กรณีศึกษา BMW แตกแบรนด์ใหม่

กรณีศึกษา BMW แตกแบรนด์ใหม่

กรณีศึกษา BMW แตกแบรนด์ใหม่ / โดย ลงทุนแมน
BAYERISCHE MOTOREN WERKE
ประโยคนี้เราอาจจะไม่ค่อยคุ้น
แต่ถ้าบอกว่า “BMW” ย่อมาจาก 3 คำนี้
และ 3 คำนี้กำลังจะกลายเป็นแบรนด์ใหม่ของ BMW
หลายคนคงอยากรู้ว่าแบรนด์นี้คือแบรนด์อะไร
เรื่องนี้มีอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ ให้เราเรียนรู้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อไม่กี่วันก่อน BMW ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ชื่อ BAYERISCHE MOTOREN WERKE

ชื่อนี้หลายคนอาจจะอ่านไม่ออก แต่ไม่เป็นไร ลงทุนแมนจะอ่านให้ฟัง

แบรนด์นี้อ่านว่า “บาเยอร์ริสเกอ มอเตอเรน เวอร์เกอ”

ซึ่งแปลตรงตัวว่า โรงงานผลิตเครื่องยนต์แห่งแคว้นบาวาเรีย

ชื่อนี้สื่อความหมายถึงจุดกำเนิดของบริษัทที่เริ่มแรกเป็นบริษัทผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินในแคว้นบาวาเรียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมัน

สำหรับแบรนด์ BAYERISCHE MOTOREN WERKE นี้ BMW จะนำมาใช้วาง positioning ให้กับรถในกลุ่มรุ่นใหญ่ หรือ GKL (ย่อมาจากภาษาเยอรมัน große klasse หรือภาษาอังกฤษ large class) ให้มีความ LUXURY มากขึ้นนั่นเอง

ซึ่งรถกลุ่มนี้ ก็คือรถตั้งแต่ซีรีส์ 7 ขึ้นไป ซึ่งก็จะรวมไปถึงโมเดลที่คงจะเปิดตัวในไม่ช้านี้อย่าง ซีรีส์ 8,  X7, BMW i8, และ BMW i8 Roadster ด้วย

การแตกแบรนด์นี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง?

เท่าที่สังเกตดูก็คงจะเป็นการเปลี่ยน CI หรือ Corporate Identity ทั้งหมด ไล่ไปตั้งแต่ตัวอักษรทำให้ดูบางลง minimal ขึ้น ซึ่งในยุคนี้ดูเหมือนว่าการทำให้ LUXURY ขึ้นคือการทำให้ดู “น้อยลง”

จากที่เมื่อก่อนสิ่งที่จะบ่งบอกความ LUXURY ดูเหมือนจะต้องเยอะๆ ไว้ก่อน ลวดลายมากมาย เลี่ยมทองใหญ่โต

แต่ตอนนี้ไม่ใช่..

ความเป็น LUXURY ในปัจจุบันอาจจะเป็นสิ่งที่เรียบง่าย แต่เน้นประสบการณ์ ซึ่งในบางครั้งคนทั่วไปก็อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์เหล่านั้น

ความเป็น LUXURY ในปัจจุบันอาจจะไม่ได้สบายเหมือนสมัยก่อน เพราะกิจกรรมหลายอย่างต้องใช้ PASSION ของตัวเองเข้าไปในกิจกรรมของตัวเองด้วย เช่น การดำน้ำที่ต้องเหนื่อย หรือ กีฬากอล์ฟที่ต้องตากแดดร้อน สิ่งเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงความเป็น LUXURY ที่เปลี่ยนไป..

ตอนนี้มีหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากเรื่องเดิม และได้ต่อยอดแตกแบรนด์ใหม่เพื่อเน้นกลุ่มคนที่ต้องการประสบการณ์ที่พิเศษกว่าเดิม

แตกแบรนด์ใหม่ไปเพื่ออะไร?

ถ้าไม่นับแบรนด์ที่เกิดจากการควบรวมกิจการ

โดยส่วนใหญ่แล้ว ธุรกิจจะแตกแบรนด์หรือมีแบรนด์ใหม่ เมื่อต้องการสร้างตัวตนหรือภาพลักษณ์ใหม่ให้กับสินค้าที่มีการตั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหรือระดับราคาที่ต่างไปจากเดิม

ตัวตนของธุรกิจสำคัญอย่างไร?

ลองนึกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆ ว่า ถ้ามีร้านที่ดังมาจากการขายเสื้อผ้าผู้หญิงอย่างเดียว มีภาพลักษณ์แบบหวานๆ แล้วอยากขายเสื้อผ้าผู้ชายเพิ่ม ผู้ชายหลายๆ คนก็อาจจะไม่กล้าซื้อ เพราะยังติดภาพเสื้อผ้าผู้หญิง

หรือร้านอาหารที่ราคาไม่แพง ขายดีอยู่แล้ว แต่เกิดอยากจะทำร้านแบบหรูหราที่ราคาแพงขึ้น แต่ถ้าใช้ชื่อเดิม ตกแต่งร้านแบบเดิม ลูกค้าก็อาจจะแยกไม่ออก เพราะมองไม่เห็นความแตกต่างได้จากภายนอก

ซึ่งจริงๆ ก็มีหลายแบรนด์ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเดิมอยู่แล้ว แต่ก็แตกแบรนด์ใหม่ออกมา เพื่อให้ธุรกิจโดยรวมครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

เราจะเห็นได้จากหลายแบรนด์ในต่างประเทศ รวมถึงแบรนด์ในประเทศ

ถ้าเป็นแบรนด์ในประเทศที่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คงจะเป็น MK ได้แตกเป็น MK GOLD หรือ OISHI ได้แตกเป็น OISHI GRAND ซึ่งแค่เราเห็นชื่อและหน้าร้าน ก็พอจะรู้ได้ว่า เป็นแบรนด์ที่พรีเมียมขึ้นมา

เช่นเดียวกัน แบรนด์ต่างประเทศที่เป็นเรื่องของโลกแฟชั่น ก็ยังใช้เรื่องนี้ในการกำหนดความเป็นตัวตนของแบรนด์นั้น เช่น Ermenegildo Zegna ที่มี Z ZEGNA หรือ PRADA ที่มี MIU MIU

สำหรับ BMW

BAYERISCHE MOTOREN WERKE น่าจะเป็นแบรนด์ที่ถูกวางเอาไว้ระหว่าง BMW และ Rolls-Royce ที่อยู่ในเครือ BMW Group

แบรนด์นี้น่าจะมีความ LUXURY และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่า BMW เดิม แต่ก็ยังมีมุมมองที่เป็นกลิ่นอายความเป็นตัวตนของ BMW อยู่

ก็น่าติดตามว่า ทาง BMW วางแผนธุรกิจในอนาคตไว้อย่างไร เมื่อมีแบรนด์ที่รองรับลูกค้ากลุ่มบนโดยเฉพาะออกมาแล้ว จะทำให้สินค้า LUXURY ของ BMW เหนือกว่าคู่แข่งได้มากน้อยแค่ไหน

เรื่องนี้เราได้เรียนรู้อะไร

ธุรกิจที่เรามองว่าประสบความสำเร็จอยู่แล้ว มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่เสมอไป

เป็นธรรมดาของโลกธุรกิจที่จะต้องพัฒนาตัวเอง และคอยต่อยอดเสริมจุดเด่นของตัวเองอยู่ตลอด

สิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว จริงๆ แล้วมันก็อาจจะสามารถดีขึ้นได้อีก ถ้าเราสามารถตอบสนองลูกค้าของเราว่าต้องการอะไรเพิ่มเติม

คำว่า LUXURY สำหรับคนในยุคนี้อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องการตกแต่งด้วยเครื่องประดับมากมาย แต่เป็นการให้ประสบการณ์ที่พิเศษ ที่เขาจะไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ถ้าเราค้นพบประเด็นนี้ได้ ก็อาจจะทำให้แบรนด์เราสำเร็จได้เหมือน BMW..
———————-
<ad> อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่แอปลงทุนแมน
โหลดฟรีได้ทีนี่ longtunman.com/app
———————-
[4663].

Comments

comments



1 thought on “กรณีศึกษา BMW แตกแบรนด์ใหม่”

  • 954885 687759Can I just say what a relief to search out somebody who actually is aware of what theyre speaking about on the internet. You undoubtedly know how to deliver a dilemma to light and make it essential. Extra folks want to learn this and perceive this facet with the story. I cant consider youre no a lot more common because you positively have the gift. 449510