T+2 ลงทุนกับเวลา

T+2 ลงทุนกับเวลา

<ผู้สนับสนุนเพจ>
T+2 ลงทุนกับเวลา / โดย ลงทุนแมน
ถ้าถามว่าโลกนี้มีอะไรที่ใช้แล้วหมดไปบ้าง
คนส่วนใหญ่คงตอบว่า เงินทอง
แต่รู้หรือไม่ว่ามีอีกทรัพยากรหนึ่งที่สำคัญในชีวิต
สิ่งนั้นคือ “เวลา”
แล้ว T+2 มาเกี่ยวอะไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ไม่ว่าวันนี้ เทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าไปมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่เคยแตะต้องได้เลย ก็คือ เวลา

เราไม่สามารถเอาเวลาของเมื่อวานมากลับมาใช้ได้ใหม่ เหมือนกระดาษ
เราไม่สามารถขอเอาเวลาของพรุ่งนี้มาใช้ในวันนี้ก่อนได้ เหมือนการกู้เงิน
เวลาที่เราไม่ใช้ ทิ้งเอาไว้เฉยๆ ก็ไม่สามารถให้ดอกเบี้ยอะไรเราได้เลย เหมือนฝากเงินในธนาคาร

และเวลาก็ไม่เคยหยุดรอให้ใครมาใช้ แต่กลับเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ

แล้วในโลกธุรกิจนี้ เวลา สำคัญอย่างไร?

ในโลกนี้ เวลามีจำกัด

สิ่งที่เราพอทำได้คือ “ลดการใช้เวลาอย่างสูญเปล่าลง”

ทุกครั้งที่เราพูดถึงคำว่า “ต้นทุน” เรามักจะนึกถึงตัวเงิน เช่น ค่าแรง ค่าจ้าง ค่าเช่า หรือค่าอุปกรณ์

แต่ในชีวิตจริงแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงอีกประเภทหนึ่งคือ ต้นทุนทางเวลา

วันนี้ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟังว่า T+2 ช่วยลดต้นทุนให้กับประเทศได้มากขนาดไหน?

ผู้ที่เป็นนักลงทุนอาจจะเข้าใจระบบ T+3 กันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Settlement Cycle) หลังจากวันที่มีการซื้อขายหุ้น 3 วันทำการ

แปลว่าที่ผ่านมาระบบจะใช้เวลา 3 วันทำการในการจัดการ ที่จะทำให้คนซื้อหลักทรัพย์ได้หลักทรัพย์จริง และคนที่ขายหลักทรัพย์ได้เงินจริง

แต่ในวันที่ 2 มีนาคม 2561 จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป..

ระบบจะปรับเปลี่ยนใหม่ เป็น T+2

แปลว่าระบบจะใช้เวลาจัดการเพียง 2 วัน

เพื่อลดความเสี่ยง ลดต้นทุน และยังช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนระหว่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น
ตอนนี้ระบบ T+2 ถูกใช้ในโซนยุโรป อเมริกา รวมถึงโซนเอเชีย
ประเทศไทยจะนำระบบ T+2 มาใช้จัดการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ เพื่อให้สอดคล้องกับหลายประเทศ

T + 2 แล้วดียังไง ?

อย่างแรกเลยคือ เร็วขึ้น เพราะคนซื้อและคนขายจะได้รับเงินและหุ้นเร็วขึ้น 1 วัน

โอกาสเพิ่มมากขึ้น เพราะเราสามารถนำเงินไปลงทุนต่อได้เร็วขึ้น

ลองยกตัวอย่างแบบง่ายๆ ว่า ถ้าเราได้รับเงินจากการขายหุ้น 1 ล้านบาท เร็วขึ้น 1 วัน แล้วเอาเงินจำนวนนี้ ไปฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี

ดอกเบี้ยที่เราจะได้จากการฝากเงิน 1 ล้านบาทในเวลา 1 วัน อยู่ที่ประมาณ 13.7 บาท

ตัวเลขอาจจะดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าเอามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดทั้งปี มาลองคิดดู

มูลค่าการซื้อขายปี 2560 อยู่ที่ 11.7 ล้านล้านบาท ดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงิน 1 วันของเงินจำนวนนี้ จะมากถึง 160 ล้านบาท

นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของต้นทุนที่เราเรียกกันว่า ค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost นั่นเอง

ในวันที่ 2 มีนาคม 2561 ทุกคนที่อยู่ในตลาดทุนจะมีโอกาสได้ลดต้นทุนแฝงตรงนี้ลง

ถ้าให้ถามว่าการประสบความสำเร็จของนักลงทุนแต่ละคน คงจะมีนิยามที่แตกต่างกันออกไป

แต่สิ่งที่คล้ายกันอยู่ในทุกแนวทาง ก็คือทุกคนไม่อยากเสียโอกาสทางการลงทุน

การมีตัวช่วยการลงทุนที่ดี จะคอยช่วยสนับสนุนเราให้ลงทุนประสบความสำเร็จ

และ T+2 ก็คงจะเป็นหนึ่งในตัวช่วยการลงทุนที่จะช่วยสนับสนุนให้ทุกคน มีการลงทุนกับเวลาที่ดีขึ้น..

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ T+2 ได้ที่ www.set.or.th/tplus2

[4575]

Comments

comments