กรณีศึกษา Little Monster

กรณีศึกษา Little Monster

กรณีศึกษา Little Monster / โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่าการมีลูก 1 คนต้องใช้เงินเท่าไหร่ ?
พ่อแม่หลายคนยอมทุ่มเงินไม่อั้น
เพื่อให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

Little Monster คือครอบครัวของเเม่ตุ๊ก และ พ่อเหว่ง ที่มีลูกสาวน่ารัก 2 คน คือ น้องจิน น้องเรนนี่

จุดเริ่มต้นนั้นเกิดจากการที่คุณตุ๊กคลอดลูกสาวคนเเรกก็คือ “น้องจิน” เเล้วต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จนเริ่มใช้การเขียนเพื่อบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองผ่านทาง Facebook

เเละจากจุดนี้เองที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาจากภาวะซึมเศร้าที่เจอ ทำติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นเพจ Facebook ที่มีตัวการ์ตูนน่ารักๆ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคุณเเม่ลูกอ่อน

จนปัจจุบัน Little Monster มียอด like เพจกว่า 1,800,000 คน (เริ่มเปิดเพจครั้งเเรกในปี 2012) มียอดผู้ติดตามในช่อง Youtube กว่า 40,000 คน

สิ่งที่ทำให้ Little Monster โดดเด่นเเละเติบโตจนก้าวขึ้นมามีเเฟนคลับมากมายขนาดนี้ อาจเป็นเพราะการนำเสนอตัวตนของคนที่เป็น “เเม่”

เเม่ที่ไม่ได้ perfect เเละทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ เเต่เป็นเเม่ที่มีอารมณ์ เครียด เหงา ท้อ เเต่รักลูกเเละพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อลูก

จุดนี้เป็นสิ่งที่เเตกต่างเเละโดนใจเเม่ๆ หลายคนที่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน

แต่ถ้ามองในมุมธุรกิจ ปัจจุบัน Little Monster ถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ สำหรับเเบรนด์สินค้าเด็กที่ต้องการทำโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคุณเเม่

นอกเหนือจากการถ่ายโฆษณา รีวิวสินค้า ทำ content บนโลกออนไลน์ให้กับเเบรนด์ต่างๆ

Little Monster ก็ยังต่อยอดไปมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองด้วย ทั้ง Little Monster Shop ที่ขายเสื้อผ้าน่ารักๆ สำหรับเด็ก ชุดครอบครัว หนังสือทำอาหารสำหรับเด็ก เเละอีกแนวคิดธุรกิจที่น่าสนใจคือผลิตภัณฑ์อาหาร Little Munchy ที่เป็นการต่อยอดจากเพจเดิม

Little Munchy ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กที่มีทั้งผงโรยข้าว หมูฝอย ไส้กรอก ลูกชิ้น ซึ่งคุณตุ๊กร่วมมือกับเเม่ๆ อีก 2 คน คือ แม่เเตน-ธันยวดี วะสีนนท์ เเละเเม่นิหน่า-สุฐิตาปัญญายงค์ ที่เจอกับปัญหาลูกกินยาก เลยอยากทำอาหารที่เด็กทานได้ เเละปลอดภัยสำหรับลูกขึ้นมา

เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาเพราะ Little Munchy เป็นการต่อยอดเเบรนด์

การต่อยอดเเบรนด์เเบบนี้ทำให้นึกถึงดาราที่ออกผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

เหมือนกับ ขวัญ อุษามณี ที่ออกแบรนด์ลิปติกของตัวเองในชื่อ UZI Cosmetic
หรือเเม้เเต่ตัวท็อปของเซเลปต่างประเทศอย่างบียอนเซ่ ก็มีเเบรนด์น้ำหอมของตัวเองชื่อ  “Beyoncé Pareums”

เเละไม่แปลกอะไรที่ Little Monster จะต่อยอดไปออกผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม
เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าเเม้จะอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ มีชื่อเสียงเเค่ไหน การมีแผนสำรองไว้ก็ไม่เสียหาย

นี่เป็นการส่งผลดีในระยะยาว เพราะการถ่ายคลิป 1 คลิป นอกจากจะต้องนั่งคิดไอเดียตั้งต้น คิดว่าจะต้องถ่ายแบบไหน เรื่องราวเป็นอย่างไร ก็ค่อนข้างเหนื่อย ที่สำคัญการถ่ายงานโดยมีเด็กเป็นนักเเสดงหลักก็คงควบคุมยาก เเละในสุดท้ายเเล้วสำหรับเคสนี้เด็กๆ ก็ต้องโตขึ้นอยู่ดี

แล้วธุรกิจของเรามีอะไรให้ต่อยอดได้อีกบ้าง? ถ้าเราสามารถออกสินค้าเพิ่มเติมจากลูกค้าฐานเดิมได้ เราก็อาจจะสำเร็จได้เหมือน Little Monster..
———————-
<ad> หนังสือลงทุนแมน 2.0 รอบ pre-order ลดพิเศษ 15% เหลือ 213 บาท
หนังสือล็อตนี้จะมาพร้อมลายเซ็นสไตล์ลงทุนแมน มีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย
สั่งได้ที่ลิ้งค์นี้  https://goo.gl/forms/VPcpAZYZEr8BLHKy1
———————-
[4584].

Comments

comments



2 thoughts on “กรณีศึกษา Little Monster”

  • ทำไมครั่งนี้จึงไม่มีตัวเลข รายได้ กำไร
    อยากรู้ว่าแบรนด์ที่โตจากเฟส มีระดับตัวเลขเท่าไหร่?

  • ทำไมครั่งนี้จึงไม่มีตัวเลข รายได้ กำไร
    อยากรู้ว่าแบรนด์ที่โตจากเฟส มีระดับตัวเลขเท่าไหร่?