Civilization ตัวเรา ในคู่ขนาน

Civilization ตัวเรา ในคู่ขนาน

ตัวเรา ในคู่ขนาน / โดย ลงทุนแมน
เรามั่นใจแค่ไหน ว่ามีตัวเราอยู่เพียง “หนึ่งคน” บนโลกใบนี้
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เรามั่นใจแค่ไหนว่าเกิดขึ้นจริง
ถ้ามีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นคู่ขนานกันไปกับโลกนี้
เราจะสามารถก้าวเข้าไปสู่โลกนั้นได้อย่างไร?

ขอต้อนรับสู่ซีรีส์บทความ civilization ตอน ตัวเรา ในคู่ขนาน

เคยสงสัยไหมว่า ประวัติศาสตร์ที่เรารู้กันอยู่ตอนนี้ ถ้ามันสามารถพลิกได้.. ตอนนี้จะเป็นอย่างไร?

ถ้าเราถูกล่าอาณานิคมไปเหมือนพม่าในตอนนั้น ตอนนี้ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?

ถ้าเยอรมันไม่บุกรัสเซียในสงครามโลกครั้งที่ 2 จะมีโอกาสไหมที่เยอรมันจะชนะสงคราม ถ้าเป็นอย่างนั้นโลกจะเป็นอย่างไร?

ถ้า สตีฟ จอบส์ ยังไม่ตาย ตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับบริษัทแอปเปิ้ล หน้าตา iphoneX จะเป็นแบบทุกวันนี้หรือไม่?

ทุกอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นผลที่เกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต

แต่คำถามคือ โลกจำเป็นต้องเดินไปในรูปแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ หรือไม่?

หรือ โลกมีอีกหลายมิติของทางเลือกอื่นที่ขนานกันอยู่

ในโลกนั้น อาจจะมีตัวเราที่กำลังคบกับแฟนคนเก่า

ในโลกนั้น อาจจะมีลูกของเราที่หน้าตาแตกต่างจากตอนนี้

และ ในโลกนั้น ตัวเราอาจจะไม่ได้ดำเนินชีวิตแบบเราในตอนนี้

ถ้าถามว่าเรามีมิติอื่นที่เกิดขึ้นเป็นคู่ขนานกันระหว่างนี้จริงหรือไม่

คำถามนี้คงเกินความสามารถที่มนุษย์จะตอบได้ตอนนี้

ตอนนี้มนุษย์เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมีเพียงรูปแบบเดียว การข้ามมิติไปมาในคู่ขนานอาจจะไม่มีอยู่จริง

แต่..

ในสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวนี้ เราสามารถข้ามเวลาไปในอนาคตได้..

ไอน์สไตน์ได้กล่าวไว้ว่าถ้าเราเดินทางด้วยความเร็วใกล้เคียงแสง จะทำให้เวลาทุกอย่างของเราช้าลง

ในขณะที่เวลาทุกอย่างบนโลกยังเดินไปตามปกติ

ดังนั้นเมื่อเราหยุดเดินทาง มันก็คือการที่เราก้าวเข้าสู่โลกอนาคต

มีอีกวิธีหนึ่งที่ไปอนาคตได้ ก็คือการเอาตัวเข้าไปอยู่เส้นขอบของ Black Hole (Event Horizon) ถึงแม้ไปอยู่แค่ไม่กี่วินาที เมื่อเรากลับมาบนโลก ทุกคนจะแก่แล้วทันที

สรุปแล้ว เราสามารถข้ามเวลาไปอนาคตได้ แต่ไม่น่าจะข้ามไปอีกมิติที่คู่ขนานที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่

แล้วจะทำอย่างไรให้ตัวเรามีคู่ขนานในระหว่างนี้ได้

เรื่องนี้ไม่เกินความสามารถของมนุษย์..

รู้ไหมว่าตอนนี้มนุษย์กำลังสร้างโลกแบบนั้นอยู่ขึ้นมาในปัจจุบัน

เราจะมีโลกเสมือนที่แยกไม่ออกจากความจริง โดยไม่ต้องใช้ยาเสพติดที่ทำลายสมองเรา

สิ่งนั้นเรียกว่า ความจริงในโลกเสมือน หรือ Virtual Reality

ถ้าถามว่าอะไรเป็นเมกะเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะมีมนุษย์หลายคน อยากหนีความจริงที่เป็นอยู่ในตอนนี้..

ไม่ว่ามนุษย์จะประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว มนุษย์จะยังคงมีจินตนาการคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเราเป็นแบบนี้บ้างก็คงจะดี ถ้าแบบนั้นไม่เกิดขึ้นก็คงจะดี

ในอนาคต มนุษย์จะเริ่มลองก้าวเข้าไปสู่โลกนั้น โลกที่เราจะเรียกว่า game,vr,avatar หรืออะไรก็แล้วแต่

เทคโนโลยีนี้กำลังถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทใหญ่ที่สุดของโลกเกือบทุกบริษัท

และสุดท้ายมนุษย์บางคนจะแยกไม่ออกเลยว่า โลกไหนคือโลกแห่งความจริง

เตรียมพบกับโลกนั้นได้ในชั่วชีวิตของเรา อีกไม่นานนี้

แล้วถ้าถามต่อว่าเดินทางย้อนกลับไปในอดีตหล่ะทำได้ไหม

ในทางทฤษฎีแล้วมนุษย์สามารถเดินทางไปในอนาคตได้ แต่ถ้าถามว่าย้อนกลับไปในอดีตได้หรือไม่ มนุษย์ยังไม่มีทฤษฎีไหนที่จะทำให้กลับไปในอดีตได้

น่าจะเป็นการง่ายกว่า ที่เราจะไม่ต้องคิดเดินทางกลับไปแก้ไขในอดีต

ดังนั้นสิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คือ การเลือกทำในปัจจุบันให้ดีที่สุด คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกอะไร

และถ้าเราได้เลือกแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้แหละ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว

ปิดท้ายด้วยคำถามที่น่าสนใจว่า

แล้วเรามั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในตอนนี้เป็นโลกจริง ไม่ใช่โลกเสมือนที่ตัวเราในอนาคตกำลังอยากย้อนกลับไปหาในอดีตอยู่..

————————

อ่านซีรีส์บทความ civilization ย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชั่นลงทุนแมน http://longtunman.com/app

Comments

comments