิษฐ์ “เครื่องมือที่ฉลาดกว่าตัวเราเอง” ขึ้นมาได้?

ย้อนกลับไปประมาณปี ค.ศ. 1700 มนุษย์ได้ประดิษฐ์เครื่องมือชนิดหนึ่ง เครื่องมือนั้นคือหัวจักรไอน้ำ

เดิมทีมนุษย์เดินทางด้วยการเดินเท้า หรือใช้สัตว์เป็นพาหนะ แรงงานส่วนใหญ่ในระบบเศรษฐกิจมาจากคน หรือไม่ก็สัตว์

เทคโนโลยีหัวจักรไอน้ำ ทำให้มนุษย์คิดได้ว่า เราสามารถสร้างเครื่องมือที่ไม่มีชีวิตมาใช้ทำงานแทนเราได้

การค้นพบครั้งนั้นทำให้มนุษย์กล้าที่จะประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ อย่าง รถยนต์ หรือ ไฟฟ้า

เครื่องจักรถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ในตอนนั้นมนุษย์เชื่อว่าเครื่องจักรจะมาแทนที่แรงงาน และมนุษย์ก็จะไม่ต้องทำงานกันอีกต่อไป

แต่ผลที่กลับมากลับตรงกันข้าม
การค้นพบหัวจักรไอน้ำ ทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ระบบเศรษฐกิจเติบโตขึ้น ตำแหน่งงานมีมากขึ้น

เครื่องจักรไม่ได้ทำให้งานของคนเราลดลง

เครื่องจักรอาจทดแทนแรงกายของคนได้ แต่มันไม่สามารถทดแทนสมองของเราได้

แต่เรื่องนี้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เพราะมนุษย์มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่นี้บางคนเรียกว่าสมองกล บางคนเรียกมันว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

AI คืออะไร?

AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence แปลตรงตัวก็คือ สติปัญญาที่ถูกสร้างขึ้น
สติปัญญาทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์
มนุษย์มีทักษะทั้งด้านภาษา การคำนวณ และเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเอง
สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับ AI..

AlphaGo คือตัวอย่างหนึ่งของ AI
ผู้สร้าง AlphaGo ไม่ได้สอนมันว่าควรจะเดินแบบไหนถึงจะมีโอกาสชนะมากที่สุด
เพียงแต่อธิบายกติกาของโกะ และปล่อยให้มันฝึกเล่นกับตัวมันเอง

AlphaGo จึงแตกต่างจากเครื่องจักรชนิดอื่นๆ เพราะมันมีสติปัญญา และสามารถที่จะพัฒนาได้ด้วยตัวเอง

AlphaGo ปรากฏตัวผ่านสื่อครั้งแรกในปี 2015
หลังจากนั้น 2 ปี AlphaGo เอาชนะนักเล่นโกะที่เก่งที่สุดในโลก

แต่ AlphaGo จะมาแทนมนุษย์ได้อย่างไร?

บริษัทที่เป็นเจ้าของ AlphaGo ชื่อบริษัท DeepMind บริษัทลูกของ Google
เรื่องมีอยู่ว่า..
Google ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์เพื่อเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก
เซิร์ฟเวอร์พวกนี้ร้อนง่าย ต้องใช้เครื่องปรับอากาศมาช่วย ทำให้ Google เสียค่าไฟมหาศาล
โดยปกติแล้ว ทีมวิศวกรที่ฉลาดที่สุดของ Google จะควบคุมระบบเปิดและปิดเครื่องปรับอากาศเหล่านี้

DeepMind อยากลองทดสอบ AI ของตัวเอง จึงบอก Google ว่าอยากลองให้ AI ควบคุมระบบเปิดและปิดเครื่องปรับอากาศดู

ทีมวิศวกรของ Google ไม่เชื่อมือ AI พวกเขาคิดว่าระบบถูกออกแบบมาดีที่สุดแล้ว ไม่สามารถจะลดการใช้ไฟมากกว่านี้ได้แล้ว

แต่ก็ยอมให้ DeepMind ทดลองใช้ AI ทำงานแทนพวกเขาดู
ผลปรากฏว่า

AI ของ DeepMind สามารถที่จะลดการใช้พลังงานลงได้มากกว่าเดิมถึง 40%

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Google จะเลือกให้วิศวกรเงินเดือนสูงทำงานนี้ต่อ หรือให้ AI ของ DeepMind มาทำงานนี้แทน

AI ยังถูกนำมาใช้ในงานอีกหลายประเภท

ตอนที่เรากำลัง Search ข้อมูลใน Google
ตอนที่เรากำลังอ่าน News Feed ใน Facebook
ตอนที่เราเลือกซื้อสินค้าในเว็บ Shopping Online
AI กำลังทำงานอยู่เบื้องหลังการใช้อินเตอร์เน็ตของเรา

กระทั่งตอนที่เราเกิดสนใจสินค้า และส่งข้อความไปสอบถามผู้ขาย
เราอาจกำลังคุยกับ AI โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย
ในปัจจุบัน AI ยังสามารถวินิจฉัยมะเร็งบางชนิดได้เร็วและแม่นยำกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หรือแม้แต่สร้างหนังโฆษณาที่ได้รับความนิยมมากกว่าหนังที่นักโฆษณาทำ

มีการคาดการณ์กันว่าจุดที่ AI จะฉลาดกว่าสมองมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้รวมกันทั้งหมดจะอยู่ในราวปี 2045 จุดนั้นเรียกว่าจุด SINGULARITY ซึ่งเราคาดเดาได้ยากมากว่าจุดนั้นจะเป็นอย่างไร

อนาคตข้างหน้า..
AI จะขับรถได้ปลอดภัยกว่าพนักงานขับรถ
AI จะถ่ายรูปได้สวยกว่าช่างกล้อง
และ AI อาจเขียนบทความได้ดีกว่าลงทุนแมน..

ในวันหนึ่ง เราทุกคนอาจมี AI เป็นเลขาส่วนตัวเหมือนกับ Jarvis ในหนัง Iron Man

ซุนดาร์ พิชัย CEO ของ Google บอกว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญและเปลี่ยนโลกได้มากกว่าไฟฟ้า

ในขณะที่เจฟฟ์ เบโซส CEO ของ Amazon บอกว่า บริษัทของเขากำลังทดลองใช้ AI แทนการใช้คนในส่วนงานต่างๆ
และ Amazon กำลังจะนำเทคนิคการใช้ AI แทนคนที่ว่านี้ มาปล่อยให้เช่าผ่านระบบ Cloud Computing

นั่นหมายความว่าทุกบริษัทในโลกจะสามารถใช้ AI ของ Amazon เพื่อแทนที่การจ้างพนักงานในบางสายงานได้

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บริษัท SCB ออกมาประกาศว่าจะลดการรับพนักงานใหม่ และลดจำนวนสาขาลง

และอาจเป็นเหตุผลที่มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ออกมาประกาศว่าการสร้างจุดมุ่งหมาย (Purpose) เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในอนาคตข้างหน้า

มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ มานับร้อย นับพันปี
มาวันนี้ เรากำลังอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก

ไม่แน่ว่า เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในช่วงชีวิตของเรา

ในอดีตเราประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อทดแทนแรงกาย

ในวันนี้เรากำลังประดิษฐ์เครื่องมือที่ทดแทนสติปัญญา

แม้ว่า AI วันนี้อาจเป็นเหมือนเด็กตัวน้อยที่ยังไม่รู้เดียงสา
แต่เด็กน้อย AI จะเรียนรู้และพัฒนาขึ้นในแต่ละวันที่ผ่านไป

ในเร็วๆ นี้ เด็กน้อย AI จะเติบใหญ่ จนฉลาดล้ำหน้ามนุษย์ผู้ให้กำเนิด

เมื่อถึงวันนั้น AI อาจกลายเป็นนักประดิษฐ์ที่เก่งกว่ามนุษย์ และจะกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นสุดท้ายของมนุษยชาติ

และเราน่าจะได้เห็นวันนั้นในชั่วชีวิตของเรา เร็วๆนี้..
———————-
<ad> หนังสือลงทุนแมน 2.0 วางแผงแล้ว
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
———————-

Reference
-https://www.blognone.com/node/83611
-https://www.techtalkthai.com/mccann-japan-ai-creative-director/
-https://www.techtalkthai.com/ai-could-find-breast-cancer-with-30x-faster/
-https://www.adpt.news/2017/11/02/ai-colon-cancer-real-time-detection/
[4707].

Comments

comments