กรณีศึกษา ไอศกรีมไผ่ทอง

กรณีศึกษา ไอศกรีมไผ่ทอง

กรณีศึกษา ไอศกรีมไผ่ทอง / โดย ลงทุนแมน
ตำนานไอศกรีมมีต้นกำเนิดมายาวนานกว่า 1,000 ปี
แต่เริ่มเข้าสู่ในเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ในช่วงที่เริ่มผลิตน้ำแข็งได้เอง

ไอศกรีมในช่วงแรกๆของเมืองไทยจะเป็นไอศกรีมแบบตัก
โดยนำน้ำหวานหรือน้ำผลไม้มาราดบนน้ำแข็งโดยตอนนั้นยังไม่มีนมหรือครีมผสม
สาเหตุเพราะว่านมและครีมมีราคาแพง

ต่อมาวิวัฒนาการไอศกรีมแบบไทยก็เกิดขึ้น เมื่อผู้คนได้นำกะทิมาประกอบอาหาร

การผลิตไอศกรีมยุคนั้นได้ใช้กะทิจากมะพร้าวผสมกับน้ำตาลและเสริมด้วยกลิ่นหอมจากดอกนมแมว และแล้วก็จึงเกิดไอศกรีมกะทิขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เวลาผ่านไป…ก็มีผู้ผลิตไอศกรีมมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่…ถ้าจะให้ยกตัวอย่างไอศกรีมกะทิดีๆดังๆ สักเจ้าในเมืองไทย ก็คงต้องพูดถึงเจ้านี้ นั่นก็คือ ไอศกรีมไผ่ทอง

กว่า 6 ทศวรรษ ไอศกรีมไผ่ทองถือได้ว่าเป็นตำนาน และ เป็นรุ่นใหญ่ของวงการไอศกรีม

ที่มาที่ไปของไอศกรีมไผ่ทองเป็นมาอย่างไร? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อ 60 ปีที่แล้ว..

จุดเริ่มต้นอยู่ตรงที่ นายกิมเซ็ง แซ่ซี่ ผู้ทำอาชีพขายไอศกรีม

โดยนายกิมเซ็งจะรับไอศกรีมแท่งมาขายจากเถ้าแก่คนหนึ่งในสมัยนั้น (ผู้ผลิตไอศกรีมแท่ง)

ทำแล้วก็ขายดีบ้างขายไม่ดีบ้าง รายได้ไม่เคยคงที่สักที แถมยังโดนลูกค้าต่อว่าอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังคงทำต่อไป

เพราะอะไรนายกิมเซ็ง ถึงโดนลูกค้าต่อว่า?

เนื่องจากไอศกรีมแท่งที่ไปรับมาขาย ทั้งรสชาติและคุณภาพของไอศกรีมในแต่ละวันไม่เคยเหมือนกันสักวัน เพราะการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

ยิ่งขายไปก็ยิ่งสู้คู่แข่งเจ้าอื่นไม่ได้ ทำให้นายกิมเซ็งทนไม่ไหวและได้ตัดสินใจเดินไปบอกเถ้าแก่ที่นายกิมเซ็งไปรับไอศกรีมมาขายเป็นประจำว่า

“เถ้าแก่ครับ…ไอศกรีมของเราน่าจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้นะครับ” เถ้าแก่ก็ไม่สนใจอะไร และก็ยังพูดต่อว่ามาอีก

“ถ้าอยากจะทำให้ดีกว่านี้ ก็ไปทำเองสิ” คำพูดคำนี้เอง ได้กลายเป็นคำพูดที่จุดประกายความคิดให้หันมาทำไอศกรีมเป็นของตนเอง นับตั้งแต่บัดนั้น

ไอศกรีมแบรนด์แรกที่ได้คิดขึ้นนั้นมีชื่อว่า “หมีบินเกาะต้นมะพร้าว” หรือผู้คนสมัยนั้นจะรู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า ไอศกรีมหมีบิน โดยช่วงแรกเริ่มก็ทำเพียงรสเดียว คือ รสกะทิ ซึ่งนายกิมเซ็งทำด้วยสองมือของตัวเอง

ปรากฎว่าขายดีมาก ลูกค้าหลายคนติดใจ เกิดลูกค้าประจำ จนทำให้นายกิมเซ็งคิดการใหญ่ นำเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นมาใช้ในการผลิตไอศกรีม

ธุรกิจของนายกิมเซ็งเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องตลอดหลายปีภายใต้ไอศกรีมตราหมีบิน

8 ปีผ่านไป ไอศกรีมหมีบินได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อ เป็นไอสครีมไผ่ทอง สาเหตุเพราะ ชื่อเดิมนั้นไปคล้ายกับผลิตภัฑณ์นมตราหมี ทำให้ลูกค้าเกิดสับสนในตราสินค้า จึงจำเป็นต้องปรับชื่อเป็นไอศกรีมไผ่ทองที่เรารู้จักกันมาจนถึงวันนี้

และที่มาของชื่อไผ่ทองมาจากไหน?

ไผ่ทอง นั้นก็มาจากคำว่า กิมเต็ก หมายถึง ไม้มงคลของคนจีน

มาถึงปัจจุบัน ก็เป็นทายาทที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว

โดยมีการปรับสูตรให้เหมาะสมกับยุคสมัยและได้เพิ่มรสชาติของไอศกรีมถึง 7 รสชาติ ได้แก่ กะทิ ช็อคโกแลต วานิลลาซิพ สตรอเบอรี กาแฟ เผือก และมะนาวเซอร์เบต ทำให้วันนี้ไอศกรีมไผ่ทองติดตลาดและรู้จักในวงกว้าง

แต่รู้ไหมว่าลูกค้าจริงๆของไอศกรีมไผ่ทองไม่ใช่คนทั่วไป

ลูกค้าที่แท้จริงของไอศกรีมไผ่ทอง คือ ใคร?

ลูกค้าของไอศกรีมไผ่ทองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน

กลุ่มแรกคือตัวแทนจำหน่าย ลงทุนเปิดร้าน ซื้อตู้แช่สำหรับสต็อคสินค้า ให้คนมารับไปขายต่อ

และกลุ่มที่สองคือคนขายตรง เข้ามารับไอศกรีมแล้วนำไปขายด้วยตัวเอง (รถเข็น)

ไอศกรีมไผ่ทอง จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจขายไอศกรีม หรือสร้างรายได้ให้กับตระกูลชัยผาติกุลเพียงเท่านั้น

แต่ยังเป็นธุรกิจที่มีคุณค่า สามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนได้มากมาย บางคนขายไอศกรีมไผ่ทองมาเป็นเวลา 5 ปี 10 ปี ก็มี

รายได้จากตรงนี้ถูกนำไปเลี้ยงดูครอบครัว ส่งลูกเรียน ส่งให้พ่อให้แม่ บางคนเก็บเงินได้มากพอก็ลงทุนเองและก้าวไปสู่การเป็นตัวแทนจำหน่ายไอศกรีมไผ่ทองได้ที่สุด

ไอศกรีมไผ่ทองเป็นตัวอย่างที่ดีในหลายเรื่อง แต่เรื่องสำคัญที่สุดก็คงเป็นเรื่องของการรักษาคุณภาพ และชื่อเสียงของไอศกรีม มาอย่างยาวนาน

ตามคำที่เราเคยได้ยินมาว่า การเป็นผู้นำนั้นถ้ายากแล้ว แต่การรักษาให้ตัวเองเป็นผู้นำไปตลอดนั้นยากกว่า

การรักษามาตราฐานให้เรามีคุณภาพที่ดีคงเส้นคงวานั้นเป็นปัจจัยหลักในการทำธุรกิจ

ถ้าเรารักษามาตรฐานได้เหมือนที่คุณกิมเซ็งตั้งใจรักษามาตั้งแต่ต้น เมื่อ 60 ปี ก่อน

เราก็คงจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เหมือน ไอศกรีมไผ่ทอง..
———————-
<ad> บริษัทที่มีมาตรฐาน ต้องมีระบบบัญชีที่ดี FlowAccount ระบบบัญชีออนไลน์ ใช้งานง่าย สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านบัญชีก็สามารถใช้งานได้ ใครปวดหัวกับเรื่องบัญชีลองใช้ดู ลงทุนแมนลองใช้แล้ว ของเขาดีจริง
รับสิทธิ์ใช้งานฟรี 30 วันได้ที่ www.flowaccount.com
———————-

Comments

comments