แพลนบี จับมือกับ BMN

แพลนบี จับมือกับ BMN

แพลนบี จับมือกับ BMN / โดย เพจลงทุนแมน
ถ้าใครเคยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน
วันนี้มีข่าวน่าสนใจ
ที่ทำให้ลงทุนแมนไปหาข้อมูลแล้วพบอะไรบางอย่าง
ในอนาคตเครือข่ายรถไฟฟ้า MRT จะน่าสนใจอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

มีข่าวมาว่า บริษัทแพลนบี (PLANB) บริษัทสื่อโฆษณานอกบ้าน ยักษ์ใหญ่ของประเทศ ได้เข้าซื้อหุ้นของ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส จำกัด หรือ BMN ในสัดส่วน 20% คิดเป็นมูลค่า 262.2 ล้านบาท

ข่าวนี้น่าสนใจอย่างไร

BMN คือใคร?

BMN มีชื่อเต็มว่า บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส จำกัด เป็นบริษัทในเครือของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ BEM

บริษัท BEM ถือหุ้นใหญ่ใน BMN สัดส่วน 65.2%

ในดีลครั้งนี้แพลนบี ได้ซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่น ขณะที่ BEM ยังคงถือหุ้นใหญ่ ใน BMN สัดส่วน 65.2% เท่าเดิม

BMN เป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT

โดยมีธุรกิจหลัก คือ

ธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาในสถานีรถไฟฟ้า 18 สถานี และภายในขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินอีก 19 ขบวน

ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ร้านค้าปลีกในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 11 สถานี

และธุรกิจให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT

รายได้ของ BMN ในปัจจุบัน เป็นเท่าไร?

ปี 2557 รายได้ 440 ล้านบาท กำไร 33 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 466 ล้านบาท กำไร 4.6 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 505 ล้านบาท กำไร 20.4 ล้านบาท

และถ้าดูจากการที่แพลนบีซื้อหุ้น 20% ในราคา 262.2 ล้านบาท ก็เท่ากับว่า บริษัท BMN จะมีมูลค่าประมาณ 1,311 ล้านบาท

ถ้าคิดเป็น PE แล้วก็อาจจะมองว่า BMN ยังมีกำไรไม่มาก ทำไมแพลนบีถึงยอมให้มูลค่า BMN เป็นพันล้าน

จริงๆแล้ว แพลนบี อาจจะมองดีลนี้ที่อนาคต จากการปรับตัวเองจากพันธมิตร มาเป็นผู้ถือหุ้นซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญและน่าสนใจไม่น้อย

เมื่อเทียบเคียงกับบริษัทที่คล้ายกันที่ทำเรื่องนี้ใน BTS คือบริษัท VGI

ตอนนี้บริษัท VGI มีมูลค่า 46,000 ล้านบาท

บริษัท BMN ที่แพลนบีซื้อมีมูลค่า 1,311 ล้านบาท

มูลค่าต่างกัน 35 เท่า..

แล้วในอนาคต MRT จะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ BTS?

เครือข่ายรถไฟฟ้าของ MRT กำลังจะใหญ่ขึ้นอีก 2 เท่าตัว

ปัจจุบันรถไฟฟ้า MRT มีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 400,000 คนต่อวัน ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วยังน้อยกว่าของรถไฟฟ้า BTS เกือบเท่าตัว

แต่ MRT กำลังขยายตัว

สถานีรถไฟฟ้า 18 สถานี จะเพิ่มขึ้นเป็น 38 สถานี โดยลักษณะการการเดินรถจะเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทยที่วิ่งเป็นลูปวงกลม

ในอนาคต MRT สายสีน้ำเงินจะผ่านสถานที่สำคัญอะไรบ้าง?

วัดมังกร วังบูรพา สนามไชย อิสรภาพ ท่าพระ บางแค

เมื่อเสริมกับสถานีเดิมจะกลายเป็นว่ารถไฟฟ้าสายนี้ น่าจะมีผู้โดยสารไม่แพ้ BTS ในอนาคต

เพราะต่อไปนี้รถไฟสายสีน้ำเงิน หรือ MRT จะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่ จุดศูนย์รวมรถไฟในอนาคตของกรุงเทพที่บางซื่อ

ไปจนถึง สวนจตุจักร ลาดพร้าว รัชดา พระราม9 อโศก สีลม เยาวราช สำเพ็ง ปากคลองตลาด สนามหลวง ศิริราช ปิ่นเกล้า ท่าพระ บางแค และ ขยายไปจนถึง พุทธมณฑลสาย4

รถไฟฟ้า 19 ขบวน จะเพิ่มขึ้นเป็น 54 ขบวน

ระยะทางจาก 20 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นเป็น 47 กิโลเมตร

ซึ่งถ้าโครงการนี้สำเร็จตามแผนที่วางไว้ภายในปี 2563

เป็นไปได้ว่า MRT จะมีผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มเป็นเท่าตัว เพราะสถานที่ที่ MRT วิ่งผ่าน เป็นชุมชนที่หนาแน่นอยู่แล้ว

ซึ่งตัวเลขผู้โดยสารตอน MRT สร้างครบลูป มีโอกาสที่จะมีผู้โดยสารมากกว่าของ BTS เสียอีก

ตอนนี้ BMN มีการปรับโฉม Metro Mall ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยที่มีรายได้ค่าเช่าจากร้านค้าที่มาเช่า เช่น Starbucks, Café Amazon, Lawson 108, และ Gourmet Market อีกทั้งยังมีแหล่งอำนวยความสะดวกของหน่วยงานราชการ เช่น ทำพาสปอร์ต เป็นต้น

ซึ่งทำให้ในอนาคตพื้นที่ให้เช่าเหล่านี้อาจมีความคล้ายมหานครใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง หรือ โตเกียว ที่มีร้านค้าตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่เต็มไปหมด

และ สิ่งที่จะตามมาคือ สื่อโฆษณาที่จะอยู่ตามสถานที่ต่างๆในตัวรถไฟฟ้า และ สถานี

เท่ากับว่าดีลครั้งนี้น่าจะ WIN-WIN ทั้งสองฝ่าย

BMN น่าจะได้ผู้ถือหุ้นที่เชี่ยวชาญด้านโฆษณาเข้ามาช่วยวางแผนและบริหารสื่อโฆษณาเพื่อนำบริษัทIPO ต่อไปตามแผน

ส่วนแพลนบีก็จะเพิ่มโอกาสในการหารายได้จากสื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินรวมถึงโอกาสในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีอื่นของ BEM

เงินจำนวน 262.2 ล้านบาท ที่แพลนบีจ่ายไป มากขนาดไหนเมื่อเทียบกับกำไรของแพลนบี

กำไรของแพลนบีปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าล้านบาท ถึง 500 ล้านบาท จากรายได้ ประมาณ 3,000 ล้านบาท

แต่ถ้ามองดูที่ EBITDA หรือ กระแสเงินสดของบริษัท จะประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท

เท่ากับว่า แพลนบีน่าจะมีเงินเหลือให้ลงทุนครั้งนี้โดยไม่ต้องกู้เงินจากที่ไหน

ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ
MRT เพิ่งได้สัมปทานในการเดินรถ 30 ปี เต็ม

ก็น่าติดตามว่า ในอนาคตที่ MRT วิ่งครบลูป จะมีผู้โดยสารมากขึ้นขนาดไหน

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ในอนาคต การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จะค่อยๆเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนกรุงเทพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหุ้น PLANB, BEM, BTS, VGI แต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
———————-
<ad> อยากเห็นรถไฟฟ้า ต้องไป MRT แต่อยากเห็นงานไม้แผ่นเดียว ต้องมา อุด-ทะ-ยาน

ขอแนะนำ ‘งานไม้ ที่เป็นได้มากกว่าเฟอร์นิเจอร์’

อุด-ทะ-ยาน [ut-tha-yan] เฟอร์นิเจอร์งานไม้ของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘Wood Slab Enthusiasts’ หรือ ‘ผู้ที่รักในงานไม้แผ่นเดียว’ โดยให้ความสําคัญและคุณค่าของการคงรูปทรงธรรมชาติ ผสมผสานกับการออกแบบที่ทันสมัย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tel:09-242424-71 / Line ID: @utthayandesign / FB & IG: Utthayan / website: www.utthayan.com
———————-

Comments

comments



1 thought on “แพลนบี จับมือกับ BMN”

  • เห็นว่าเกี่ยวข่องกันเลยขอถาม longtunman เรื่อง VGI ดังนีครับ

    1. จริงอยู่ที่ตลาดของ OOH (OUT OF HOME ADVERTISING ) ไม่ได้หดตัวเหมือน TV หรือ หนังสือ แต่ก็ไม่ได้โตพรวดพราดแน่นอน ตลาดของ OOH น่าจะโตแค่ 4-5 % ต่อปี
    Q: ยังงี้ราคาหุ้นที่แพงขาดนี้จะมีโอกาสราคาขึ้นอีกมากๆจะทำได้อย่างไรครับ?

    2. VGI รายได้ 2,000 ล้าน
    คนขึ้น BTS ทั้งหมด 238 ล้านคนเที่ยว
    Cost per view = 8 บาทต่อครั้ง
    จริงๆ OOH cost จะอยู่ที่ $3.38 – $8.65 ต่อ 1,000 views หรือแค่ 0.30 บาทต่อครั้ง
    Q: ยังงี้ราคาหุ้นจะขึ้นราคาได้อีกหรือครับ?

    3. เวลาคุณขึ้นรถไฟฟ้าคุณใช้มือถือเล่น facebook หรือ ดูป้ายโฆษณาใน BTS มากกว่ากัน อันนี้ผมไม่รู้
    แต่ cost การลงโฆษณาบน facebook คือ 0.24 บาทต่อครั้ง
    แต่ BTS = 8 บาทต่อครั้ง
    Q: ถ้าคุณต้องการลงโฆษณา คุณลง online จะคุ้มกว่าเปล่าครับ ?

    4. Online Ads Leaders อย่าง Facebook P/E= 31-35 แต่ VGI P/E=57
    Q: VGI แพงกว่า Facebook เกือบ 1 เท่าตัว เป็นไปได้อย่างไรครับ ?

Leave a Reply

Your email address will not be published.