O&B รองเท้าร้อยล้าน

O&B รองเท้าร้อยล้าน

O&B รองเท้าร้อยล้าน / โดย ลงทุนแมน
ใครๆก็อยากมีกิจการเป็นของตนเอง
แต่การเป็นเจ้าของกิจการเองนั้น มันไม่ง่ายเลย
การเป็นเจ้าของกิจการนั้นจะต้องผ่านอะไรมาบ้าง
จะต้องล้มเหลวกี่ครั้งถึงจะประสบความสำเร็จ

วันนี้ลงทุนแมนจะพาไปรู้จักกับแบรนด์รองเท้าที่เป็นที่นิยมของผู้หญิงกลุ่มวัยนักศึกษาและวัยทำงาน

ด้วยแนวคิดสิ่งของรอบตัวและสิ่งของที่ใช้เป็นประจำ ทำให้เกิดเป็นแบรนด์ O&B รายได้หลักร้อยล้าน

แบรนด์ O&B เป็นแบรนด์กระเป๋าและรองเท้าหนังของคนไทย

ผู้หญิงหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับรองเท้าส้นเตี้ยทรงบัลเลต์ รุ่น Audrey ของ O&B

จุดเด่นอยู่ที่เป็นรองเท้าที่สวมสบายและความหลากหลายของสี ที่มีเฉดสีให้เลือกถึง 50 สี ซึ่งนำแนวคิดนี้มาจากเคาน์เตอร์เครื่องสำอางคที่มีลิปสติกให้เลือกหลายสี

แบรนด์ O&B ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เจ้าของแบรนด์ O&B คือ คุณต้า-รรินทร์ ทองมา

โดยธุรกิจ O&B นี้ไม่ใช่ธุรกิจแรกของคุณต้าแล้วประสบความสำเร็จเลย

คุณต้านั้นเคยทำธุรกิจ ตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก ขายในอินเตอร์เน็ตมาก่อน ด้วยเงินลงทุน 200,000 บาท แต่ก็ล้มเหลวจากการมีปัญหากับช่างตัดเย็บและยังขาดประสบการณ์

แต่ด้วยการไม่ละทิ้งความพยายาม คุณต้าก็ได้เริ่มธุรกิจใหม่อีกครั้งด้วย เงินเริ่มต้นธุรกิจเพียง 90,000 บาท และการทำการค้นหาข้อมูล ในตอนแรกนั้นเริ่มจากการทำกระเป๋าขายก่อนด้วยการที่ว่ากระเป๋านั้นไม่ต้องมีไซส์เหมือนรองเท้า โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า Bagbook

หลังจากนั้นก็เริ่มมาขายรองเท้าส้นเตี้ยทรงบัลเลต์ ด้วยความคิดของคุณต้าที่ว่า รองเท้าเป็นของใกล้ตัว

จะเห็นได้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะนิยมใส่รองเท้าแบบนี้ ทั้งไปเรียนมหาลัยและไปทำงาน

แม้แต่ตัวคุณต้าเองก็ใส่รองเท้าส้นเตี้ยทรงนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนเหมือนกัน

ด้วยความที่ว่าคุณต้าเป็นคนที่ใส่อยู่เป็นประจำอยู่แล้วทำให้เข้าใจได้ว่า การทำรองเท้าแบบนี้ที่จะตอบสนองลูกค้ามากที่สุดต้องทำยังไง

ด้วยการออกแบบที่ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย และความสะดวกสบาย ก็ทำให้เป็นที่พอใจของลูกค้า ก็จะทำให้ลูกค้าไปบอกต่อ ซึ่งเป็นตัวขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ เรื่องของช่องทางการขาย ที่ขายสินค้าออนไลน์ โดยการเปิดเว็ปไซต์ของตนเอง และเปิดเพจ facebook Line ของร้าน ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน และการให้ลูกค้ามารีวิวรองเท้าและจะได้รับส่วนลดกลับไป เป็นการโปรโมทร้านอีกทางเหมือนกัน

แต่ว่าใน 1 ปีแรกนั้น แบรนด์ O&B แม้ว่าจะขายดีมากแต่ก็ได้กำไรเพียงวันละ 10 บาทเท่านั้น

จนพบว่าปัญหาเกิดจากที่ไม่ได้มีการวางแผน และการบริหารเงินเลย

แม้ว่าจะขายดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีการบริหารก็ไม่สามารถทำกำไรให้เพียงพอได้

จึงทำให้คุณต้าต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบและการบริหารใหม่

หลังจากนั้นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การทำการตลาดที่เล่นใหญ่ของ O&B ทั้งการทำเฉดสีรองเท้า 50 สี และการใช้นางแบบจากเมืองนอก คุณ Aimee Song ท็อปแฟชั่นระดับโลก ด้วยความคิดที่ว่าจะทำให้เหมือนคนอื่นทำไม ถ้าไม่มีความแตกต่าง ก็ไม่ทำให้คนจำแบรนด์ได้ หรือแม้แต่การร่วมมือกับ พลอย ชวพร เลาหพงศ์ชนะ เซเลบชื่อดังที่มีสไตล์ด้านแฟชั่น มาทำรองเท้ารุ่นพิเศษให้อีกด้วย

O&B ที่ก่อตั้งมาแค่ 5 ปีกว่า แต่ตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้นำด้านสินค้าแฟชั่นของไทยในตลาดออนไลน์ โดยมียอดขายกว่า 200 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2560

รายได้ของบริษัท อาเทอ แอนด์ บุค จำกัด เจ้าของรองเท้า O&B
ปี 2557 รายได้ 5 แสนบาท
ปี 2558 รายได้ 34 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 160 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 200 ล้านบาท

เรื่องนี้ได้ให้อะไรกับเราบ้าง?

สิ่งที่เรามักมองข้ามมักจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

หากเรามอง ลองสังเกต สิ่งรอบๆตัว แล้วมาปรับใช้ในธุรกิจ ของที่เป็นเรื่องธรรมดานั้นอาจมีค่าขึ้นมาในบางมุม

และ หากเราลองทำอะไรสักอย่างแล้วไม่สำเร็จ ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่สำเร็จไปเรื่อยๆ

เรื่องที่ลงทุนแมนเคยเล่ามาทั้งหมด มีเป็นร้อยคน ที่เริ่มจากไม่มีอะไร แล้วขายสินค้าได้เป็นร้อยล้าน

มีทั้งกิจการที่อยู่มานาน และ กิจการที่เพิ่งก่อตั้งไม่นานเหมือน O&B

แล้วทำไมเราจะเป็นแบบนั้นบ้างไม่ได้?

ถ้ามีคนอื่นคอยสบประมาทเรา ให้เก็บคำนั้นเป็นแรงให้เราพุ่งขึ้นไปอีก

คนที่รู้เรื่องของเรามากที่สุด ก็คือตัวเราเอง..

ทำในสิ่งที่เชื่อ แล้วจะไม่มีใครหยุดเราได้

B&Y

Believe in yourself & You will be unstoppable.
———————-
O&B คือรองเท้า แต่ L&M คือ ลงทุนแมน
ลงทุนแมนมี “แอป” แล้ว โหลดฟรีที่ longtunman.com/app
ทั้ง iOS และ android
———————-

Reference
-https://www.sentangsedtee.com/career-channel/article_22452
-http://www.ladyissue.com/27239
-http://www.dbd.go.th/
-https://www.oandb.store/
-https://www.marketingoops.com/news/ecommerce/oandb-brand-insight/
-http://www.praew.com/25115/people/10-question-ta-ob/
-https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce16/
-https://marketeeronline.co/archives/2471

Comments

comments