Google ในวันนี้ เป็นเพียง 1% ของ Google ในอนาคต

Google ในวันนี้ เป็นเพียง 1% ของ Google ในอนาคต

Google ในวันนี้ เป็นเพียง 1% ของ Google ในอนาคต / โดย ลงทุนแมน

เบื้องหลังความสำเร็จของทุกบริษัทมาจากคน

หากพูดถึง Apple ทุกคนน่าจะนึกถึงสตีฟ จ็อบส์
หากพูดถึง Facebook ทุกคนน่าจะนึกถึงมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก
และหากพูดถึง Tesla ทุกคนคงนึกถึงอีลอน มัสก์
แต่หากพูดถึง Google หลายคนอาจไม่แน่ใจ..

หลายคนอาจรู้ว่าผู้ก่อตั้ง Google มี 2 คน ชื่อแลร์รี เพจ และ เซอร์เก บริน

แต่น้อยคนจะรู้ว่าที่มาของ Google จริงๆ เป็นอย่างไร

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

คงไม่มีใครไม่รู้จัก Google

Google มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ได้แก่ Search, YouTube, Android, Gmail, Google Maps และ Google Chrome

ผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 มีผู้ใช้มากกว่า 1,000 ล้านคน

Google จึงเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีคนใช้ผลิตภัณฑ์มากที่สุดในโลก

Google เริ่มจากโปรเจคสมัยเรียนปริญญาเอกของแลร์รี เพจ
โปรเจคนั้นมีชื่อว่า BackRub และมีเทคโนโลยีเบื้องหลังที่เรียกว่า PageRank (ตั้งตามชื่อแลร์รี เพจ)

หลังพัฒนา BackRub ได้ไม่นานเซอร์เก บริน ก็เข้ามาร่วมโปรเจคนี้กับ แลร์รี เพจ

จึงอาจกล่าวได้ว่า แม้จะมีผู้ก่อตั้ง 2 คน แต่ผู้ตั้งต้นโปรเจคนี้คือแลร์รี เพจ

แลร์รี เพจ เคยเป็น CEO ของ Google ถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรกตอนเริ่มก่อตั้ง และอีกครั้งในวันที่ Google มีปัญหาภายในบางอย่าง

แลร์รี เพจ จึงเป็นเหมือนสตีฟ จ็อบส์ ของบริษัท Google

เป็นทั้งผู้ก่อตั้ง เป็นทั้ง CEO และเป็นผู้ขับเคลื่อนที่ทำให้ Google เป็นบริษัทอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้

นอกจากนี้ แลร์รี เพจ ยังเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของ อีลอน มัสก์ อีกด้วย

แลร์รี เพจ เป็นคนยังไง?
ทำไมเขาจึงไม่มีชื่อเสียงเหมือนกับ สตีฟ จ็อบส์ หรือ อีลอน มัสก์?

และอะไรคือแรงบันดาลใจให้เขาสร้าง Google ขึ้นมา?

พ่อและแม่ของเพจเป็นศาสตราจารย์สอนวิชาวิทยาคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน

สิ่งที่ทั้ง 2 ชอบ คือการซื้อนิตยสารคอมพิวเตอร์มาสุมไว้เต็มบ้าน
ทำให้เพจสนใจวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็ก

เมื่ออายุ 12 ปี เพจได้อ่านเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง

ชายคนนั้นคือนิโคล่า เทสล่า หนึ่งในไอดอลของอีลอน มัสก์ และเป็นที่มาของชื่อบริษัท Tesla

เทสล่า เป็นนักประดิษฐ์ และเคยสร้างผลงานให้กับบริษัทของ โทมัส เอดิสัน

แต่แม้ว่าจะเป็นยอดนักประดิษฐ์เทสล่ากลับล้มเหลวในเชิงธุรกิจ

เทสล่าเป็นมีผู้มีส่วนร่วมในการคิดค้น มอเตอร์, วิทยุ, เครื่อง X-ray และกระแสไฟฟ้า

แต่เขาถูกแย่งเครดิตไปทั้งหมด เขาถูกนักธุรกิจเอาเปรียบ และถูกหักหลังมาตลอดชีวิต

ในวันที่เทสล่าเสียชีวิต มีน้อยคนที่รู้ว่าเขาได้สร้างอะไรไว้ให้กับโลกบ้าง

เมื่อ แลร์รี เพจ ได้อ่านประวัติของเทสล่า เขาก็ร้องไห้ออกมา

แลร์รี เพจ ฝันอยากเป็นนักประดิษฐ์อย่างเทสล่า แต่ แลร์ลี เพจไม่อยากมีชีวิตอย่างเทสล่า..

เขาจึงได้เรียนรู้ว่า หากอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลก เป็นนักประดิษฐ์ที่ดีอาจไม่พอ

แต่จำเป็นที่จะต้องสร้างธุรกิจที่ดีไปพร้อมกันด้วย

ในปี 1998 บริษัท Google ก่อตั้งขึ้นผ่านการระดมทุนจากเพื่อนและครอบครัวของ แลร์รี เพจ และ พาร์ทเนอร์ของเขา เซอร์เก บริน

แลร์รี เพจ ฉายแววเป็นนักประดิษฐ์มาตั้งแต่เด็ก ในสมัยเรียน เขาเคยสร้างปริ้นเตอร์ทั้งเครื่องจากตัวต่อเลโก้

แต่ แลร์รี เพจ เป็นคนไม่ชอบเข้าสังคม (Introvert)

การจับคู่กับ เซอร์เก บริน ที่เข้าสังคมได้ดีกว่าเขามาก จึงเป็นการจับคู่ที่ลงตัว

เพจ และ บรินให้ความสำคัญกับเรื่องพนักงานมากๆ

ในช่วงแรก ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คน จะเป็นผู้สัมภาษณ์พนักงานทุกคนด้วยตัวเอง

อีกเรื่องที่เพจและบรินให้ความสำคัญมากคือเรื่องผลิตภัณฑ์
พนักงานมากกว่าครึ่งของ Google จึงเป็นวิศวกร ทำหน้าที่สร้างหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์

บริษัท Google เติบโตเร็วมาก พนักงานก็มากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทจึงจำเป็นต้องมีพนักงานระดับผู้จัดการมากขึ้น

ในปี 2000 Google ยังมีพนักงานไม่ถึง 100 คน เพจจึงสามารถที่จะทำงานกับวิศวกรทุกคน โดยไม่ต้องผ่านผู้ดูแลโปรเจค

1 ปีต่อมา..

ในปี 2001 Google มีผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคน มีพนักงานกว่า 400 คน ทำให้ต้องจ้างผู้จัดการดูแลโปรเจค 6 คน

แลร์รี เพจ มองว่าการมีผู้ดูแลโปรเจคเป็นปัญหา เพราะ Google รับเฉพาะวิศวกรที่เก่งที่สุดอยู่แล้ว คนเหล่านี้ไม่ต้องการผู้จัดการ และผู้จัดการส่วนใหญ่ก็ไม่มีความรู้ด้านวิศวกรรม

ในกลางปี 2001 เขาจึงตัดสินใจไล่ผู้ดูแลโปรเจคออกทั้งหมด

นักลงทุนรายใหญ่ของ Google ไม่พอใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น
ทุกคนลงความเห็นว่า แลร์รี เพจยังไม่พร้อมที่จะเป็น CEO จึงกดดันให้บริษัทรับ CEO คนใหม่

คนที่นักลงทุนชอบคือเอริค ชมิดท์

ชมิดท์ไม่เพียงมีประสบการณ์เป็น CEO ของบริษัทเทคโนโลยีมาก่อน แต่เขายังเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ด้วย

แลร์รี เพจ จึงยอมยกตำแหน่ง CEO ให้ชมิดท์

โชคดีที่เพจ บริน และชมิดท์ทำงานเข้าขากัน ทำให้เพจไม่ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งเหมือนกับจ็อบส์

ชมิดท์ทำหน้าที่ CEO ได้อย่างดี พา Google เข้าตลาด และทำให้บริษัทเติบโตในทุกมิติ

แลร์รี เพจยังคงมีบทบาทในการตัดสินใจสำคัญของ Google เช่น การซื้อ YouTube ในปี 2006

แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน แลร์รี เพจ ก็เบื่อหน่ายกับการบริหารบริษัทแบบ day to day

เขาหันไปทำสิ่งที่เขาอยากทำ คือทดลองประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เพจสร้างขึ้นในช่วงนั้นคือ Android
เพจใช้เงินของบริษัทประมาณ 1,600 ล้านบาท ซื้อบริษัท Android และร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับแอนดี้ รูบิน ผู้ก่อตั้ง Android

แลร์รี เพจ จึงนับได้ว่าเป็นคนบุกเบิก 2 ใน 3 ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของ Google คือ Search และ Android (อีกผลิตภัณฑ์หนึ่งคือ YouTube)

ในปี 2010 เอริค ชมิทด์ ทำให้ Google กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่
มีกำไร 272,000 ล้านบาท มีมูลค่าตลาด 5.76 ล้านล้านบาท และมีพนักงานถึง 24,000 คน

แต่ความใหญ่ของ Google นี้เอง ทำให้พนักงานของบริษัทรู้สึกเปลี่ยนไป

พนักงานหลายคนรู้สึกว่า Google กลายเป็นบริษัทใหญ่ที่เชื่องช้า ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

วิศวกรจำนวนมากเลือกที่จะลาออกจาก Google และหันไปทำงานกับ Facebook แทน

ในปี 2010 พนักงานของ Facebook มี 1,700 คน
มีถึง 142 คน เคยทำงานที่ Google มาก่อน

ปัญหานี้ทำให้ แลร์รี เพจ กังวล

ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของ Google คือคน และคนเก่งเหล่านั้นกำลังเบื่อหน่ายบริษัท เหมือนกับที่ แลร์รี เพจเคยเบื่อ

แลร์รี เพจ กลัวว่าความใหญ่จะทำให้ Google กลายเป็นบริษัทอย่าง Yahoo ที่เคยพ่ายแพ้ Google อย่างหมดรูป

ในการประชุมครั้งหนึ่ง ทีมวิศวกรทีมหนึ่งกำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่น่าจะช่วยให้ตัวเลขผลกำไรของบริษัทดีขึ้น

ผู้บริหารคนอื่นๆ ชอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์นี้ แต่ แลร์รี เพจกลับโพล่งขึ้นมาในที่ประชุม..

“ไม่” แลร์รี เพจพูดเสียงเรียบ “พวกเราไม่ทำอะไรแบบนี้”

“พวกเราสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ใช้หลักร้อยล้านคน”

“แอนดรอยด์, จีเมล, กูเกิลแมพส์, กูเกิลเสิร์ช นั่นคือสิ่งที่พวกเราทำ เราสร้างผลิตภัณฑ์ที่คนขาดมันไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่”

คำพูดของเขาทรงพลังมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เอริค ชมิดท์รู้ตัวจึงถอยออกจากตำแหน่ง CEO

ในปี 2011 แลร์รี เพจกลับมารับตำแหน่ง CEO ของบริษัท Google
แต่ครั้งนี้เขาไม่เหมือน แลร์รี เพจคนเดิมที่เคยสั่งไล่ผู้ดูแลโปรเจคออกทั้งหมดในปี 2001

สตีฟ จ็อบส์เรียนรู้จากการถูกไล่ออกจาก Apple

แลร์รี เพจเองก็เรียนรู้จากการถูกกดดันให้ลงจากตำแหน่ง CEO เช่นกัน

แลร์รี เพจ เปลี่ยนผังองค์กรใหม่ครั้งใหญ่ เพื่อให้ Google กลับมาเป็นบริษัทที่ดึงดูดคนเก่งอีกครั้งหนึ่ง

ตั้งแต่ปี 2012 ถึงปัจจุบัน นิตยสาร Fortune จัดอันดับให้ Google เป็นแชมป์บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลก 6 ปีติดต่อกัน

ในปัจจุบัน แลร์รี เพจ ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google และยกตำแหน่ง CEO ของ Google ให้ซุนดาร์ พิชัย ผู้บริหารชาวอินเดีย

แลร์รี เพจฝันว่าอยากสร้างบริษัทที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้กับโลกเหมือนกับนิโคล่า เทสล่า

หลายคนคงมองว่า Google น่าจะทำให้ความฝันของ แลร์รี เพจ เป็นจริงแล้ว

แต่ที่น่าสนใจคือ

แลร์รี เพจ ไม่คิดแบบนั้น..

แลร์รี เพจ ให้สัมภาษณ์ว่าเขาอยากเห็น Google มีพนักงาน 1 ล้านคน

และบอกว่าสิ่งที่ Google ทำได้ในวันนี้ เป็นเพียง 1% ของสิ่งที่ Google น่าจะทำได้

(We’re at maybe 1% of what is possible.)

บางคนอาจชื่นชอบความฝันของ อีลอน มัสก์ ที่อยากจะเห็นมนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์ไปยังดาวดวงอื่น

แต่บางคนอาจชื่นชอบความฝันที่เรียบง่ายกว่า ของแลร์รี เพจ

ความฝันที่อยากจะเห็นโลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น..
———————-
<ad> ถ้าอยากรู้ว่า Google เก็บข้อมูลอย่างไร ระบบ Cloud คืออะไร
เรามีบริการวางระบบ File Server NAS Storage ซึ่งเป็นระบบ Cloud เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกอุปกรณ์

เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก SME จนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องการระบบเก็บข้อมูลส่วนตัว ซึ่งติดตั้งภายในออฟฟิศ โดยสามารถกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานได้ กู้ไฟล์ข้อมูลคืนได้ และ มีระบบ Chat ส่วนตัวภายในบริษัท

Clip อธิบายระบบ NAS ดูได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=_FP96K24wU8

สนใจติดต่อปรึกษาได้ที่ บริษัท บีแนสดอทเน็ต จำกัด
โทร : 098-912-8918
Email : admin@beenas.net
FB : https://www.facebook.com/Beenas.net/
———————-

Reference
-http://www.businessinsider.com/larry-page-the-untold-story-2014-4
-http://techland.time.com/2011/01/21/the-eric-schmidt-era-google-2001-vs-google-2011/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Larry_Page
-http://www.catdumb.com/larry-page-333/
[4309].

Comments

comments



3 thoughts on “Google ในวันนี้ เป็นเพียง 1% ของ Google ในอนาคต”